"วินัย-ศุภชัย วีระภุชงค์ เมื่อคนขายยามาเป็นเจ้าของสถานีโทรทัศน์"


นิตยสารผู้จัดการ( ธันวาคม 2538)



กลับสู่หน้าหลัก

เพียงหนึ่งชั่วโมงเศษจากดอนเมือง ล้อเครื่องบินก็เตะพื้นสนามบินโปเชนตงกลางกรุงพนมเปญของกัมพูชา

"ซัวสะได" อันหมายถึงสวัสดี คือคำแรกที่ ศุภชัย วีระภุชงค์ หรืออ๊อด ทิฟฟี่ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัทไทยนครพัฒนา จำกัด กล่าวกับคณะสื่อมวลชนในวันนั้น

คุณอ๊อดจะพาไปชมงานเปิดทีวีช่อง 5 กัมพูชา ที่ไทยนครพัฒนาได้สัมปทานจากกระทรวงกลาโหมกัมพูชา ในการดำเนินกิจการสถานีโทรทัศน์กองยุทธพลเขมะ ภูมินทร์ อายุสัมปทาน 30 ปีนับจากปี 2538 โดยต้องจ่ายให้กระทรวงกลาโหมเป็นเงิน 200 ล้านบาทในอายุสัมปาทานซึ่งต่อมาไทยนครพัฒนาได้ชักชวนกันตนากรุ๊ปร่วมหุ้น 50/50 ตั้ง "บริษัท มิก้า มีเดีย จำกัด" ขึ้นดูแล

แรกเริ่มนั้น บริษัท มิก้า มีเดีย ตั้งขึ้นมาเพื่อดำเนินกิจการทีวีในกัมพูชาเหมือนกันแต่เป็นช่อง 12 ที่ได้สัมปทานรัฐบาลมาตั้งแต่ปี 2537 และมีกำหนดออกอากาศในกลางปี 2539 ทว่าด้วยโชคเข้าข้างหรืออย่างไรไม่ทราบ ไอบีซีแคมโบเดีย ของกลุ่มชินวัตร ที่ได้สัมปทานทำทีวีช่อง 5 ประกาศขายเครื่องไม้เครื่องมือของตนหลังจากที่ออกอากาศมาตั้งแต่พฤษภาคม 2536 แต่ยังไม่ยอมขายใบอนุญาตประกอบกิจการแต่อย่างใด

การเริ่มต้นของไอบีซีแคมโบเดียของกลุ่มชินวัตรนั้นมาจากเงื่อนไขทางการเมืองด้วยประการหนึ่ง โดยเฉพาะช่วงการเลือกตั้งทั่วไปในกัมพูชา ซึ่งไอบีซีถูกกล่าวหาว่า เป็นเครื่องมือของฝ่ายฮุนเซน จนได้รับสัมปทานถึง 99 ปี ต่อมาฝ่ายเจ้ารณฤทธิ์ก็ออกมาโวยวาย จนอายุสัญญาต้องลดเหลือ 30 ปี

ปัญหาการเมืองที่ตามมาคือ ไอบีซีถูกกล่าวหาอีกว่า มีส่วนรู้เห็นในกรณีความพยายามก่อรัฐประหารในกัมพูชา ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนั้นมีคนไทยถูกจับกุมเป็นจำนวนมาก ก่อนที่จะได้รับการปล่อยตัวในเวลาต่อมา อีกทั้งเป็นประเด็นถกเถียงในความเหมาะสมของการรับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของ พ.ต.ท. ดร. ทักษิณ ชินวัตรอีกด้วย

ต่อจากนั้นปัญหาที่ไอบีซีแคมโบเดียต้องประสบคือตัวเลขขาดทุนเดือนละล้านกว่าบาท เพราะจากเดิมอัตราค่าโฆษณาจากนาทีละ 600 เหรียญสหรัฐ ไม่ถึงปีตกลงมาสู่ 13-30 เหรียญสหรัฐ

ส่วนหนังสือพิมพ์พนมเปญโพสต์เผยว่าที่ไอบีซีต้องขายอุปกรณ์สถานีนั้น นอกจากทนขาดทุนต่อเนื่องไม่ไหวแล้ว ไอบีซียังไม่สามารถยอมรับเงื่อนไขของรัฐบาลกัมพูชาที่จะขอเพิ่มหุ้นเป็น 51% ได้ จากเดิมไอบีซี 70% และ รัฐบาล 30%

