BBLลั่นขึ้นดบ.บัตรเครดิตกลางปีหน้าเตือนใช้จ่ายฟุ่มเฟือยระวังจ่ายหนี้อ่วม


ผู้จัดการรายวัน(12 ธันวาคม 2549)



กลับสู่หน้าหลัก

แบงก์กรุงเทพนำร่องเตรียมปรับขึ้นดอกเบี้ยบัตรเครดิตเป็น 20%กลางปีหน้า แต่จะพิจารณาจากภาวะตลาดประกอบด้วยเตือนผู้ถือบัตรควรระมัดระวังการใช้จ่ายผ่านบัตรมากขึ้น ขณะที่ซิตี้แบงก์ยังลังเลหวั่นไม่คุ้มค่าใช้จ่ายในการปรับระบบบัญชีด้าน"วีซ่า"ประเมินแนวโน้มธุรกิจบัตรเครดิตปีหน้ายังไม่สดใส ตลาดบัตรเครดิตไทยเริ่มอิ่มตัว ขณะที่ปัจจัยแวดล้อม"เศรษฐกิจ-ราคาน้ำมัน"ไม่ต่างจากปีนี้ เผยการแข่งขันปีหน้าไม่เน้นปริมาณบัตร แต่จะรุกขยายยอดการใช้จ่ายบัตรเพิ่มขึ้น 20-25%

นายโชค ณ ระนอง ผู้จัดการสายบัตรเครดิต ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ธนาคารจะมีการทบทวนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตเป็น 20% ในวันที่ 1 กรกฎาคม 2550 ที่จะถึงนี้ โดยจะพิจารณาถึงภาวะตลาดและการแข่งขันในขณะนั้น โดยเฉพาะต้นทุนทางการเงินของธนาคารว่าเป็นอย่างไร เนื่องจากแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยในตลาดที่เริ่มทรงตัวและอาจจะปรับลดลง ขณะที่ในช่วงที่ผ่านมา ต้นทุนทางการเงินของธนาคารได้ปรับเพิ่มขึ้นจาก 2.5% มาอยู่ที่ 5-6%

ทั้งนี้ จากแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตที่ปรับขึ้น ผู้ถือบัตรจึงควรที่จะการใช้จ่ายผ่านบัตรด้วยความระมัดระวัง โดยเฉพาะผู้ถือบัตรที่มีการนำบัตรไปใช้ในธุรกิจส่วนตัว ซึ่งจะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นจากต้นทุนดอกเบี้ยบัตรเครดิตที่ปรับเพิ่มขึ้น ส่วนการติดชิพให้กับบัตรเครดิตแทนระบบแม่เหล็ก ในส่วนของผู้ถือบัตรวีซ่า น่าจะเปลี่ยนเป็นบัตรติดชิพได้ครบในเดือนมกราคม 2550 ส่วนผู้ถือบัตรมาสเตอร์การ์ด คาดว่าจะเปลี่ยนได้ครบภายในสิ้นปีหน้า

สำหรับในปี 2550 นั้น ธนาคารมีเป้าหมายที่จะเพิ่มยอดบัตรใหม่ประมาณ 300,000 บัตร จากปีนี้ที่มียอดบัตรใหม่เพิ่มขึ้นประมาณ 230,000 บัตร ขณะที่คาดว่าภายในสิ้นปี 2549 ผู้ถือบัตรเครดิตของธนาคารน่าจะอยู่ที่ประมาณ 750,000 บัตร เพิ่มขึ้นจากต้นปีประมาณ 230,000 บัตร

นายโชคกล่าวอีกว่า การขยายฐานผู้ถือบัตรเครดิตของธนาคารจะทำด้วยความระมัดระวัง เนื่องจากในปีหน้าเศรษฐกิจยังไม่น่าจะขยายตัวได้ดีกว่าปีนี้มากนัก และอาจจะชะลอกว่าปีนี้ เนื่องจากเงินบาทที่ปรับแข็งค่าขึ้นมากในช่วงที่ผ่านมา ทำให้กระทบต่อการส่งออกของไทย รวมถึงการใช้จ่ายของภาครัฐในปีนี้ยังไม่เท่ากับรัฐบาลก่อน ทำให้การใช้จ่ายของประชาชนอาจจะไม่สูงเหมือนปีก่อน

ด้านนางสาววรลักษณ์ ตุลาภรณ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและธุรกิจบัตรเครดิต ธนาคารซิตี้แบงก์ กล่าวว่า ธนาคารอยู่ระหว่างการพิจารณาในเรื่องของการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตเป็น 20% เนื่องจากในส่วนของผู้ถือบัตรเดิม ทางการให้ปรับอัตราดอกเบี้ยเป็น 20% ได้เฉพาะสินเชื่อที่เกิดขึ้นตั้งแต่ 1 ธันวาคม เท่านั้น ทำให้ธนาคารต้องปรับระบบบัญชีในการคิดอัตราดอกเบี้ยกับลูกค้าใหม่ ซึ่งอาจจะไม่คุ้มกับเงินที่ลงทุนในการปรับระบบบัญชี จึงอาจจะไม่มีการปรับขึ้นดอกเบี้ยดังกล่าว

