"ศึกสองด้านของตันตราภัณฑ์"


นิตยสารผู้จัดการ( สิงหาคม 2537)



กลับสู่หน้าหลัก

ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ธวัช ตัณตรานนท์กับสัมฤทธิ์ จิราธิวัฒน์ เคยสัญญากันว่าห้างเซ็นทรัลจะไม่เข้ามาทำการค้าปลีกแข่งกับห้างตันตราภัณฑ์แต่กาลเวลาเปลี่ยนไป คำสัญญาก็เลือนไปพร้อมกับสิ่งใหม่ได้เกิดขึ้นตามกระแส สังคมธุรกิจที่การติดต่อคมนาคมสื่อสารสะดวก ทำให้ห้างเซ็นทรัลเล็งเห็นโอกาสที่จะขยายเครือข่ายการค้าได้มากขึ้น เฉกเช่นเดียวกับแม็คโคร ยักษ์ใหญ่ค้าส่งที่ส่งผลกระเทือนต่อระบบการค้าปลีก-ส่งที่เชียงใหม่

นี่คือการก้าวรุกของห้างยักษ์ใหญ่ที่ได้เปรียบด้านต้นทุนต่อหน่วยที่ต่ำกว่า เป็นสถานการณ์กดดันให้ห้างตันตราภัณฑ์ ซึ่งเป็นธุรกิจชั้นนำอันมีอิทธิพลท้องถิ่นที่สั่งสมต่อเนื่องไม่ต่ำกว่า 50 ปี ต้องปรับตัวอย่างมาก ๆ และรวดเร็ว

"ตอนนั้นเครียดมากก่อนเซ็นทรัลเปิด เครียดมากกว่าหลังห้างเซ็นทรัลเปิดเสียอีก" เป็นคำกล่าวของวรวัชร์ ตันตรานนท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่เครือตันตราภัณฑ์

ความพยายามของกลุ่มตันตราภัณฑ์ในหลายปีที่ผ่านมาที่ร่วมกับชมรมธุรกิจห้างภูธรเป็นอย่างหลวม ๆ ไร้ผลในการตอบโต้การรุกของยักษ์ใหญ่ส่วนกลาง แม้กระทั่งยุทธวิธีแสวงหาพันธมิตรร่วมอย่างเอสแอนด์พี เมื่อคราวกลุ่มตันตราภัณฑ์เพิ่มทุนจดทะเบียนอีก 50 ล้านบาท จากที่มีอยู่เดิม 100 ล้านบาท และขายหุ้นเพิ่มทุน 33.33% แก่เอสแอนด์พีซินดิเคทเมื่อปีที่แล้วก็ตาม

"สิ่งที่เราต้องการจากเอสแอนด์พี ก็คือคุณอมเรศ และสิ่งที่เราต้องการจากคุณอมเรศก็คือ "วิสัยทัศน์" ของท่านเพราะจุดเด่นของคุณอมเรศคือความรู้ ยกตัวอย่างเรื่องวงการห้างสรรพสินค้า คุณอมเรศตอนนี้อาจจะไม่รู้ว่าห้างเขาทำอะไรกันอยู่ แต่จะรู้ว่าตลาดโลกมีอะไรที่กำลังเป็นเมนใหญ่ เช่น ไฮเปอร์มาร์เกต ซูเปอร์เซนเตอร์ มันต่างกันอย่างไร เรียกว่าแค่นี้ก็คุ้มแล้ว โดยที่เรายังไม่ได้อาศัยคอนเนกชั่นของท่านด้วยซ้ำ" ความคาดหวังที่วรวัชร์วาดภาพไว้ดูเลือนลางเมื่อเวลาผ่านไปอาการยังน่าเป็นห่วง รายได้ของกลุ่มตันตราภัณฑ์กระทบกระเทือน

