|

บี-ควิกเปลี่ยนคู่หูผนึกมารูเบนิอัดฉีด50ล้านลุยตลาดมาเลเซีย
ผู้จัดการรายวัน(22 ธันวาคม 2549)
กลับสู่หน้าหลัก
บี-ควิก เตรียมโกอินเตอร์ลุยตลาดมาเลเซียกลางปีหน้า หลังเปลี่ยนพันธมิตรใหม่เป็นมารูเบนิ พร้อมลงทุนเพิ่มอีก 50ล้านบาทขยาย 30สาขาใน 3ปี มั่นใจได้เปรียบในด้านบริการครบวงจร เผยผลประกอบการปี 49 โตสวนกระแสตลาดรวม ตั้งเป้าปีหน้าขยายอีก 10สาขาหวังโตอีก 30%
นายเฮงก์ เจ คิกส์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ศูนย์บริการรถยนต์บี-ควิก กล่าวว่า ในเดือนตุลาคมที่ผ่านมาบริษัท มารูเบนิ จำกัด ได้เข้าร่วมเป็นพันธมิตรกับบี-ควิก โดยเข้ามาถือหุ้นแทนในส่วนของบริษัท Thai Strategic Capital จำกัด และ Prudential เนื่องจากบริษัทมีแผนจะลงทุนในระยะยาว โดยการขยายตลาดไปยังต่างประเทศซึ่งจะเริ่มที่ภูมิภาคเอเชียก่อน แต่ทางผู้ถือหุ้นรายเดิมยังไม่มีทีท่าเห็นด้วยจึงได้มีนโยบายที่จะหาผู้ถือหุ้นรายใหม่ที่จะมาลงทุน
"ทางบริษัทไม่ต้องการให้บี-ควิกผูกขาดกับบริษัทใดเพียงที่เดียว เพราะจะทำให้ขาดอิสระในการดำเนินงาน ซึ่งที่ผ่านมาเราก็คิดว่ามีความพร้อมที่จะขยายตลาดไปยังต่างประเทศ และมารูเบนิเป็นบริษัทกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ที่มีเครือข่ายในหลายประเทศทั่วโลก ซึ่งจะช่วยให้แผนการขยายสาขาในตลาดเอเชียของบี-ควิก สามารถดำเนินงานได้รวดเร็วยิ่งขึ้น โดยการเข้าร่วมหุ้นครั้งนี้จะไม่กระทบต่อการบริหารการปฏิบัติงานและแนวนโยบายของบริษัทแต่อย่างใดเพราะสิทธิ์ในการบริหารทั้งหมดจะอยู่ที่บี-ควิก"
สำหรับการขยายสาขาไปยังประเทศมาเลเซียนั้น นายเฮงก์ กล่าวว่า มารูเบนิจะช่วยในเรื่องของสัดส่วนการถือหุ้นในตลาดต่างประเทศเพราะมารูเบนิมีสาขาอยู่ในมาเลเซียจึงทำให้ได้เปรียบในหลายด้านทั้งยังช่วยเสริมในด้านของเงินทุนด้วย ซึ่งในขณะนี้ได้มีการวางแผนในเรื่องนโยบายอยู่ คาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงเดือนเมษายนนี้ และจะเริ่มดำเนินการขยายสาขาในมาเลเซียได้ช่วงเดือนกรกฎาคม โดยใน 3ปีแรกจะทำทั้งหมด 30สาขา ใช้เงินลงทุนประมาณ 15-17 ล้านบาทต่อสาขา
"จะเห็นว่าในมาเลเซียธุรกิจนี้ไม่มีคู่แข่งที่แท้จริงโดยตรง เพราะในศูนย์บริการประกอบด้วยบริการหลายกลุ่ม ถ้าจะวัดกันต้องแยกออกเป็นกลุ่ม เช่น บริการยาง น้ำมันเครื่อง ผ้าเบรก เป็นต้น ดังนั้นทำให้หาคู่แข่งโดยตรง และเจ้าตลาดที่แท้จริงค่อนข้างยาก ซึ่งบี-ควิกจึงได้เอาจุดเด่นของศูนย์บริการเราที่มีการจำหน่ายยางหลากหลายแบรนด์ รวมถึงผ้าเบรก แอร์ แบตเตอรี่ และความชำนาญทางด้านช่วงล่าง อีกทั้งในมาเลเซียเป็นตลาดที่มีสัดส่วนรถยนต์นั่งกว่า 95% ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของเรา"
นางสาวบุศรารัตน์ อัสสรัตนกุล ผู้บริหารสูงสุดฝ่าปฏิบัติการ กล่าวถึงภาพรวมของตลาดศูนย์บริการรถยนต์ว่าตลาดในนี้ไม่กระเตื้องขึ้นตามที่ได้ประเมินไว้แต่แรก เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจทำให้ผู้ใช้บริการชะลอการใช่จ่ายต่างๆ โดยในปี 2549 บี-ควิกมีคาดว่าจะมียอดจำหน่ายรวมที่ประมาณ 1,000ล้านบาท ส่วนผลประกอบการในปีนี้มีการเติบโตกว่า 30% ซึ่งสวนทางกับตลาดรวมที่ตกลง 5%
ทางด้านแผนการตลาดในปี 2550 นั้นจะมีการลงทุนเพิ่มในส่วนของการขยายอีก 10 สาขา แบ่งเป็นในกรุงเทพฯ 5สาขา และต่างจังหวัดในภาคตะวันออกอีก 5สาขา จากปัจจุบันมีทั้งหมด 45สาขาด้วยกัน ซึ่งจะทำให้มีการเติบโตขึ้นอีก 10-30 % โดยสามารถครองส่วนแบ่งตลาดยางรถยนต์ในกรุงเทพฯประมาณ 15% และมียอดขายจะไม่ต่ำกว่าปีที่ผ่านมา
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|