"สิทธิไชย"ย้ายซบโบรกฯมาเลย์กิมเอ็งยันไม่กระทบงานวาณิชฯ


ผู้จัดการรายวัน(29 พฤศจิกายน 2549)



กลับสู่หน้าหลัก

"สิทธิไชย"อดีตมือดีวาณิชธนกิจ บล.กิมเอ็ง(ประเทศไทย) ย้ายซบค่ายโบรกเกอร์มาเลเซีย บล.ซีไอเอ็มบี-เจเค(ประเทศไทย) ขณะที่"มนตรี"ยันไม่กระทบ เพราะมีทีมวาณิชธนกิจในปัจจุบัน 4 ทีมสามารถรองรับงานได้ เล็งปีหน้าเข็นหุ้นไอพีโอเข้าระดมทุน 3-5 บริษัท เตรียมจัดตั้งบลจ.ใหม่กลางปีหน้าเมินลงทุนต่างประเทศ เหตุสนใจลงทุนในประเทศมากกว่าเพราะค่าพี/อี เรโชอยู่ในระดับต่ำ

แหล่งข่าวจากวงการวาณิชธนกิจ เปิดเผยว่า นายสิทธิไชย มหาคุณ อดีตผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ กิมเอ็ง(ประเทศไทย) ได้ตัดสินใจย้ายไปร่วมงานกับบริษัทหลักทรัพย์ ซีไอเอ็มบี-จีเค (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งไปเริ่มงานวันแรกเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยจะย้ายไปคุมงานในด้านวาณิชธนกิจ

ทั้งนี้บริษัทหลักทรัพย์ซีไอเอ็มบี-จีเค(ประเทศไทย) ถือเป็นโบรกเกอร์ที่มีซีไอเอ็มบี-จีเค พีทีอี. แอลทีดีเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในสัดส่วน 99.99% โดยได้ซื้อใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ของบล.บีเอ็นพี พารีบาส์ พีรีกรีน (ประเทศไทย) จำกัด ทั้งนี้ธนาคารซีไอเอ็มบีถือเป็นธนาคารพาณิชย์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศมาเลเซีย

นายมนตรี ศรไพศาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ กิมเอ็ง(ประเทศไทย) จำกัด(มหาชน)เปิดเผยว่า แม้นายสิทธิไชยจะลาออกแต่ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการทำธุรกิจด้านวาณิชธนกิจของบริษัทแต่อย่างใด เพราะปัจจุบันนี้บริษัทมีทีมวาณิชธนกิจอยู่แล้ว 4 ทีมที่สามารถรองรับงานด้านวาณิชธนกิจได้และการลาออกของนายสิทธิไชยก็เป็นการจากกันด้วยดี ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด

สำหรับธุรกิจด้านวาณิชธนกิจในปีหน้านั้น จะเป็นที่ปรึกษาทางการเงินหลายด้านทั้งการนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์หรือไอพีโอ ซึ่งคาดว่าจะนำหุ้นเข้าจดทะเบียนจำนวน 3-5 บริษัท ซึ่งคาดว่าจะมีจำนวนมากกว่าปีนี้ เพราะหุ้นไอพีโอนั้นจะเป็นไปตามภาวะตลาดหุ้นโดยรวม ซึ่งคาดว่าปีหน้าทิศทางของภาวะตลาดหุ้นมีแนวโน้มที่ดีขึ้น

นอกจากนี้ก็จะเป็นที่ปรึกษาทางการเงินในการควบรวมกิจการหรือหาพันธมิตรเข้ามาร่วมถือหุ้น นอกจากนี้จะออกตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน และเป็นที่ปรึกษาออกกองทุนอสังหาริมทรัพย์ ส่วนกรณีที่สำนักงานคณะกรรมกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์หรือก.ล.ต.มีแผนที่จะให้บริษัทหลักทรัพย์ไปลงทุนต่างประเทศนั้น นายมนตรีกล่าวว่า บริษัทมีความสนใจไม่มากนัก เพราะมองว่าตลาดหุ้นไทยมีความน่าสนใจ เนื่องจากค่าพี/อี เรโช ที่อยู่ในระดับต่ำ

ทั้งนี้บล.กิมเอ็ง(ประเทศไทย) วางเป้าหมายที่จะให้บริการด้านหลักทรัพย์ครบวงจร ดังนั้นจึงมีแผนที่จะจัดตั้งบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวมหรือ บลจ. ซึ่งคาดว่าจะดำเนินการจัดตั้งได้ภายในกลางปีหน้า ซึ่งตามเกณฑ์การจัดตั้งนั้นจะต้องมีทุนจะเบียนบลจ.ใหม่ประมาณ 100 ล้านบาท ซึ่งคงจะไม่มีปัญหา เพราะขณะนี้บล.กิมเอ็ง(ประเทศไทย) มีทุนจดทะเบียนประมาณ 4 พันล้านบาท สาเหตุที่จัดตั้งบลจ.เพื่อเป็นทางเลือกในการลงทุนให้กับนักลงทุนมากขึ้น ในช่วงที่ภาวะดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำให้ผลตอบแทนที่ไม่สูงมากนัก

นอกจากนี้ยังมีแผนที่จะขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจกองทุนส่วนบุคคล และการขอ เป็นผู้ค้าตราสารอนุพันธ์ เพราะปัจจุบันนี้บริษัทเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ ปัจจุบันบริษัทมีพอร์ตการลงทุน จำนวน 50-60 ล้านบาท ซึ่งยังไม่มีนโยบายที่จะมีการเพิ่มพอร์ตการลงทุน แต่จะมีการเพิ่มก็ต่อเมื่อบริษัทมีสินค้าใหม่เพิ่มขึ้น

นายมนตรี กล่าวถึงกลยุทธ์ในการที่บริษัทจะสามารถครองส่วนแบ่งการตลาด (มาร์เกตแชร์)อันดับที่1 นั้น โดยบริษัทจะเน้นในเรื่องการให้บริการลูกค้า คุณภาพการจัดทำบทวิเคราะห์ มีการหาสินค้าใหม่ที่ตรงกับความต้องการของนักลงทุน รวมถึงบริษัทได้มีการลงทุนในระบบการซื้อขายหุ้นผ่านอินเตอร์เน็ตเพื่อรองรับกับนักลงทุนรุ่นใหม่ ที่มีความต้องการซื้อขายผ่านอินเตอร์เน็ต ประกอบกับบริษัทได้มีการนำบทวิเคราะห์ลงในเว็บไซต์ของบริษัทเพื่อให้นักลง ทุนสามารถเข้ามาหาข้อมูลประกอบการลงทุนได้

ทั้งนี้ในปีหน้าบริษัทมีแผนที่จะเพิ่มจำนวนบัญชีลูกค้าเพิ่มขึ้นประมาณ 10-30% จากขณะนี้ที่ มี 60,000 บัญชี มีปริมาณการซื้อขายอย่างสม่ำเสมอ 50% โดยมีสัดส่วนลูกค้าเป็นนักลงทุนสถาบันต่างประเทศ 25% นักลงทุนสถาบันในประเทศ 5% และนักลงทุนรายย่อย 70%


กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.