สหยูเนี่ยนดัน“ดีแมค”ขายตรงขยายฐานสู่สินค้ากีฬาครบไลน์


ผู้จัดการรายวัน(11 มกราคม 2550)



กลับสู่หน้าหลัก

สหยูเนี่ยน เท 50 ล้านบาท แตกไลน์เสื้อผ้ากีฬาดีแมคปีหน้า พร้อมปักธงลุยสินค้าเพื่อสุขภาพ สนตลาดเจลลดอาการบาดเจ็บ นำร่องต้นปีแตกไลน์ถุงเท้า-แผ่นรองเท้า–รองเท้าเด็ก นวัตกรรมใหม่เทคโนโลยีนาโนป้องกันแบคทีเรีย หั่นราคาคู่แข่ง 25-30% ลุยช่องทางขายตรงไตรมาสสอง 3 สิ้นปีตั้งเป้าโต 15% หรือกวาดรายได้ 170 ล้านบาท

นายชณา วสุวัต ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท สหยูเนี่ยน จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้ารองเท้ากีฬาภายใต้แบรนด์ "ดี-แมค" (D-maQ) เปิดเผยว่า บริษัทฯได้วางแนวทางการทำตลาดแบรนด์ดีแมคเป็นผลิตภัณฑ์กีฬาที่มีสินค้าครอบคลุมมากยิ่งขึ้น จากปัจจุบันมีเพียงกลุ่มรองเท้ากีฬาอย่างเดียวเท่านั้น ดังนั้นในปีหน้านี้ได้เตรียมทุ่มงบ 40-50 ล้านบาท แตกไลน์กลุ่มเสื้อผ้ากีฬาแบรนด์ดีแมค โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาตลาด นอกจากนี้ยังสนใจแตกไลน์เจลช่วยลดอาการบาดเจ็บ หรือสินค้าที่อยู่ในไลน์เพื่อสุขภาพเป็นหลัก

ล่าสุดปีนี้บริษัทแตกไลน์ถุงเท้าและแผ่นรองเท้าเทคโนโลยีนาโนป้องกันแบคทีเรีย นวัตกรรมใหม่ที่กำลังได้รับความนิยมจากทั่วโลก ซึ่งนับเป็นการแตกไลน์ครั้งแรกในรอบ 7 ปีของการทำตลาดกีฬาของบริษัทสหยูเนี่ยนภายใต้แบรนด์ดีแมค สำหรับประเทศไทยเทคโนโลยีนาโนป้องกันแบคทีเรีย เริ่มมีแบรนด์คู่แข่งเปิดตัวนวัตกรรมดังกล่าวแล้วเช่นกัน อาทิ แกรนด์สปอร์ตเปิดตัวเสื้อกีฬาป้องกันแบคทีเรีย และอาดิดาสเปิดตัวรองเท้ากีฬา แต่บริษัทฯได้วางสินค้าราคาถูกกว่าคู่แข่ง 25-30% ส่วนถุงเท้าราคา 120-140 บาท สูงกว่าสินค้าคู่แข่งที่วางราคา 95-105 บาท

นอกจากนี้บริษัทฯยังได้ทดลองเปิดตัวรองเท้าป้องกันแบคทีเรียสำหรับกลุ่มเด็กนำร่อง และได้เตรียมเปิดตัวรองเท้าป้องกันแบคทีเรียสำหรับผู้ใหญ่อายุ 25-40 ปี อีกทั้งปีนี้บริษัทฯขยายรายได้โดยการรับทำรองเท้าไพรเวตแบรนด์(Private Brand) หรือกลุ่มลูกค้าองค์กรหรือตราสินค้ารายใดที่ต้องการขยายสินค้าขึ้น 2-3 ราย จากเดิมผลิตให้รองเท้ากีฬาให้กับรถยนต์ฮอนด้า

ด้านช่องทางจำหน่ายปีนี้ได้เตรียมขยายสู่ช่องทางขายตรง จากที่ผ่านมาช่องทางจำหน่ายแบ่งเป็นโมเดิร์นเทรด 65% มีจำนวน 65 แห่ง และเทรดิชันนัลเทรด 35% มี 165 แห่ง โดยขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการเจรจากับผู้ประกอบการขายตรงทั้งแบรนด์ไทยและต่างประเทศ 2-3ราย คาดว่าจะสรุปได้ในช่วงไตรมาสสองนี้

โดยการจำหน่ายมี 3 รูปแบบ ได้แก่ แบรนด์ดีแมค, ดับเบิ้ลแบรนด์ อาทิ ฮอนด้า บาย ดีแมค และเป็นไพรเวตแบรนด์ การวางราคาสินค้าผ่านช่องทางขายตรงขึ้นอยู่กับผู้ประกอบการขายตรงเฉลี่ยบวกลบ 20% ทั้งนี้บริษัทฯได้เตรียมงบการตลาด 1-2 ล้านบาทจากงบรวม 6.5 ล้านบาท ผ่านการจัดรายการตามแคตตาล็อกและการจัดกิจกรรมต่างๆ

แนวโน้มตลาดรองเท้ากีฬามูลค่า 2,900 ล้านบาท ปีนี้มีอัตราการเติบโต 7-8% ปัจจัยที่ทำให้ตลาดมีอัตราการเติบโตมาจากกระแสแฟชั่นกีฬา อย่างไรก็ตามแนวโน้มอีก 2 ปีข้างหน้านี้ ตลาดรองเท้าแฟชั่นกีฬาจะเป็นตลาดที่มีอัตราการเติบโตสูง ในขณะที่ตลาดรองเท้ากีฬาสำหรับแข่งขันจะไม่มีอัตราการเติบโต ดังนั้นปีนี้บริษัทยังได้เตรียมเปิดตัวสินค้าสปอร์ตแฟชั่นที่ใส่ในชีวิตประจำวันได้ (Sport Culture) 4 รุ่นสำหรับผู้ชาย 2 รุ่นและผู้หญิง 2 รุ่น โดยระดับราคาประมาณ 1,000 กว่าบาท คาดว่าจะเปิดตัวได้ในช่วงกลางปีหน้า โดยปัจจุบันในตลาดรองเท้ากีฬาอาดิดาสเป็นผู้นำตลาด ตามด้วยไนกี้ และคอนเวิร์ส

สำหรับผลประกอบการปีที่ผ่านมามีประมาณ 2,000 ล้านบาท แบ่งเป็นการรับจ้างผลิตเพื่อส่งออก 95% และภายในประเทศ 5% หรือมีรายได้ 150 ล้านบาท ปีนี้บริษัทฯตั้งเป้ามีอัตราการเติบโต 15% หรือมีรายได้ 170 ล้านบาท โดยคาดว่ารูปแบบการจำหน่ายผ่านการขายตรงมีสัดส่วนรายได้คิดเป็น 10% จากรายได้รวม และมาจากการรับจ้างผลิตไพรเวตแบรนด์ 10% โดยรายได้หลักมาจากกลุ่มรองเท้าวิ่ง 47% ตามด้วยรองเท้าแอร์โรบิค และรองเท้าแบทมินตัน ฯลฯ


กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.