|

STARรับอานิสงส์พ.ร.บ.แข่งขันทางการค้าเพิ่มแข่งขันและเปิดโอกาสให้ธุรกิจรายเล็ก
ผู้จัดการรายวัน(17 มกราคม 2550)
กลับสู่หน้าหลัก
STAR รับผลดีเต็มๆ หลัง ครม.เห็นชอบหลักเกณฑ์การเป็นผู้ประกอบธุรกิจมีอำนาจเหนือตลาด ตามมาตรา 3 พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า ชี้หากมีการบังคับใช้กฎหมายจะทำให้ผู้ประกอบการรายใหญ่เจ้าตลาดทั้ง 3 ราย เข้าข่ายผู้มีอำนาจเหนือตลาด ส่งผลให้ต้องปรับแผนธุรกิจให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งจะทำให้การแข่งขันในตลาดมีความเป็นธรรมและเปิดโอกาสทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการรายเล็กมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อ STAR โดยตรง
นายสมชัย ว่องอรุณ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท สตาร์ ซานิทารีแวร์ จำกัด(มหาชน) ( STAR) กล่าวถึงกรณีที่ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบหลักเกณฑ์การเป็นผู้ประกอบธุรกิจซึ่งมีอำนาจเหนือตลาด ตามมาตรา 3 ของพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2522 โดยกำหนดให้ทุกธุรกิจที่มีผู้ประกอบการรายใดรายหนึ่งมีส่วนแบ่งทางการตลาดในปีที่ผ่านมา 50% ขึ้นไป และมียอดขายเกินกว่า 1,000 ล้านบาท หรือผู้ประกอบธุรกิจ 3 รายแรกในตลาดสินค้าใดที่มีส่วนแบ่งรวมกัน 75% ขึ้นไป และมียอดขายรายใดรายหนึ่งเกิน 1,000 ล้านบาท เข้าข่ายผู้มีอำนาจเหนือตลาดว่า หากกฎหมายดังกล่าวนำมาบังคับใช้ก็จะเป็นผลดีต่อผู้ประกอบการรายเล็ก เพราะจะทำให้การแข่งขันในตลาดมีความเป็นธรรมขึ้น
นอกจากนี้ ยังเอื้อประโยชน์ต่อผู้ประกอบการรายเล็กโดยตรง เนื่องจาก พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า พ.ศ.2522 ห้ามผู้ประกอบธุรกิจซึ่งมีอำนาจเหนือตลาด กำหนดหรือรักษาระดับราคาการซื้อขายที่ไม่เป็นธรรม การระงับ หรือลด หรือจำกัดการบริการ การผลิต การซื้อ การจำหน่าย และการนำเข้ามาในประเทศโดยไม่มีเหตุผล เพื่อลดปริมาณให้ต่ำกว่าความต้องการของตลาด จนสร้างความเสียหายต่อสินค้า และห้ามแทรกแซงการประกอบธุรกิจของผู้อื่น ดังนั้น จะทำให้การแข่งขันในตลาดมีความเป็นธรรมขึ้น ผู้ประกอบการรายเล็กและผู้บริโภคจะไม่ถูกเอาเปรียบจากรายใหญ่ที่มีอำนาจเหนือตลาดเนื่องจากที่ผ่านมารายใหญ่มักจะเป็นผู้กำหนดทั้งราคาและการแข่งขันในตลาดเกือบทั้งหมด
"ถ้าดูจากตลาดสุขภัณฑ์ ของไทยในปัจจุบัน ผู้ประกอบธุรกิจ 3 รายแรก ต้องเข้าข่ายผู้มีอำนาจเหนือตลาดตามมาตรา 3 ของ พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้าแน่ เพราะมีส่วนแบ่งทางการตลาดรวมกันเกินกว่า 75% และมีผู้ประกอบการที่มียอดขายเกิน 1,000 ล้านบาท ซึ่งการดำเนินธุรกิจก็คงเข้าไปอยู่ในกรอบตามที่กฎหมายกำหนด ส่วนSTAR ในฐานะเบอร์ 4 ก็คาดว่าน่าจะได้รับผลดี เพราะถึงแม้ว่าปัจจุบันตลาดหลักของบริษัทจะเป็นตลาดส่งออก แต่ปีนี้บริษัทวางกลยุทธ์เตรียมที่จะบุกขยายตลาดในประเทศเพิ่มขึ้นโดยเริ่มตั้งแต่ช่วงต้นปีเป็นต้นไป ดังนั้นหากมีกฎหมายออกมากำหนดให้ผู้ประกอบการรายใหญ่เดินอยู่ในกรอบเพื่อให้การแข่งขันเป็นไปอย่างเป็นธรรมได้ ก็ถือเป็นเรื่องที่ดีมากๆ เพราะจะทำให้การขยายตลาดในประเทศมีความคล่องตัวมากขึ้น” นายสมชัยกล่าว
นายสมชัยแสดงความเห็นเกี่ยวกับ พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 ว่า ไม่ส่งผลกระทบต่อ STARเนื่องจากมีสัดส่วนการถือหุ้น โดยนักลงทุนต่างชาติน้อยมาก แต่ในทางกลับกันอาจจะส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการ 2 รายใหญ่ในตลาดสุขภัณฑ์ เพราะมีต่างชาติถือหุ้นอยู่เป็นจำนวนมาก ดังนั้น หากมีการปรับสัดส่วนการถือหุ้น และปรับการบริหารให้เป็นไปตามเกณฑ์ของ พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ฉบับแก้ไขแล้ว อาจมีผลให้โฉมหน้าของธุรกิจสุขภัณฑ์ของไทยเปลี่ยนแปลงไป และ STAR ในฐานะผู้ประกอบการชาวไทยก็พร้อมจะใช้โอกาสดังกล่าวทำให้เกิดประโยชน์ทางธุรกิจมากที่สุด
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|