กลุ่มชินวัตรคงประเมินแล้วว่า หากจะลงทุนในกัมพูชาต่อไปก็คงต้องเปลืองตัวและรัฐบาลกัมพูชาก็อาจจะไม่ค่อยไว้ใจการลงทุนของกลุ่มชินวัตรนัก เพราะมักมีเรื่องการเมืองมาเกี่ยวข้องเนือง ๆ

คำสั่งฟ้าผ่าจากกรุงเทพฯ คือ ไอบีซีต้องถอนตัวจากกัมพูชา

เมื่อเป็นเช่นนี้ มิก้ามีเดียจึงมีทีวี 2 ช่องในกัมพูชาโดยทันที คือช่อง 12 และช่อง 5

จาฤก กัลย์จาฤก กรรมผู้จัดการผู้อำนวยการ บริษัทกันตนากรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า "เราไม่คิดทำ 2 ช่องพร้อมกันแน่ เมื่อเหตุการณ์เป็นเช่นนี้ผมก็ขอให้กลาโหมเปลี่ยนจากช่อง 12 เป็นช่อง 5 แล้วช่อง 12 เราก็ยกคืนให้เขาไปเหมือนเดิม ทำแค่ช่องเดียวส่วนเรื่องมูลค่าอุปกรณ์เครื่องมือที่เราจ่ายแก่ไอบีซี ผมบอกไม่ได้เพราะตกลงกันไว้ว่าทั้งสองฝ่ายจะไม่เผยเรื่องนี้"

หนึ่งเดือนแห่งการตัดสินใจซื้ออุปกรณ์จากไอบีซีแม้จาฤกไม่ยอมปริปากพูดเรื่องจำนวนเงิน แต่จากการรายงานข่าวของสำนักข่าวเอเอฟพีแจ้งว่า ไทยนครพัฒนากับกันตนา ได้เทกโอเวอร์กิจการไอบีซีกัมพูชา โดยเป็นการซื้ออุปกรณ์ไปแล้วในราคา 8 แสนเหรียญสหรัฐ หรือ 20 กว่าล้านบาท และจากการที่นิวัฒน์ บุญทรง แห่งค่ายชินวัตร เคยให้สัมภาษณ์ "ผู้จัดการ" ไว้ว่า การลงทุนอุปกรณ์ทั้งหมดของช่อง 5 หมดไปกว่า 70 ล้านบาท

แผนของจาฤกที่คาดว่าจะเริ่มออกอากาศกลางปี 2539 จึงจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนทันทีเป็นออกอากาศต้นเดือนพฤศจิกายนเป็นต้นไป เพราะงานนี้เพียงแค่เอาเทปรายการของตนที่กันตนาผลิตใส่ภาษาท้องถิ่นแล้วใส่เข้าเครื่องไม้เครื่องมือที่ไอบีซีเซ็ตอัพไว้หมดแล้ว แค่นี้ก็สามารถทำให้ชาวกัมพูชาในละแวกรัศมีรอบกรุงพนมเปญประมาณ 120 กิโลเมตร ได้เห็นหน้าน้องเหมียว-ชไมพร จตุรภุช ตัวร้ายจากเรื่อง "ทายาทอสูร" ได้อย่างชัดเจนโดยไม่ต้องไปทำอะไรให้เมื่อยมือ

ขณะนี้กันตนามีซอฟต์แวร์ที่ผลิตเรียบร้อยแล้วอยู่ถึง 10,000 กว่าตอน ละครอีกกว่า 100 เรื่องหรือประมาณ 7,000 ตอน นั่นหมายถึงว่าทั้งจาฤกและอ็อด ทิฟฟี่ก็ไม่ต้องเหนื่อยมากนักกับรูปแบบรายการ ฉะนั้นงานนี้คงมีเวลาสู้รบในเรื่องการตลาดได้มากขึ้น ต่างจากสถานการณ์ของไอบีซีที่ต้องลงทุนทั้งเรื่องรายการ,และการตลาดรวมไปถึงเรื่องการเมือง

"เราหวังว่าช่วงแรกคงมีรายรับ 2-3 ล้านต่อเดือนขาดทุนน้อยหน่อยก็โอเค และหากโชคดีคงคืนทุนได้ใน 5 ปีโดยผังรายการที่ออกมาเราคิดร่วมกับกระทรวงกลาโหมออนแอร์ตั้งแต่ 17.00-22.00 โดยประมาณ รูปแบบเป็นวาไรตี้เหมือนบ้านเรา เป็นรายการท้องถิ่นที่เราอัดเทปเอาไว้ พอจบรายการก็เป็นรายการข่าว เสร็จแล้วก็ต่อด้วยละคร ต่อด้วยกีฬา สารคดีสรุปก็เป็นวาไรตี้ 20% ข่าว 20% นอกนั้นละครและกีฬา" ศุภชัย วีระภุชงค์หรืออ็อด ทิฟฟี่กล่าว

