พร็อพเพอร์ตี้ฟันด์ปีหมูเดี้ยง สกัดเก็งกำไรค่าเงิน-บึ้มกลางกรุงต่างชาติหนี


ผู้จัดการรายวัน(4 มกราคม 2550)



กลับสู่หน้าหลัก

วิบากกรรมพร็อพเพอร์ตี้ฟันด์ปีหมูไฟ หลังธปท.ประกาศมาตรการสกัดเก็งกำไรค่าบาท สั่งต่างชาติกันสำรอง 30% ต่างชาติแตกกระเจิง ผสมโรงเหตุลอบวางบึ้ม!กลางกรุงช่วงปีใหม่ บิ๊ก CPN แตะเบรกแผนเพิ่มทุน 7.17 พันลบ.เข้า CPNRF ขณะที่นายกสมาคมบลจ.ต่อสายตรงรมว.คลังอ้อนผ่อนปรนมาตรการ สุดท้ายแห้ว ต้องรอประเมินผลมาตรการ 3-6 เดือน ขณะที่"กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ เจซี"ของค่ายพรีมาเวสท์ เข้าเทรดวันแรกศุกร์นี้ ลุ้นระทึกไม่หลุดจอง

นายนริศ เชยกลิ่น รองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานการเงินและบัญชี บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) (CPN) เปิดเผยว่า แผนการเพิ่มทุน 7.17 พันล้านบาท เข้าในกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ CPN รีเทลโกรท (CPNRF) ว่า คงต้องมีการชะลอออกไปก่อน หลังจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีการออกมาตรการกันสำรอง 30% สำหรับนักลงทุนต่างประเทศที่เข้ามาลงทุน โดยจากการที่มีนักลงทุนต่างประเทศส่วนใหญ่เข้าถือในกองทุนนี้จึงทำให้ได้รับผลกระทบ

'แผนเพิ่มทุนครั้งนี้คงต้องล่าช้าออกไป โดยบริษัทฯ กำลังดูอยู่ว่าจะระดมทุนผ่านทางอื่น เช่นการกู้ยืม หรือไม่ แต่ตอนนี้รอประเมินสถานการณ์จากแบงก์ชาติว่าจะมีการผ่อนคลายมาตรการตั้งสำรอง 30% หรือไม่' นายนริศ กล่าว

นายนริศ กล่าวถึงกรณีเกิดเหตุลอบวางระเบิดทั่วกรุงเทพฯว่า เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบกับบริษัทฯ เนื่องจากมีปริมาณลูกค้าที่ลดลงจากความกังวล และหวาดระแวงต่อความไม่ปลอดภัย โดยเบื้องต้นได้สำรวจพบว่าประมาณลูกค้าที่ใช้บริการห้างสรรพสินค้าหายไป 20% แต่ยังมั่นใจว่ามาตรการของภาครัฐที่ออกมาอย่างเข้มงวดจะช่วยเรียกความเชื่อมั่นลูกค้ากลับมาโดยเร็ว

'เมื่อช่วงวันที่ 1 และวันที่ 2 มกราคม ยอมรับว่าลูกค้าหายไประดับหนึ่งประมาณ 10-20% ได้ แต่เชื่อว่าจะเป็นผลกระทบแค่ระยะสั้นเท่านั้น เพราะในที่สุดสถานการณ์คลี่คลายความมั่นใจก็จะกลับคืนมา' นายนริศ กล่าว

นางโชติกา สวนานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทจัดหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ทหารไทย จำกัด กล่าวว่า มาตรการสกัดการเก็งกำไรค่าเงินบาทของธปท. ส่งผลกระทบกับตลาดกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์เป็นอย่างมาก เพราะต้องยอมรับว่ากองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ที่มีขนาดใหญ่ต้องพึ่งพาเม็ดเงินลงทุนจากนักลงทุนต่างชาติ เนื่องจากเป็นการลงทุนระยะยาว

