|

ฟรีไล้ฟ์รุกขายตรงปีกุนเต็มสูบตั้งเป้า3ปีต้องติดท็อปเทนตลาดไทย
ผู้จัดการรายวัน(8 มกราคม 2550)
กลับสู่หน้าหลัก
“ฟรีไล้ฟ์”ขายตรงน้องใหม่จากแดนมะกันเห็นศักยภาพตลาดเอเชียการเติบโตสูง ล่าสุดได้ฤกษ์รุกคืบเข้าสู่ตลาดไทยได้กว่า 4 เดือน พบว่าได้รับการตอบรับดีปัจจุบันมียอดสมาชิกกว่า 4 พันราย ชูจุดเด่นสินค้า“ฮิมาเลยัน โกจิ จูส” ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจากน้ำเก๋ากี้ผสมน้ำผลไม้รวมเป็นตัวชูโรง เตรียมเดินเครื่องเต็มกำลังปี 2550 ทั้งการจัดกิจกรรมต่อเนื่องทั้งปีและรุกขยายสู่ต่างจังหวัด ตั้งเป้าสมาชิกเพิ่มเดือนละ1พันราย วาดฝัน 3 ปีติดอันดับ 1 ใน 10 ขายตรงหลายชั้นในไทย
นางมาร์การิต ลินดา เคคูล ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัทฟรีไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจขายตรงหลายชั้น(MLM)จากอเมริกา เปิดเผยกับ “ผู้จัดการรายวัน” ว่า บริษัทแม่ของฟรีไลฟ์เล็งเห็นถึงศักยภาพการเติบโตของธุรกิจขายตรงในเอเชียที่มีการเติบโตสูงและเป็นตลาดที่ใหญ่ ดังนั้นจึงมีแผนลงทุนเปิดตลาดใหม่ๆในเอเชียเพิ่มเติมในช่วง 3-5 ปีนี้ อาทิ ไต้หวัน,ญี่ปุ่น,มาเลเซีย และจีนฯลฯ จากปัจจุบันมีเปิดตลาดไปแล้วที่ฮ่องกง,สิงคโปร์,ออสเตรเลีย,ฟิลิปปินส์ และล่าสุดที่ประเทศไทยที่เพิ่งจะรุกเข้าตลาดเมื่อช่วงเดือนกันยายน2549ที่ผ่านมา
สำหรับเหตุผลที่ฟรีไล้ฟ์เลือกเข้ามาเปิดตลาดขายตรงในไทยนั้นก็เพราะธุรกิจขายตรงไทยมีการเติบโตที่สูง ประกอบกับปัจจุบันกระแสผลิตภัณฑ์เสริมอาหารกำลังเป็นที่นิยมและมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น ดังนั้นฟรีไล้ฟ์จึงสนใจเข้ามาเปิดตลาดในไทย ภายใต้ชื่อบริษัทฟรีไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเบื้องต้นการทำตลาดของบริษัทฯจะชูสินค้า “ฮิมาเลยัน โกจิ จูส” ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจากน้ำเก๋ากี้ผสมน้ำผลไม้รวมเป็นตัวสร้างแบรนด์ฟรีไล้ฟ์ให้เป็นที่รู้จักต่อผู้บริโภคคนไทย
ในส่วนของจำนวนผู้จำหน่ายอิสระและลูกค้า หลังจากที่บริษัทฯเปิดตัวไปในเดือนกันยายน2549ที่ผ่านมาจนถึงสิ้นปี 2549 พบว่ามีกว่า 4,000 ราย โดยในปี 2550 นี้บริษัทฯตั้งเป้าจำนวนสมาชิกรายใหม่จะมีเพิ่มขึ้นทุกเดือนประมาณ 100%หรือคิดเป็นเดือนละ 1,000 ราย รวมถึงยังตั้งเป้าหมายไว้ว่าผู้จำหน่ายอิสระ 1 คนจะต้องมียอดการซื้อสินค้า “ฮิมาเลยัน โกจิ จูส”มากกว่า1ลังครึ่งถึง 2 ลัง ซึ่ง1ลังหากเป็นสมาชิกคิดเป็นมูลค่าประมาณ 5,970 บาท จากราคาเต็ม 8,000 บาท
