เครื่องไฟฟ้าผวารับผลพวงบึ้ม


ผู้จัดการรายวัน(8 มกราคม 2550)



กลับสู่หน้าหลัก

กลุ่มบริษัทฯเครื่องใช้ไฟฟ้า มั่นใจ การลอบวางระเบิด ไม่ส่งผลกระทบต่อยอดขาย แต่ไม่นิ่งนอนใจ เตรียมตัวรับสถานการณ์เต็มที่ โซนี่ เดินหน้าอย่างระมัดระวัง พร้อมปรับกลยุทธ์ใหม่ๆตลอดเวลา โตชิบามั่นใจรายได้ไม่กระทบ จีบหน่วยทหารเทรนนิ่งพนักงาน สร้างความมั่นใจ ส่วนแอลจีมอง ระยะยาว น่าห่วงกว่า

โซนี่เฝ้าระวังเหตุการณ์

นายคาซูโอะ ซูยาม่า กรรมการผู้จัดการ บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด เปิดเผย “ผู้จัดการรายวัน”ว่า เหตุการณ์ลอบวางระเบิดที่เกิดขึ้นนั้น มองว่าธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้ายังไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด แต่ทางห้างสรรพสินค้าและโมเดิร์นเทรดกลับเป็นผู้ได้รับผลกระทบโดยตรงมากกว่า รวมไปถึงน่าจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในภาพรวมมากที่สุด

“ถ้ามองผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในระยะสั้น ทางบริษัทฯเชื่อว่ายังไม่มีอะไร แต่ถ้ามองในระยะยาว ทางบริษัทฯยอมรับว่ายังมีความไม่มั่นใจอยู่ หากเหตุการณ์ดังกล่าวยังไม่มีความคลี่คลาย และอาจจะทำให้ผู้บริโภคเองเกิดความไม่แน่ใจและชะลอการซื้อในช่องทางโมเดิร์นเทรดก็เป็นได้”

อย่างไรก็ตามสำหรับช่องทางการจัดจำหน่าย ทางบริษัทฯมองว่าผู้บริโภคอาจจะไม่มั่นใจที่จะซื้อสินค้าตามห้างสรรพสินค้าบ้าง และสำหรับในส่วนของร้านค้า หรือตัวแทนจำหน่ายรายย่อย ยังเป็นช่องทางที่ผู้บริโภคให้มั่นใจและยังมีการซื้อสินค้าเป็นปกติอยู่ ซึ่งสำหรับทางบริษัทฯเองแล้ว ที่ผ่านมาช่องทางการจัดจำหน่ายที่สำคัญจะเป็นในส่วนของตัวแทนจำหน่ายมากกว่าช่องทางโมเดิร์นเทรด ดังนั้นจึงเชื่อว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น บริษัทฯไม่ได้รับผลกระทบในเรื่องของยอดขายแน่นอน

“ถึงแม้ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะไม่มีผลกระทบต่อยอดขาย แต่เนื่องจากยังเป็นเหตุการณ์ที่อยู่ท่ามกลางความเสี่ยง ที่ไม่สามารถคาดเดาได้ว่าจะมีเหตุการณ์ใดเกิดขึ้นอีกบ้าง ทางบริษัทฯจึงต้องมีการดำเนินธุรกิจอย่างระมัดระวังมากยิ่งขึ้น โดยจะยังคงดำเนินตามแผนเดิมที่วางไว้ แต่จะเฝ้าระวังเหตุการณ์บ้านเมืองอยู่ตลอดเวลา อีกทั้งต้องให้ความสำคัญกับความปลอดภัยให้แก่พนักงานด้วย ทั้งนี้เพื่อความพร้อมสำหรับการปรับเปลี่ยนการดำเนินธุรกิจท่ามกลางวิกฤตต่างๆที่อาจเกิดขึ้นได้ต่อไป” นายคาซูโอะ กล่าว

อย่างไรก็ตาม นายคาซูโอะ ยังได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสินค้าที่คาดว่าจะได้รับความนิยมจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยว่า จากเหตุการณ์ดังกล่าวอาจจะส่งผลให้ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคอาจจะใช้ชีวิตภายในบ้านมากขึ้น แทนการออกมาทำกิจกรรมนอกบ้าน ดังนั้นสินค้าประเภทให้ความบันเทิงภายในบ้าน คาดว่าจะได้รับความนิยมสูง รวมไปถึงการสื่อสารในรูปแบบอินเทอร์เน็ตก็จะได้รับความนิยมเช่นเดียวกัน โดยอาจจะมีการติดตั้งอินเทอร์เน็ตเพื่อรับข้อมูลข่าวสารให้ทันต่อเหตุการณ์

