"ไดนาสตี้ฯ"ดัน"ตลาดนัดกระเบื้อง"เพิ่มยอดขาย


ผู้จัดการรายวัน(29 พฤศจิกายน 2549)



กลับสู่หน้าหลัก

"ไดนาสตี้ฯ"ชูหัวหอกกลยุทธ์"ตลาดนัดกระเบื้อง"เจาะกลุ่มลูกค้าและสร้างโอกาสทางยอดขายเพิ่ม ลั่นปี 2550 มีตลาดนัดกระเบื้องรวม 220 แห่ง โหมทำตลาดในประเทศหวังมาร์จิ้นที่สูงพร้อมลดเพดานตลาดส่งออก เหตุแข่งขันสูง กำไรเล็กน้อย ระบุปีนี้รายได้ใกล้เคียง 4,300 ล้านบาท ขณะที่กำไรลดเล็กน้อย ผลจากราคาขายสินค้าไม่ปรับขึ้น

นายชนะ สุทธิหวังเจริญ กรรมการ บริษัท ไดนาสตี้เซรามิค จำกัด (มหาชน) หรือ DCC เปิดเผยว่า บริษัทฯคาดว่ารายได้ในปี 2550 จะมีการขยายตัวประมาณ 20% จากปีนี้ ซึ่งจะเป็นไปในทิศทางเดียวกับอุตสาหกรรมกระเบื้องในปี 2550 จะมีการขยายตัวกลับมาเป็นปกติที่ประมาณ 10-20% จากปีนี้ที่อุตสาหกรรมกระเบื้องมีการขยายตัวเพียง 5-10% เท่านั้น

ทั้งนี้ เป็นผลมาจากสถานการณ์โดยรวมทั้งการเมือง เศรษฐกิจ ราคาน้ำมัน และอัตราดอกเบี้ยปรับตัวไปในทิศทางที่ดีขึ้น ส่งผลให้กำลังซื้อเริ่มกลับมาเป็นปกติ อีกทั้งยังได้รับผลดี หลังจากที่ปัญหาน้ำท่วมลดลง ทำให้ความต้องการใช้กระเบื้องเพื่อซ่อมแซมมีมากขึ้น

โดยในปี 2550 บริษัทฯมีแผนที่จะเปิดตลาดนัดกระเบื้องใหม่อีก 15-20 แห่ง จากปีนี้จะมีตลาดนัดกระเบื้องเปิดใหม่ครบ 200 แห่ง ซึ่งมองว่าความต้องการกระะเบื้องยังคงมีอยู่เป็นจำนวนมาก เพราะเป็นวัสดุตกแต่งและก่อสร้างที่ถือว่ามีราคาถูกที่สุด อีกทั้งกำลังซื้อเริ่มกลับมาเป็นปกติ

เขากล่าวต่อว่า บริษัทฯยังคงมั่นใจว่ารายได้ในปีนี้ยังอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกับเป้าหมายที่ประมาณ 20% จากปี 2548 ที่มีรายได้อยู่ที่ 4,300 ล้านบาท แต่ผลกำไรอาจปรับลดลงจากปีก่อนเล็กน้อย เนื่องจากต้นทุนได้ปรับเพิ่มขึ้น แต่บริษัทฯไม่สามารถปรับราคาขายได้ เนื่องจากได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่ปรับเพิ่มขึ้น สถานการณ์ทางการเมือง รวมถึงอัตราดอกเบี้ยที่ปรับเพิ่มขึ้น ทำให้ตลาดกระเบื้องโดยรวมมีอัตราการเติบโตน้อยและกำลังซื้อปรับลดลง

ในขณะเดียวกัน บริษัทฯยังคงถือว่าเป็นผู้นำในตลาดกระเบื้อง และสามารถรักษามาร์เก็ตแชร์อันดับ 1 ไว้ได้ ซึ่งในปีนี้มีมาร์เก็ตแชร์อยู่ที่ประมาณ 30% และในปีหน้าคาดว่าจะมีมาร์เก็ตแชร์เพิ่มขึ้นเป็น 33-34% เนื่องจากจะมีการเปิดตลาดนัดกระเบื้องเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ บริษัทฯคาดว่า Gross Profit Margin ในปีนี้จะมากกว่า 30% เนื่องจากบริษัทฯมีข้อได้เปรียบในเรื่องของการขยายตลาดนัดกระเบื้องที่จะมีต่อเนื่องทุกปี ในขณะเดียวกัน ในช่วงปลายปีนี้ต้นทุนการดำเนินเริ่มทรงตัว ทำให้บริษัทฯไม่ต้องแบกรับภาระต้นทุนที่ปรับเพิ่มขึ้นมากนัก อีกทั้ง คาดว่า Gross Profit Margin ในปี 2550 จะอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงหรือมากกว่า 30% หลังจากที่ราคาน้ำมันเริ่มทรงตัว อัตราดอกเบี้ยเริ่มนิ่ง อีกทั้งสถานการณ์ทางการเมืองชัดเจนขึ้น ทำให้ต้นทุนไม่ปรับเพิ่มขึ้นและส่งผลดีให้การแข่งขันด้านราคาขายลดลง

ในขณะเดียวกัน บริษัทฯเน้นจำหน่ายสินค้าในประเทศมากกว่าการจำหน่ายในต่างประเทศ เนื่องจากมองว่าตลาดต่างประเทศไม่น่าสนใจ เพราะมาร์จิ้นต่ำ การแข่งขันรุนแรง ซึ่งในปี 2550 สัดส่วนการส่งออกไปต่างประเทศยังอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกับปีนี้ที่ 2%

'เราก็มีขายไปต่างประเทศ ทั้งลาว, พม่า,กัมพูชา หรือจีน แต่มองว่าเป็นตลาดที่ไม่น่าสนใจ เพราะราคาขายไม่ดี มาร์จิ้นไม่ค่อยมี และการแข่งขันสูงมาก โดยเฉพาะในจีน เพราะฉะนั้นจึงยังเน้นตลาดในประเทศเป็นหลัก ซึ่งยังมีช่องทางอีกมากและมาร์จิ้นดีกว่า' นายชนะ กล่าว

เขากล่าวว่า ในช่วงไตรมาสที่ 4/2549 บริษัทฯจะมีการจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้นอย่างแน่นอน โดยบริษัทฯมีนโยบายที่จะจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้นทุกไตรมาส แต่จะมีการจ่ายเงินปันผลในอัตราใดนั้นคงต้องขึ้นอยู่กับมติของคณะกรรมการบริษัทฯ รวมถึงผู้ถือหุ้นที่จะต้องมีการพิจารณา ทั้งนี้ มีนโยบายจ่ายเงินปันผลไม่ต่ำกว่า 70% ของกำไรสุทธิ


กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.