"แผนการเพิ่มทุนของ CPNRF อาจต้องเลื่อนไป เพราะต้องยอมรับว่านักลงทุนรายใหญ่ที่ลงทุนคือ นักลงทุนต่างชาติ" นางโชติกากล่าว

แหล่งข่าวจากวงการกองทุน กล่าวว่า หลังจากที่ธปท.ออกมาตรการสกัดการเก็งกำไรค่าเงินบาท นายมาริษ ท่าราบ กรรมการผู้จัดการ บลจ.ไอเอ็นจี (ประเทศไทย) ในฐานะนายกสมาคมบลจ. ได้ติดต่อทางโทรศัพท์ เพื่อชี้แจงข้อมูลเกี่ยวกับการลงทุนของต่างชาติผ่านกองทุนรวม และผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการออกมาตรการของธปท. กับ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง อย่างไรก็ตาม รมว.คลังยืนยันว่าจะยังไม่มีการแก้ไขหลักเกณฑ์การกันสำรอง 30% สำหรับนักลงทุนต่างชาติที่ลงทุนผ่านกองทุนรวม โดยจะรอประเมินผลในช่วง 3-6 เดือน

"ในช่วงครึ่งปีแรก การระดมทุนผ่านการออกกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์คงเป็นไปได้ยากมาก โดยเฉพาะกองทุนที่มีขนาดใหญ่ เนื่องจากลูกค้ารายใหญ่ที่ลงทุนเป็นนักลงทุนต่างชาติ ที่กระจายการลงทุนมายังกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นหลังการประกาศมาตรการของธปท. ได้ทำลายความเชื่อมั่นของนักลงทุนเป็นอย่างมาก" แหล่งข่าวกล่าว ขณะที่นายเพิ่มพล ประเสริฐล้ำ กรรมการผู้จัดการ บลจ.พรีมาเวสท์ จำกัด กล่าวว่า บริษัทเตรียมนำ

กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ เจซี (JCP) เข้าจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในวันศุกร์ที่ 5 มกราคม นี้ เชื่อว่าจะไม่ได้รับผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการลอบวางระเบิดในกรุงเทพ เนื่องจากกองทุนมีขนาดเล็ก การซื้อขายในวันแรกไม่น่าจะคึกคักมาก

สำหรับนโยบายการลงทุนของกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ เจซีคือการลงทุนโดยการเช่าอาคารสำนักงาน คือ อาคารเจซี เควิน ทาวเวอร์ เอ (JC Kevin Tower A) บางส่วน ยกเว้นพื้นที่ชั้น 16 - 19 ชั้นดาดฟ้า และพื้นที่จอดรถจำนวน 163 คัน เป็นระยะเวลา 30 ปี และมีสิทธิที่จะต่ออายุสัญญาเช่าได้อีก 5 ปี โดยอาคารเจซี เควิน ทาวเวอร์ เอ ตั้งอยู่เลขที่ 26 ซอยพิชัย ถนนนราธิวาสราชนครินทร์แขวงยานนาวา เขตสาทรกรุงเทพมหานคร 10120ซึ่งถือเป็นเขตพื้นที่ทางธุรกิจหลักที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของกรุงเทพมหานคร

กรรมการผู้จัดการบลจ.พรีมาเวสท์ กล่าวถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นจากมาตรการสกัดการเก็งกำไรค่าเงินบาทว่า บริษัทเตรียมปรับแผนการจัดตั้งกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ใหม่ จากเดิมเตรียมเปิดขายหน่วยลงทุนในไตรมาสแรกของปีนี้มูลค่าโครงการประมาณ 4 พันล้านบาท อาจต้องเลื่อนออกไปเป็นช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้

"สำหรับกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ที่มีขนาดเล็ก กำลังซื้อของนักลงทุนสถาบันภายในประเทศอาจพอเพียง แต่สำหรับกองที่มีขนาดใหญ่ ซึ่งต้องพึ่งมาเงินลงทุนจากต่างชาติได้รับผลกระทบเยอะมากจากมาตรการของธปท." นายเพิ่มพลกล่าว


กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.