ดีแทคปรับยุทธศาสตร์สร้างแบรนด์หวังอยู่เหนือวัน-ทู-คอล!กับจีเอสเอ็ม


ผู้จัดการรายวัน(16 มกราคม 2550)



กลับสู่หน้าหลัก

“ ซิคเว่ เบรคเก้ “ วางยุทธศาสตร์การตลาดปี 2550 ปรับภาพลักษณ์แบรนด์เป็นอย่างแรก เพื่อให้เกิดความชัดเจน ทั้งลูกค้าและการทำตลาด ทั้งพรีเพดและโพสต์เพด ชูจุดแข็งของดีแทคทำในสิ่งที่ชอบ “ใส่ใจลูกค้า” เป็นจุดขาย ตั้งเป้าปี 2550 ขอแชร์ในตลาด 35-40%

นายซิคเว่ เบรคเก้ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือดีแทค กล่าวถึงแผนการทำตลาดในปี 2550 ว่า ดีแทคจะมีการปรับกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ใหม่ให้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้นทั้งพรีเพดและโพสต์เพด เพื่อให้มีความเป็นเอกเทศมากยิ่งขึ้น อันจะส่งผลให้การทำตลาดชัดเจนมากยิ่งขึ้น จากแบรนด์คาแร็กเตอร์ของแต่ละตัว โดยมองว่าการแข่งขันด้านราคาจะหมดไป ตลาดจึงจะหันมาแข่งขันกันที่การสร้างแบรนด์มากยิ่งขึ้น โดยมองว่าคู่แข่งยังไม่มีโพสิชั่นของแบรนด์ที่ชัดเจน

“ เราจะทำให้แบรนด์แฮปปี้แข็งแรงกว่า วัน-ทู –คอล และจะทำให้แบรนด์ดีแทคในระบบโพสต์เพดแข็งแรงกว่า จีเอสเอ็ม”

ดีแทคตั้งเป้าให้แฮปปี้เป็นแบรนด์ของชาวบ้าน คนใจดี ในส่วนของโพสต์เพดจะเป็นคนดี ซึ่งโดย DNA ของทั้ง 2 แบรนด์เหมือนกัน

นายธนา เธียรอัจฉริยะ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารดีแทค กล่าวว่า เรียกได้ว่าปัจจุบันนี้ดีแทคค้นพบตัวเองว่าเราชอบอะไร เราชอบที่จะไปเจอะลูกค้า เราชอบไปตามต่างจังหวัด เราจึงทำสิ่งที่เราชอบขณะที่คู่แข่งชูจุดขายคอนการเป็นคอนเวอร์เจนต์ แต่เรามุ่งการเอาใจใส่ลูกค้ามากกว่า

“ เราไม่ได้มีคอลเซ็นเตอร์ที่ดีที่สุดแต่เรามีคอลเซ็นเตอร์ที่ยิ้มแย้มให้การต้อนรับลูกค้าดีที่สุด เราไม่ได้มีเครือข่ายที่ดีที่สุด แต่เรารับฟังปัญหาของลูกค้ามากที่สุด ดีแทคจึงเอาจุดแข็งเหล่านี้มารวมกันเพื่อนำเสนอต่อลูกค้า”

ดีแทคพรีเซ็นต์จุดขายของการเป็นแบรนด์ที่เอาใจใส่ลูกค้าผ่านทางหนังโฆษณา 4 เรื่องที่ใช้งบไปกว่า 30 ล้านบาทผ่านสื่อทีวี จุดขายของหนังโฆษณาอยู่ที่เป็นเรื่องจริงที่ได้จากการพูดคุยกับพนักงานนับร้อยคนมาเป็นตัวอย่าง ภาพยนตร์โฆษณาที่ยกเรื่องกระจกแผ่นเล็กๆที่พนักงานคอลเซ็นเตอร์ทุกคนต้องมีไว้ประจำที่โต๊ะทำงานเพื่อคอยสังเกตสีหน้าของตนเองขณะสนทนากับลูกค้า หรือแม้แต่โฆษณาชุดที่พนักงานในสำนักงานบริการ คิดว่า ตัวเองมีข้อผิดพลาดและอยากปรับปรุงตัวเอง

