|

5 เทรนด์ธุรกิจมาแรงปี'50
ผู้จัดการรายสัปดาห์(8 มกราคม 2550)
กลับสู่หน้าหลัก
ผ่านพ้นปี 2549 ไปหมาดๆ แต่นักการตลาดก็ต้องเร่งมองหาเทรนด์ธุรกิจใหม่ๆที่จะมาแรงและได้รับความนิยมในปีนี้ เพื่อเตรียมรับมือกับสถานการณ์ได้ทันท่วงที และอยู่รอดในตลาดได้อย่างสบายใจ ท่ามกลางการแข่งขันที่ร้อนแรงและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป ล่าสุด "Entrepreneur" นิตยสารเกี่ยวกับผู้ประกอบการชื่อดังในสหรัฐอเมริกาทำการจัด 5 อันดับความน่าสนใจของธุรกิจที่จะมาแรงในปีนี้ ดังนี้
ธุรกิจสีเขียว
ณ วันนี้ต้องยอมรับว่าการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเป็นกระแสที่ได้รับความนิยมมากขึ้น โดยมีการสำรวจพบว่า กลุ่มผู้บริโภคที่นิยมซื้อสินค้าที่ผลิตจากธรรมชาติในหมวดไม่ใช่อาหารของช่วงปี 2548 ที่ผ่านมามีมูลค่าสูงถึง 744 ล้านเหรียญสหรัฐ จากเดิมที่สินค้ากลุ่มออร์แกนิกจะวางจำหน่ายเฉพาะร้านหรือบางมุมของร้านเท่านั้น เพื่อรองรับลูกค้ากลุ่มดังกล่าวที่ถือว่ายังน้อยมาก ทว่าในวันนี้ห้างดังอย่างวอลมาร์ตยังเสริมสินค้ากลุ่มนี้เข้าไปจำหน่ายมากขึ้น เช่น เสื้อเชิ้ตที่ทำจากผ้าคอตตอนออร์แกนิก ทำให้มีการคาดการณ์ว่า โอกาสของธุรกิจในการผลิตสินค้าประเภทไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม อาทิ เสื้อผ้าที่ถักทอจากเส้นใยจากธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็น ไม้ไผ่ ข้าวโพด รวมไปถึงสินค้าที่ผ่านกระบวนการรีไซเคิล อาจจะเป็นสินค้าอีกกลุ่มหนึ่งที่ได้รับความสนใจและการเติบโตที่ดีในอนาคต
ธุรกิจกาแฟไม่มีเอาต์
เมื่อกล่าวถึงธุรกิจร้านอาหาร ที่แม้ว่าจะมีการประเมินตัวเลขคร่าวๆในปี 2550 - 2553 ว่าอาหารเพื่อสุขภาพจะมียอดจำหน่ายสูงถึง 14,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งเป็นไปตามเทรนด์ที่กำลังได้รับความนิยมจากชาวอเมริกันในขณะนี้ก็ตาม ทว่า "กาแฟ" ยังคงเป็นธุรกิจที่ถือว่าไม่เอาต์ โดยนักการตลาดหลายรายเชื่อว่าร้านกาแฟที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคนั้นไม่ได้เป็นเพราะความชื่นชมในรสชาติกาแฟเพียงอย่างเดียว แต่ปัจจัยสำคัญมาจากบรรยากาศในการดื่มกาแฟ โดยสังเกตได้จากพฤติกรรมของผู้บริโภคหลายรายที่ต้องเข้าร้านกาแฟ 2 - 3 ครั้งต่อวันเพื่อมาคุยกับเพื่อน
ไม่เพียงเท่านี้ ธุรกิจที่เคยตกเทรนด์อย่างช็อกโกแลตก็เชื่อว่ากำลังจะกลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง หลังจากมีการออกมาเปิดเผยข้อมูลว่า "ดาร์กช็อกโกแลต" ส่งผลดีต่อสุขภาพทำให้สินค้ากลุ่มนี้มีแววเติบโตอีกครั้ง
โลกออนไลน์ ไลฟ์สไตล์ไม่ตกยุค