'วีซ่า'ชี้ธุรกิจบัตรเครดิตปีหน้ายังไม่สดใส

นายสมบูรณ์ ครบธีรนนท์ ผู้จัดการวีซ่า อินเตอร์เนชั่นแนล ประจำประเทศไทย เปิดเผยว่า ธุรกิจบัตรเครดิตในปีหน้าจะไม่ค่อยมีการเติบโตในแง่ของจำนวนบัตรมากนัก โดยปัจจุบันบัตรเครดิตทั้งระบบอยู่ที่กว่า 10 ล้านบัตรและในปีหน้าน่าจะเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 11 ล้านบัตร ซึ่งถือว่าเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย เนื่องจากขณะนี้บัตรเครดิตเริ่มอยู่ในสภาวะที่อิ่มตัว

โดยสาเหตุที่มองว่าการเติบโตของจำนวนบัตรเครดิตจะมีไม่มากนัก เนื่องจากฐานเงินเดือนที่ทางธปท.กำหนดให้สามารถถือบัตรเครดิตซึ่งอยู่ที่ 15,000 บาทนั้น ใช้มานาน 5-6 ปี แล้ว ซึ่งหากเทียบจากฐานแรงงานซึ่งมีอยู่จำนวน 34 ล้านคน จะมีผู้ที่เข้ากฎเกณฑ์อยู่เพียง 5 ล้านคนเท่านั้น และหากพิจารณาจำนวนบัตรเครดิตในระบบซึ่งอยู่ที่ 10 ล้านบัตร จะเฉลี่ยถือ 2 บัตรต่อคน ถือว่าตลาดน่าจะอิ่มตัวแล้ว ดังนั้น จึงคาดการณ์ได้ว่าการเติบโตน่าจะมาจากการออกบัตรให้กับผู้ที่ถือบัตรอยู่แล้ว แต่ก็อาจจะมาจากผู้ถือบัตรใหม่บ้างบางส่วน เนื่องจากในช่วงสิ้นปีนี้คงจะมีบางส่วนที่มีเงินเดือนเพิ่มขึ้นจนอยู่ในเกณฑ์ที่สามารถทำบัตรเครดิตได้

ทั้งนี้ จากการที่ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)ได้มีการเปิดช่องให้ผู้ประกอบการสามารถการพิจารณาคุณสมบัติของผู้ถือบัตรเครดิต โดยดูจากการมีเงินฝากหรือการลงทุนตราสารแสดงสิทธิในหนี้ที่ออกโดยธนาคารพาณิชย์ องค์การของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งได้นั้น ไม่ได้เป็นการช่วยให้มีผู้ที่จะสามารถถือบัตรเครดิตได้เพิ่มขึ้นมาก แต่น่าจะมีผู้ที่เข้าเกณฑ์ดังกล่าวเพียงหลักพันรายเท่านั้น

"ในเรื่องการให้ผู้ที่มีเงินฝากหรือที่ถือตราสารหนี้ทำบัตรเครดิตได้นั้น เดิมมีประกาศอยู่แล้ว การประกาศครั้งนี้จึงเป็นเพียงการขยายความของเดิม และส่วนใหญ่พวกที่มีเงินฝากจะเป็นพวกที่มีกิจการส่วนตัว เช่น ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี แต่ในอดีตจะติดขัดเรื่องของการขอบัตรเครดิต ซึ่งประกาศนี้ก็จะช่วยให้สามารถทำบัตรเครดิตได้เท่านั้น" นายสมบูรณ์ กล่าว

นายสมบูรณ์ กล่าวว่า ในส่วนของวีซ่าตั้งเป้าหมายการเติบโตของยอดการใช้จ่ายผ่านบัตรอยู่ที่ 20-25 % ซึ่งเป็นการเติบโตที่อยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกับในปีนี้ เนื่องจากมองว่าภาวะเศรษฐกิจ ราคาน้ำมันโลก อัตราเงินเฟ้อ และองค์ประกอบภายนอกซึ่งเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามนั้น จะอยู่ในภาวะที่ใกล้เคียงกับในปีนี้ และน่าจะมีการแข่งขันที่ไม่รุนแรงมากนัก เนื่องจากผู้บริโภคยังคงอยู่ในการใช้จ่ายอย่างประหยัด

ส่วนความคืบหน้าของการติดชิปบนบัตรเครดิตนั้น ปัจจุบันดำเนินการไปแล้วเกือบ 1 ล้านบัตร หรือคิดเป็น 20% ของฐานบัตรเครดิตที่มีอยู่ 6 ล้านบัตร และคาดว่าจะสามารถเปลี่ยนบัตรให้เป็นแบบติดชิปได้ทั้งหมดภายในเวลา 3 ปี


กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.