“ เรื่องของการตลาดหรือการพัฒนาเครือข่ายเป็นสิ่งที่ทำกันตลอดอยู่แล้ว แต่สิ่งที่เราทำผ่านหนังโฆษณาในวันนี้เรากำลังบอกให้ลูกค้ารู้ว่าเราให้ความสำคัญและใส่ใจลูกค้าอย่างมาก”

นายธนา กล่าวว่า นับจากนี้ต่อไปดีแทคจะปรับเพื่อให้เป็นหนึ่งเดียวทั้งภายในและภายนอกองค์กรในแง่ภาพลักษณ์ของแบรนด์ จากเดิมภายในองค์กรเราบอกว่าเป็นไฮโซแต่ภายนอกเราเป็นการเดินตลาด แต่นับจากนี้ต่อไปจะรวมเป็นหนึ่งเดียวเป็นกลายเป็น “MASS” หรือเป็น"มหาชน”

ดีแทคใช้กลยุทธ์ที่จะปลุกพลังพนักงานในองค์กรให้เกิดความเป็นหนึ่งเดียวกันในการบุกตลาดไปข้างหน้า โดยมองว่าดีแทคไม่มีงบในการทำโฆษณาหรือจ้างพรีเซ็นเตอร์ดังๆ เหมือนแบรนด์อื่น แต่จะใช้การเข้าถึงลูกค้าด้วยการสร้างความพึงพอใจให้ลูกค้าให้มากที่สุด โดยมองว่า ความพึงพอใจของลูกค้าสามารถวัดได้จากจำนวนลูกค้าใหม่ที่เพิ่มขึ้น และยอดลูกค้าเก่าที่ออกจากระบบ

“ เราจะทำโพสต์เพดให้มี Emotional มากยิ่งขึ้น อย่างการมอบประกันอุบัติเหตุให้ลูกค้าเพื่อให้รู้ว่าเราใส่ใจเขาตลอดเวลา” ธนา กล่าว

ผู้บริหารดีแทค กล่าวว่า ในปี 2550 นี้ ลูกค้าหลักของดีแทคจะอยู่ที่ตลาด แมส จะเป็นตัวผลักดันตลาดให้เกิดการเติบโต โดยมองว่า ตลาดวัยรุ่น เป็นอีกกลุ่มที่น่าสนใจ ยิ่งเมื่อมีการคิดค่าเชื่อมโครงข่ายหรืออินเตอร์คอนเน็กชั่นชาร์จ (ไอซี) จะทำให้ค่าบริการคิดเป็นครั้งไม่ได้แล้ว ผู้ใช้บริการในกลุ่มนี้จะเกิดการเปลี่ยนแปลง นับเป็นโอกาสในการขยายตัวเข้าไปในตลาดนี้ ซึ่งก็จะได้เห็นดีแทคขยับตัวเพื่อรุกตลาดนี้อีกครั้ง

กลยุทธ์การตลาดของดีแทคในปี 2550 แบ่งเป็น 3 ส่วน 1.การตลาดแบบคอมมูนิตี้ เป็นไปตามสถานการณ์การปรับนำเรื่องไอซีเข้ามาใช้ 2. มีการเซ็กเมนเตชั่นมากยิ่งขึ้น อาจมีการเปิดตัวซิมเพื่อลูกค้าแต่ละภาคโดยเฉพาะ และ 3.การให้บริการซึ่งจะมีการเพิ่มคอลเซ็นเตอร์อีกประมาณ 100 แห่งในปีนี้

ด้านเครือข่าย ผู้บริหารกล่าวว่า กำลังอยู่ในขั้นตอนการประชุม คาดว่าจะใช้งบประมาณน้อยกว่าปีที่ผ่านมาที่ใช้ 1.55 หมื่นล้านบาทนิดหน่อย ในส่วนตลาดรวมซิคเว่ กล่าวว่า ในปี 2549 ที่ผ่านมาลูกค้าใหม่รวมประมาณ 6.5 ล้านราย และคาดว่าในปี 2550 นี้ ลูกค้าใหม่จะมากกว่านี้ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการแจกซิมฟรี

ในปีที่ผ่านมาดีแทคมีแชร์ในตลาดรวมลูกค้าใหม่ประมาณ 40 % มาในปี 2550 นี้คาดว่าจะมีส่วนแบ่งในตลาดประมาณ 35-40% โดยจะใช้งานการตลาดประมาณ 2 พันล้านบาท


กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.