ในยุคนี้ต้องยอมรับว่า อินเตอร์เน็ตมีบทบาทในชีวิตประจำวันกับผู้บริโภคมากขึ้น ส่งผลให้นักธุรกิจและนักการตลาดไม่สามารถจะพลาดหรือละเลยเครื่องมือนี้ไปได้ เพราะการสำรวจพฤติกรรมผู้ใช้อินเตอร์เน็ตในเดือนสิหาคมปี 2549 พบว่า จำนวนผู้เข้ามาใช้ Myspace ที่เป็นเครือข่ายชุมชนออนไลน์มีสูงถึง 170 ล้านคน จึงเป็นความชัดเจนที่ว่าผู้ประกอบการสามารถหาผลประโยชน์จากเทรนด์นี้ ด้วยการเข้าไปหาลูกค้าเฉพาะกลุ่มได้ ไม่ว่าจะเป็นวัยรุ่น กลุ่มผู้สูงอายุ หรืออาจเจาะจงไปกลุ่มที่ชื่นชอบดนตรีก็ได้
นอกจากนี้ สินค้าที่เกี่ยวกับเทคโนโลยี นาโนเทคโนโลยีก็เป็นสินค้าใหม่ที่ไม่ควรพลาดสำหรับคนจะเริ่มทำธุรกิจ เพราะในสหรัฐมีการประเมินว่าสินค้าประเภทนี้จะมีมูลค่าตลาดสูงถึง 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐอีก 8 ปีข้างหน้าหรือในปี 2557 นั่นเอง
สินค้าเด็ก-คนชรามาแรง
ผู้บริโภคอีกกลุ่มที่เชื่อว่าจะมาแรงไม่แพ้กัน คือ กลุ่มเด็กและคนวัยชรา เห็นได้จากสินค้าและบริการหลายประเภทที่ผุดขึ้นมาเพื่อสนองความต้องการของคนทั้ง 2 กลุ่มจนนับไม่ถ้วน แถมมีแนวโน้มเติบโตเป็นอย่างดีในอนาคตเช่นกัน เพราะว่ากันว่า 13% ของประชากรในสหรัฐอเมริกาจะมีอายุมากกว่า 65 ปี ในปี 2553 และนับไปอีก 20 ปีข้างหน้าก็จะก้าวกระโดดขึ้นมาเป็น 19.3% โดยธุรกิจที่น่าสนใจคือการให้บริการรับ-ส่งเฉพาะเด็กและผู้สูงอายุที่ไม่สามารถดูแลตนเองได้ ไม่เพียงเท่านี้ ธุรกิจบริการให้คำปรึกษาการประกอบอาชีพของคนสูงวัยยังเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่ "ฮอตลิสต์" จัดเป็นธุรกิจที่จะทำกำไรไดก้อย่างงาม เนื่องจากมีผู้สูงอายุไม่น้อยเมื่อเกษียณอายุแล้วยังต้องการประกอบอาชีพที่ 2ต่อไป
Niech Market
การทำตลาดเฉพาะกลุ่มเป็นหนึ่งในปัจจัยของการสู่ความสำเร็จ โดยเฉพาะผู้ประกอบการมือใหม่ ซึ่งธุรกิจที่ถูกจัดอยู่ในอันดับต้นๆ คือ ธุรกิจออกกำลังกายที่เน้นให้บริการลูกคาเฉพาะกลุ่ม เช่น ฟิตเนสสำหรับลูกค้าชาย ฟิตเนสสำหรับลูกค้าหญิง แต่วันนี้ธุรกิจนี้ได้เจาะจงลงลึกไปมากกว่านั้น คือ ไม่ว่าจะเป็นฟิตเนสสำหรับวัยทีน ที่เน้นสร้างบรรยากาศดึงดูดลูกค้าในรูปแบบแปลกใหม่ที่ทีทั้งสมูตตี้ บาร์ รวมทั้งมีอุปกรณ์ออกกำลังกายที่ออกแบบมาเพื่อให้ไม่เกิดความเบื่อหน่ายด้วย หรือธุรกิจอย่าง "โยคะเพื่อคุณแม่" ก็เป็นสิ่งที่ได้รับความสนใจอย่างมากในตอนนี้ เพราะกลุ่มคุณแม่ต้องการมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับชีวิตที่กำลังจะเกิดมา และนี่คือเทรนด์ธุรกิจที่เชื่อว่าจะช่วยเป็นแนวทางให้กับนักการตลาดสามารถนำไปใช้ปรับเปลี่ยนหรือเสริมกับธุรกิจของตนเองได้โดยไม่ยากนัก
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|