‘ที.ซี.ยูเนี่ยน’เล็งร่วมทุนกับต่างแดน จ่อคิวปั้นน้ำผลไม้น้ำมันปลาโอเม็กซ์


ผู้จัดการรายวัน(12 ธันวาคม 2549)



กลับสู่หน้าหลัก

ที.ซี.ยูเนี่ยนจีบยักษ์ใหญ่แดนปลาดิบ-ยุโรปร่วมทุน ลงทุนเครื่องจักร 50 ล้านบาท เปิดตัวเครื่องดื่มน้ำผลไม้ผสมน้ำมันปลาทูน่ายี่ห้อโอเม็กซ์ จ่อคิวลงตลาดภายใน 2 ปี รับเทรนด์เสริมอาหารกินง่าย พร้อมโหนกระแสฟังก์ชันนัลซอฟต์ดริงก์ เล็งต่อยอดป้อนวัตถุดิบผู้ผลิตสแนก ปีหน้าตั้งเป้าโต 30% จากปีนี้กวาดรายได้เกือบ 300ล้านบาท

นายปิติ กิตติธีรพรชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท ที.ซี.ยูเนี่ยน โกลบอล จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตเสริมอาหารบริ๊งค์,โอเม็กซ์และเวกกี้ เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทฯกำลังอยู่ระหว่างการเจรจากับพาร์ทเนอร์ทั้งในญี่ปุ่นและยุโรป เพื่อผลิตเครื่องดื่มผลไม้ผสมน้ำมันปลาทูน่า ภายใต้แบรนด์”โอเม็กซ์”ลงสู่ตลาดภายใน 2ปีนี้ โดยคาดว่าจะใช้งบลงทุนในส่วนของเครื่องจักร 50 ล้านบาท ทั้งนี้เหตุผลที่บริษัทฯต้องหาพาร์ทเนอร์มาร่วมทุน เนื่องจากต้องอาศัยเทคโนโลยี เพราะกระบวนการผลิตค่อนข้างยากโดยเฉพาะเรื่องการกำจัดกลิ่น

การรุกตลาดเสริมอาหารเซกเมนต์เครื่องดื่ม เพื่อรองรับกับแนวโน้มตลาดอาหารเสริมในช่องทางโมเดิร์นเทรดมูลค่า 2,000ล้านบาท โดยการผลิตจะต้องสามารถรับประทานได้ง่ายมากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น ทำเป็นเครื่องดื่มลงบรรจุภัณฑ์ขวด เพื่อลบภาพลักษณ์ยาในผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ทำให้ผู้บริโภคยังจำกัดเฉพาะกลุ่มเนื่องจากราคาแพง สำหรับเครื่องดื่มโอเมกบริษัทฯวางราคาจำหน่ายขวดละไม่เกิน 25บาท นอกจากนี้ยังวางตำแหน่งเป็นเครื่องดื่มที่ครอบคลุมผู้ดื่มทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็น กลุ่มเด็ก วัยรุ่น กระทั่งผู้ใหญ่

นายปิติ กล่าวเพิ่มเติมเกี่ยวกับตลาดน้ำมันปลาทูน่าว่า ปัจจุบันการรับรู้เกี่ยวกับคุณประโยชน์ของน้ำมันปลาทูน่าของผู้บริโภคมีอยู่แล้ว ส่วนหนึ่งเพราะได้รับอานิสงส์มาจากนมผงเด็ก สำหรับโอเม็กซ์หรือผลิตภัณฑ์บำรุงร่างกาย ถือว่าเป็นสินค้าตัวแรกที่บริษัทฯเปิดตัวลงสู่ตลาดมากกว่าได้ 6-7 ปีแล้ว แต่ไม่ได้รับการตอบรับที่ดีมากนัก เนื่องจากเทรนด์ตลาดยังไม่เกิด ซึ่งบริษัทฯมองว่าในปีหน้านี้ตลาดดังกล่าวจะสามารถแจ้งเกิดได้

ปัจจุบันบริษัทฯเป็นผู้ผลิตน้ำมันปลา 1 ใน 5 ของโลก โดยมีกำลังการผลิต 3,500 ตัน ขณะที่ตลาดรวมน้ำมันปลาทั่วโลก 15,000 ตัน ซึ่งกำลังการผลิตของบริษัทฯส่วนใหญ่ส่งออก 60% และอีก 40% ภายในประเทศ ดังนั้นการที่บริษัทฯจะเริ่มรุกตลาดอย่างจริงจังก็ไม่น่าจะมีปัญหา แม้ว่าปัจจุบันปลาจะเริ่มหายากและมีจำนวนน้อยลงก็ตาม

สำหรับแผนการทำตลาดโอเมก บริษัทฯจะเน้นเพิ่มผลิตภัณฑ์ให้มีความหลากหลายเจาะทุกกลุ่มเป้าหมาย นำร่องในปีหน้านี้บริษัทฯได้เตรียมเปิดตัว”โอเมก อีมัลชั่น” น้ำมันทูน่าที่ผสมเข้ากับน้ำเข้มข้น ขณะเดียวกันหากร่วมทุนแล้วพัฒนาน้ำมันปลาทูน่าผสมกับสินค้าอื่นๆ ได้ บริษัทฯยังได้วางแผนจะป้อนวัตถุดิบจำหน่ายให้กับกลุ่มขนมขบเคี้ยว เป็นต้น เนื่องจากเชื่อว่าเทรนด์ขนมขบเคี้ยวประเทศไทยจะเริ่มเปลี่ยนแปลงไป โดยต้องมีการเติมสารที่มีคุณประโยชน์มากขึ้น ซึ่งปัจจุบันแนวโน้มดังกล่าวได้เกิดขึ้นแล้วต่างประเทศ สำหรับไทยสำนักคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย.ก็เริ่มเข้มงวด โดยให้ผู้ผลิตขนมขบเคี้ยวแสดงสัญลักษณ์หากเป็นสีแดงแสดงว่าบริโภคแล้วจะอ้วน เป็นต้น

ขณะเดียวกัน บริษัทฯยังได้พัฒนาคอลลาเจน เพื่อป้อนตลาดคอสเมติกภายในประเทศ เนื่องจากเล็งเห็นช่องว่างทางการตลาด โดยปัจจุบันคอสเมติกต้องนำเข้ามาจากต่างประเทศ นอกจากนี้ยังได้เตรียมส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศ ทั้งนี้จากการรุกธุรกิจผู้ป้อนวัตถุดิบและผลิตเสริมอาหารจำหน่าย ภายใต้การทุ่มงบการตลาด 60 ล้านบาท คาดว่าปีหน้ารายได้รวมมีอัตราการเติบโต 30% จากปีนี้มีรายได้เกือบ 300 ล้านบาท


กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.