UMSตั้งบ.ใหม่ลุยผลิตถ่านหินก้อน คาดดันรายได้เพิ่มอีก200ล.ต่อเดือน


ผู้จัดการรายวัน(11 มกราคม 2550)



กลับสู่หน้าหลัก

UMS ตั้งบริษัทย่อยใหม่ ลุยผลิตถ่านหินก้อน เพิ่มประสิทธิภาพและใช้งานได้สะดวกขึ้น เริ่มผลิตกลางปีนี้ ด้วยกำลังการผลิตเริ่มแรก 1-2 หมื่นตันต่อเดือน คาดสร้างรายได้เดือนละ 200 ล้านบาท พร้อมให้ลูกค้าใหม่เพิ่มอีก เผยผลงานไตรมาสสุดท้ายปี 49 ใกล้เคียงกับงวดเดียวกันของปีก่อนและปีนี้ยังคงเติบโตไม่ต่ำกว่า 30% ขณะที่ราคาหุ้นวานนี้บวกรับข่าวดีตั้งแต่เปิดตลาด ก่อนปิดที่ บาท เพิ่มขึ้น บาท

นายชัยวัฒน์ เครือชะเอม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ยูนิค ไมนิ่ง เซอร์วิสเซส จำกัด (มหาชน)( UMS ) แจ้งว่าบริษัทฯ ได้ดำเนินการจัดตั้งบริษัทย่อย ตามรายละเอียดดังนี้ คือ บริษัท ยูเอ็มเอส โคลบริคเครท จำกัด จดทะเบียนเมื่อ 20 ตุลาคม 2549 โดยวัตถุประสงค์เพื่อผลิตถ่านอัดก้อนทุนจดทะเบียน 20,000,000 บาท แบ่งออกเป็น 2,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 10 บาท (ชำระครั้งแรก 5 ล้านบาท) โดยสัดส่วนการถือหุ้น บริษัท ยูนิค ไมนิ่ง เซอร์วิสเซส จำกัด (มหาชน) 1,999,993 หุ้น นายไพบูลย์ เฉลิมทรัพยากร 1 หุ้น นายชัยวัฒน์ เครือชะเอม 1 หุ้น และ บุคคลอื่นๆ 5 หุ้น

สำหรับ การจัดตั้งบริษัทดังกล่าว เนื่องจากต้องการทำพัฒนาให้ถ่านหินมีประสิทธิภาพมากขึ้นและเหมาะกับการใช้งานกับเตาบอยล์เลอร์ให้ง่ายและสะดวกมากขึ้น อีกทั้งเพิ่มทางเลือกให้ลูกค้า

ทั้งนี้ บริษัท ยูเอ็มเอส โคลบริคเครท จำกัด จะเริ่มเดินเครื่องได้ในไตรมาสที่2 ปีนี้ โดยมีกำลังการผลิตอยู่ที่ 10,000-20,000 ตันต่อเดือน และเรื่องลูกค้าของบริษัทไม่มีปัญหา เพราะมีลูาค้ารองรับอยู่แล้ว ซึ่งคาดว่าจะมีรายได้จากการจำหน่ายเข้ามาเพิ่มอีกเดือนละประมาณ 200 ล้านบาท

"หากเป็นไปตามแผนงาน เราก็จะผลิตและขายได้ครึ่งปีหลังนี้ ซึ่งเป็นไปตามแผนงานครึ่งปีของเราด้วย แต่อัตราส่วนของลูกค้าเราก็คงเพิ่มไม่มาก เนื่องจากถ่านหินได้รับความสนใจมากขึ้น คนขายถ่านหินเหมือนเราก็ต้องมีมากขึ้นด้วย ลูกค้าก็คงต้องแชร์กันไปด้วย " นายชัยวัฒน์กล่าว

ปัจจุบัน UMS มีลูกค้า ณ สิ้นปี 49 จำนวน 150-160 ราย และคาดว่าจะมีลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้นอีกประมาณ 200 ราย ทำให้ลูกค้า ณ สิ้นปี 50 ของบริษัทจะมีเพิ่มขึ้นเป็นลำดับ

นายชัยวัฒน์กล่าวถึงผลการดำเนินงานไตรมาส 4 ของบริษัทที่ปิดงบแล้ว แต่ยังไม่ประกาศออกมาว่าใกล้เคียงกับเป้าหมายที่ตั้งไว้ โดยเติบโตปีละไม่ต่ำกว่า 30 % และเป้าหมายการเติบโตของรายได้ปีนี้ก็เช่นกัน ที่บริษัทคาดว่าจะทำได้ในระดับเดียวกัน ซึ่งบริษัทจะหันมาเน้นสต๊อกสินค้ามากขึ้น และเจาะลูกค้าอุตสาหกรรมขนาดใหญ่แม้ มาร์จิ้นต่ำเพียง 5% ขณะที่ลูกค้าขนาดกลางและใหญ่ มาร์จิ้นสูง 25-30% โดยปลยปี 49 UMS อยู่ในระหว่างการเจรจากับลูกค้ารายใหญ่ คาดสรุปได้ไตรมาสแรกนี้

สำหรับปีนี้ UMS ยังมองว่าเป็นปีที่บริษัทน่าจะทำยอดขายได้โตต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งเป็นผลจากราคาน้ำมันที่ปรับเพิ่มขึ้นมาจากก่อนหน้านี้มาก และราคาก็ไม่ได้ปรับลดลงให้อยู่ในระดับก่อนหน้านั้นแล้ว ผู้ประกอบการต้องหันมาเน้นลดต้นทุนการผลิต ด้วยการหันมาใช้ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิงแทนการใช้น้ำมัน ส่งผลให้ความต้องการใช้ถ่านหินมีมากขึ้นจากเมื่อก่อนนี้มาก

อีกทั้งการเปิดใช้ท่าเทียบเรือ ที่เปิดล่าช้ามากว่ากำหนดนั้น และคาดเปิดใช้อย่างเป็นทางการกลางปีนี้ด้วย อันจะทำให้บริษัทสามารถสต๊อกถ่านหินได้มากขึ้น ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านการขนส่ง ทำให้ต้นทุนสินค้าต่ำลง สามารถแข่งขันกับผู้ประกอบการรายอื่นได้

ขณะที่ราคาหุ้น UMS วานนี้ พบว่าปรับขึ้นไปตั้งแต่เปิดตลาด โดยเฉพาะช่วงบ่ายที่ราคาหุ้นขยับไปอย่างเห็นได้ชัด ส่งผลให้ปิดตลาดที่ราคา14.80 บาท เพิ่มขึ้น 0.30 บาท คิดเป็นเพิ่มขึ้น 2 .07 % ด้วยมูลค่าการซื้อขายรวม 6.86 ล้านบาท


กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.