นอกจากนี้สินค้าประเภทโทรทัศน์วงจรปิด ที่สามารถเชื่อมกับระบบอินเทอร์เน็ต คาดว่าจะได้รับความนิยมไม่แพ้กัน ซึ่งสินค้าต่างๆเหล่านี้จะได้รับความนิยมได้ด้วยเหตุผลในเรื่องของความปลอดภัยและการระมัดระวัง จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นเอง

โตชิบากระโดดร่วมเทรนนิ่งกับฝ่ายทหาร

ส่วนทางโตชิบา โดย นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร ประธานกรรมการบริหาร บริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ จำกัด กล่าวกับ “ผู้จัดการรายวัน”ว่า สำหรับทางโตชิบาแล้วมองว่าเหตุการณ์ดังกล่าวไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อบริษัทฯแต่อย่างไร แต่อาจจะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคบ้าง

โดยในแง่ของผู้บริโภคในระยะนี้ มองว่าสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่ม คือ 1. กลุ่มที่กลัวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จนไม่ยอมออกมาใช้จ่ายตามห้างสรรพสินค้า และ2.กลุ่มผู้บริโภคที่ทำความเข้าใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และยังใช้ชีวิตเป็นปกติ แต่มีความระมัดระวังมากยิ่งขึ้น

นางกอบกาญจน์ กล่าวต่ออีกว่า ตนได้ลองเดินสำรวจดูบรรยากาศในช่วงเวลาดังกล่าว ในห้างสรรพสินค้าย่านใจกลางเมือง 3 แห่ง ที่มีชอปของโตชิบาเปิดให้บริการอยู่ คือ สยามพารากอน เซ็นทรัล ชิดลม และ ดิ เอ็มโพเรียม และได้มีการพูดคุยกับพนักงานของทางโตชิบา พบว่าช่วงวันที่1 มกราคมที่ผ่านมา มีผู้บริโภคเข้ามาจับจ่ายน้อยมาก โดยเฉพาะคนไทย แต่สำหรับชาวต่างประเทศยังเป็นปกติ ส่วนในวันที่ 2 มกราคม คนไทยเริ่มกลับเข้ามาเดินจับจ่ายซื้อของมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะสินค้าประเภทเครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นเล็ก สำหรับเป็นของขวัญของฝาก จึงเชื่อว่าความมั่นใจของผู้บริโภคกำลังกลับมาอีกครั้ง

อย่างไรก็ตามทางบริษัทมิได้นิ่งนอนใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยขณะนี้มีการติดต่อประสานงานไปยังหน่วยงานทหาร เพื่อให้มีการเทรนนิ่งพนักงานบริษัทฯในเรื่องของการเฝ้าระวังต่างๆ ที่ทางทหารต้องการฝึกอบรมให้แก่พนักงานตามห้างนั้นเอง ซึ่งนโยบายของทหารครั้งนี้ เชื่อว่าจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้แก่พนักงาน และลูกค้าที่เข้ามาซื้อสินค้าได้มากยิ่งขึ้น

แอลจี มอง ระยะยาว น่าห่วงกว่า

สำหรับค่ายแอลจี โดย นายอลงกรณ์ ชูจิตร ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาด บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัดเปิดเผยว่า สำหรับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น มองว่า หากเหตุการณ์ดังกล่าวทางรัฐบาลสามารถแก้ไขได้ในระยะเวลาอันสั้น ภายในระยะเวลาไม่เกิน 1 เดือน ก็ไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อรายได้ที่จะมาจากช่องทางโมเดิร์นเทรดแต่อย่างไร แต่ถ้าช่วงเวลาผ่านไปยังไม่สามารถคลี่คลายปัญหาที่เกิดขึ้นได้ ก็คาดว่าเริ่มจะได้รับผลกระทบอยู่บ้าง แต่อย่างไรก็ตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ มองว่ายังไม่มีอะไรน่าหนักใจ หรือน่าเป็นห่วงแต่อย่างไร


กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.