"ผมว่าจริง ๆ มันก็ต้องมีกำไรอย่างน้อยปีหนึ่ง 50 ล้าน" จาฤกพูดเสริมถึงความน่าจะเป็น โดยคำนวณจากเรตโฆษณาไพรมไทม์ในกัมพูชาขณะนี้ประมาณ 300 กว่าเหรียญสหรัฐ (ของไทย 220,000 บาทหรือประมาณ 360 เหรียญ)

ตามแผนของศุภชัยคาดการณ์ไว้อีกว่า ในระยะแรกแรกประมาณ 50 ล้านบาท อีก 2 ปีหน้าหากทุกอย่างเป็นไปตามแผนก็จะทำการขยายไปตามภูมิภาคทั่วประเทศ ปีละไม่น้อยกว่า 4-5 จังหวัด นั่นคือไปตั้งสถานีถ่ายทอดสัญญาณที่รับจากพนมเปญอีกที แต่ก็ขึ้นอยู่กับความลงตัว หากสถานีพอเลี้ยงตัวเองได้ ก็จะเช่าดาวเทียมไทยคม 2 ต่อไป หากเป็นไปไม่ได้ ก็อาจยิงสัญญาณเป็นไมโครเวฟทีละจุด ๆ ทั้งนี้แล้วแต่อัตรากำไร อีกทั้งยังจะขยายสัญญาณเข้าไปที่เสียมราฐ พระตะบอง และตามจังหวัดที่ติดกับลาวอีกด้วย

ปัจจุบันกัมพูชามีสถานีโทรทัศน์ 3 สถานีที่ดำเนินการอยู่ ได้แก่ ช่อง 5 ของมิก้ามีเดียกำลังส่ง 10 กิโลวัตต์, ช่อง 7 ของรัฐบาลใช้ภาษาฝรั่งเศสออกอากาศกำลังส่ง 1 กิโลวัตต์ และช่อง 9 ของพรรคฟุนซินเปก (ฝ่ายเจ้ารณฤทธิ์) 0.1 กิโลวัตต์ เน้นแพร่ภาพในบางพื้นที่ที่ฟุนซินเปกมีอำนาจ

ล่าสุดก็เปิดสัมปทานช่อง 3 และช่อง 11 แล้วโดยช่อง 3 มีรัฐบาลรัสเซียได้ไปโดยออกอากาศบ้างแล้ว และช่อง 11 มีข่าวว่าเทลสตาร์ออสเตรเลียจะได้ดำเนินการไม่นับช่องทีวีของไทยที่รับได้ชัดกว่ากรุงเทพฯ เสียอีก

จาฤกกล่าวถึงอนาคตของมิก้ามีเดียว่า "ถ้าเกิดมีพ่อค้าหรือผู้มีความสามารถในกัมพูชาประสงค์ที่จะร่วมหุ้นร่วมกันผลิต ร่วมกันบริหารเราก็ยินดี นี่เป็นนโยบายชัดเจนของเรา แต่เราจะไม่เจรจากับคนไทย เพราะเราอยากได้เป็นสถานีของเขาจริง ๆ"

ด้วยรากฐานที่ค้าขายยาทิฟฟี่และแอนตาซิลในกัมพูชามากว่า 6 ปี ทำให้วินัย ศุภชัย วีระภุชงค์ แห่งไทยนครพัฒนาเชื่อมั่นว่า สายสัมพันธ์ที่มีอยู่กับรัฐบาลไม่น่าจะมีปัญหาในการลงทุนเช่นเดียวกับไอบีซี นอกจากนั้นไทยนครพัฒนาก็ไม่บุ่มบ่ามลงทุนเพียงลำพัง พวกเขามีกันตนาเป็นกำลังสำคัญ

อีกทั้งทีวีช่อง 5 ก็จะเป็นเครือข่ายสำคัญในการทำตลาดและโฆษณาให้กับธุรกิจขายยาของไทยนครพัฒนาในกัมพูชาอย่างแน่นอน และในเวลานี้ธุรกิจขายยาก็น่าจะกำไรมหาศาลมากกว่าธุรกิจโทรทัศน์เป็นไหน ๆ

งานนี้ทั้งวินัยและศุภชัย วีระภุชงค์เข้าใจและฉลาดมากกว่าคู่แข่งหลายขุม



กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.