“ถึงแม้ว่าเราจะมีการเปิดตัวในช่วงภาวะเศรษฐกิจไม่ดีและตลาดประสบกับปัญหาทางการเมืองก็ตาม แต่บริษัทฯก็มีความเชื่อมั่นในตัวผลิตภัณฑ์และแผนการตลาดในด้านต่างๆ รวมถึงรางวัลตอบแทนที่จะให้กับสมาชิก เช่น การเทรนนิ่งสมาชิกและโปรแกรมท่องเที่ยว”นางมาร์การิต กล่าว
นางมาร์การิต กล่าวถึงแผนการตลาดในปี 2550 ว่า บริษัทฯเตรียมทำการตลาดหลายส่วนด้วยกัน เพื่อสร้างแบรนด์ฟรีไล้ฟ์ให้เป็นที่รู้จักต่อคนไทย อาทิ การทำงานร่วมกับบริษัทแบรนด์คอม คอนซัลแทนส์ จำกัด ในการเป็นที่ปรึกษาและทำการตลาดให้กับแบรนด์ฟรีไล้ฟ รวมถึงเตรียมรุกเข้าสู่ทุกภูมิภาคในประเทศไทยมากขึ้น จากปัจจุบันสัดส่วนลูกค้าจะเป็นกรุงเทพฯเป็นหลัก 80% และต่างจังหวัด 20%
พร้อมกันนี้บริษัทฯยังเน้นการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นทำกิจกรรมเพื่อสังคมหรือซีเอสอาร์ มาร์เก็ตติ้งทุกเดือน และการเข้าร่วมเป็นสปอนเซอร์ในรายการต่างๆ เป็นต้น นอกจากนี้ในปี 2550 บริษัทฯยังเตรียมเข้าเป็นสมาชิกของสมาคมการขายตรงไทยหรือTDSA และตั้งเป้าหมายไว้ว่าต้องติดอันดับ 1 ใน 10 ของธุรกิจขายตรงหลายชั้นให้ได้ภายใน 3 ปี
“การทำตลาดของเราจะเน้นคอนซูเมอร์เบสหรือใช้ฐานลูกค้าในสร้างทำตลาด เพราะปัจจุบันลูกค้ากว่า 80% จาก3,000 คนมีการดื่มสินค้าเป็นประจำและก็มีความชื่นชอบในตัวสินค้าจากนั้นจึงมีการบอกต่อยังคนใกล้ชิดหรือเพื่อน”
นางมาร์การิต กล่าวด้วยว่า ในอนาคตมีความเป็นไปได้ที่ฟรีไล้ฟ์ในไทยจะเป็นรีจีนอล ฮับหรือศูนย์กลางฟรีไล้ฟในย่านเอเชีย เนื่องจากประเทศไทยมีศักยภาพที่เพียงพอทั้งเทคโนโลยีที่ทันสมัย ,ระบบการบริหารจัดการที่ดี และค่าเงินที่ไม่แพง เป็นต้น
สำหรับแนวโน้มธุรกิจขายตรงในไทยคาดว่ายังมีการเติบโตที่ดีอยู่และเป็นไปในแง่บวกมากขึ้น เนื่องจากปัจจุบันตลาดมีกฎหมายธุรกิจขายตรงคุ้มครองทั้งผู้ประกอบการ , นักธุรกิจอิสระและผู้บริโภคอยู่ อีกทั้งผู้บริโภคยุคใหม่เริ่มเข้าใจธุรกิจขายตรงและต้องการทำเป็นอาชีพเสริมกันมากขึ้น
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|