ศิลปะระบบแสงสว่างในบ้านแคบ & ยาว


นิตยสารผู้จัดการ( มกราคม 2550)



กลับสู่หน้าหลัก

เมื่อ Sophia Runham เข้าดูบ้านหลังนี้เป็นครั้งแรก ความรู้สึกบอกกับเธอทันทีว่านี่เป็นบ้านสำหรับตัวเธอและครอบครัว แม้ว่า ณ เวลานั้นมันเป็นบ้านมืดๆ ทึมๆ และถูกปล่อยให้รกร้างชนิดที่ว่าเมื่อต้องการสำรวจดูชั้นใต้ดิน Sophia ต้องใช้คบไฟส่องนำทางเข้าไป ตัวบ้านที่เหลือกั้นเป็นห้องๆ ไว้ให้เช่า และตัวบันไดที่มีอยู่เดิมก็เสียหายเพราะถูกไฟไหม้ แต่เธอบอกกับตัวเองว่า นี่เป็นบ้านที่หามานาน

วันนั้น Sophia เล็งเห็นศักยภาพของบ้านในแง่ของขนาด พื้นที่ว่าง และแสงสว่าง "ฉันวาดภาพในหัวสมองว่า จะมีห้องครัวที่ชั้นใต้ดินพร้อมระบบไฟ double-aspect light อยู่ด้านหลังของครัว โชคดีที่บ้านไม่มีปัญหาโครงสร้างหลัก แต่เพราะฉันต้องการให้ทุกอย่างแลดูสะอาดตา จึงต้องรื้อผนังกั้นห้องออกทั้งหมด นั่นหมายถึงการต้องหาสถาปนิกที่เหมาะกับงานให้ได้"

เธอกับสามีพบว่า เมื่อได้คุยกับสถาปนิกหลายคนไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะเห็นด้วยหรือกระตือรือร้นกับแนวคิดของพวกเขา "บางคนคิดว่าถ้ารื้อโครงสร้างเชิงสถาปัตยกรรมส่วนใหญ่ออกไปแล้วจะทำให้บ้านพังลงมา"

ต่อเมื่อได้พบ Nico Rench แล้ว ทั้งสองจึงรู้ว่าได้พบสถาปนิกผู้มีจิตวิญญาณประเภทเดียวกัน เขามีชื่อเสียงในงานออกแบบสมัยใหม่แบบจัดจ้าน แถมวงการยังยกนิ้วให้เป็นอัจฉริยะด้านการแก้ปัญหาการใช้พื้นที่ว่าง

Sophia ยังให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถาปนิกคนโปรดของเธอว่า "เขาชอบสิ่งปลูกสร้างและสามารถเห็นในสิ่งที่เราเห็น เขายังรู้สึกว่าเราเป็นคู่ที่บ้าบิ่นกล้าเสี่ยงเอามากๆ กับการทำอย่างนี้"

จากมุมมองของสถาปนิกมือทองอย่าง Nico เขาเห็นว่า บ้านหลังนี้มีปัญหาเฉพาะจุดอยู่หลายอย่าง "ในลอนดอนมีลักษณะเฉพาะแบบนี้มากมาย คือตัวบ้านยาวและแคบ มีแสงสว่างส่องเข้าทางด้านหน้าหรือด้านหลังเพียงเล็กน้อย แต่เพราะเป็นบ้านที่มีเทอเรซด้วย ทำให้ไม่สามารถแก้ไขอะไรได้มากนักในทุกๆ ทิศทางของบ้าน สิ่งที่ทำได้มีเพียงออกแบบให้เกิดความรู้สึกว่ามีพื้นที่ว่างมากขึ้น ซึ่งทำได้ในกรณีที่ลูกค้ากล้าหาญและเต็มใจที่จะไว้ใจในตัวคุณผู้เป็นสถาปนิกเท่านั้น"

งานซ่อมแซมออกแบบตกแต่งบ้านทั้งหลังเริ่มต้นเมื่อเดือนมกราคม 2001 และใช้เวลาหนึ่งปีเต็มจึงแล้วเสร็จ ระหว่างนั้น Sophia และครอบครัวเช่าบ้านอยู่ใกล้ๆ

งานเชิงโครงสร้างที่สำคัญคือ การรื้อผนังกั้นห้องในบ้านออก ปัจจุบันเมื่อคุณเดินเข้าบ้านทางประตูด้านหน้า ก็จะตรงเข้าไปสู่ห้องนั่งเล่นขนาดใหญ่ มีห้องโถง (atrium) ความสูงเป็นสองเท่าอยู่ด้านหลัง เมื่อมองไปแล้วแลดูเหมือนโผล่ขึ้นมาจากบริเวณที่จัดไว้สำหรับรับประทานอาหาร ซึ่งเป็นพื้นที่ต่างระดับที่ต่อเติมขึ้นใหม่ ถัดจากจุดรับประทานอาหารเป็นสวนที่ออกแบบโดย Woodhams ซึ่งยอดเยี่ยมมากในเชิงสถาปัตยกรรม โดยปลูกต้นไผ่และซิลเวอร์เบิร์ชประดับ

ชั้นล่างของตัวบ้านเป็นห้องชุดประกอบด้วยห้องนอนใหญ่ ห้องแต่งตัว และห้องน้ำ ขณะที่ชั้นสองเป็นห้องนอนของเด็กๆ ห้องน้ำ ห้องนั่งเล่นเล็กๆ และห้องรับรองแขกขนาดเล็กพร้อมเตียงคู่และห้องน้ำในตัว

โดยภาพรวมแล้วพวกเขาได้บ้านสำหรับครอบครัวที่อยู่สบายและให้ประโยชน์ใช้สอยสูงมาก แลดูแล้วไม่จืดชืดหรือไร้รสนิยมทั้ง Sophia และ Nico ต่างรักที่จะใช้วัสดุธรรมชาติเหมือนกันจึงปูพื้นส่วนใหญ่ด้วยแผ่นไม้โอ๊กขนาดใหญ่ที่มีคุณสมบัติส่งผ่านความอุ่นขึ้นมาได้

"เมื่อคุณออกแบบให้พื้นที่ว่างเปิดโล่งและใช้กระจกจำนวนมาก ก็จำเป็นต้องสร้างสมดุลด้วยอะไรก็ได้ที่ให้ความรู้สึกอุ่น ถ้าเป็นบ้านในเขตร้อน เราอาจใช้วัสดุที่แลดูแล้วให้ความรู้สึกเย็นแทน แต่นี่เป็นอังกฤษที่มีอากาศหนาวเย็นอยู่แล้ว" Nico ให้รายละเอียด

Sophia เป็นลูกครึ่งสวีเดน เธอจึงมีเฟอร์นิเจอร์สไตล์ Gustavian ที่เป็นมรดกจากครอบครัว ขณะเดียวกันเธอและสามีก็โปรดปรานที่จะสะสมผลงานศิลปะสมัยใหม่ โดยเฉพาะงาน abstracts

Sophia ตบท้ายว่า "สิ่งที่เราต้องการคือ อะไรที่แลดูสมัยใหม่ สง่างาม และคลาสสิก ซึ่งมองดูดีได้นานๆ เราจะรู้สึกว่าวิเศษมากที่ได้ยืนอยู่ในบ้านที่มีแสงสว่างเจิดจ้าส่องมาจากทั้งด้านหน้าและด้านหลัง สำหรับเราแล้วบ้านนี้พิเศษสุดจนเราไม่คิดอยากได้อะไรมากกว่าการได้ครอบครองบ้านหลังนี้"


แปลและเรียบเรียงโดย ดรุณี แซ่ลิ่ว
จากนิตยสาร Homes & Gardens/October 2006


กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.