ล่าสุดเอสแอนด์พีซินดิเคทแจ้งตลาดหลักทรัพย์ถึงการขายหุ้นที่ถือไว้กับกลุ่มตันตราภัณฑ์ออก 13% ก็เกิดภาพพจน์ข่าวลือไปต่าง ๆ นานาในทางติดลบ แต่โดยข้อเท็จจริงเอสแอนด์พีขายหุ้นนี้ให้กับบริษัทในเครือ เพื่อลดเปอร์เซนต์การถือไว้แค่ 20% แทนที่จะถือ 33% ซึ่งจะทำอะไรก็ต้องแจ้งตลาดหลักทรัพย์ทุกเรื่องไป

กลุ่มตันตราภัณฑ์ในห้วงเวลานี้ดูเหมือนโชคไม่เข้าข้าง ในสถานการณ์การแข่งขันอันดุเดือดระหว่างห้างตันตราภัณฑ์กับกาดสวนแก้ว ที่มีห้างยักษ์ใหญ่เซ็นทรัลเป็นแม่เหล็กใหญ่ดูดส่วนแบ่งการตลาดเข้าไปครองทุกเซกเมนท์

ความวิตกกังวลของเจ้าหนี้รายใหญ่อย่างคาเธ่ย์ทรัสต์ของตระกูลพานิชชีวะ ที่ปล่อยสินเชื่อให้กับกลุ่มตันตราภัณฑ์ปรากฏเป็นข่าว เมื่อวรกร ตันตรานนท์ รองประธานกรรมการตัดใจขายห้างตันตราภัณฑ์ สาขาท่าแพแก่คาเธ่ย์ทรัสต์เพื่อชดใช้หนี้ และภายหลังขายแล้วคาเธ่ย์ทรัสต์อาจทุบทิ้งขึ้นเป็นอาคารสำนักงาน ส่วนห้างตันตราภัณฑ์จะกลายสภาพจาก "เจ้าของ" เป็น "ผู้เช่า" แทน

ห้างตันตราภัณฑ์ สาขาท่าแพถือเป็นสาขาแรกที่เป็นฐานสำคัญของตระกูลมา 40 ปี จึงเป็นสาขาที่มีค่าทางจิตใจต่อตระกูลนี้สูง ทำให้ราคาขายที่ตั้งไว้สูงมากตารางวาละ 4 แสนกับพื้นที่ 1 ไร่ที่ประเมินราคาซื้อขายไว้ 160 ล้านบาท

นี่คือหนึ่งในแผนการฟื้นฟูธุรกิจกลุ่มตันตราภัณฑ์ด้วยการตัดขายทรัพย์สินบางแห่งเพื่อนำเงินมาใช้หมุนเวียน และตัดยอดหนี้บางส่วนเพื่อลดภาระดอกเบี้ยเงินกู้ที่แบกไว้หนักหนา เมื่อกู้เงินมาขยายสาขาเพื่อสกัดยักษ์ใหญ่เซ็นทรัลด้วยการสร้างห้างแอร์พอร์ต พลาซ่า ซึ่งงบก่อสร้างบานปลายถึง 500 กว่าล้านบาท จนทำให้สภาพคล่องหมุนเวียนมีปัญหาวิกฤติ ต้องทำรีไฟแนนซ์สาขาช้างเผือกกับคาเธ่ย์ทรัสต์ในวงเงิน 200 ล้านบาท

จวบจนบัดนี้ครบรอบ 2 ปีของห้างแอร์พอร์ต ก็ยังประสบปัญหายอดขายไม่โตเท่าที่คาดไว้ เพราะโดนคู่แข่งอย่างกาดสวนแก้วที่มีจุดแข็งของเซ็นทรัลและคอมเพล็กซ์ศูนย์รวมความบันเทิงไว้ที่เดียวกันตีตลาดกระจุย

ดังนั้นแผนฟื้นฟูต่อมาคือผู้บริหารกลุ่มตันตราภัณฑ์มีนโยบายรัดเข็มขัดตัวเอง ด้วยวิธีลดค่าใช้จ่ายสำนักงาน การโอนย้ายพนักงานไปสังกัดเซเว่นอีเลฟเว่น 17 สาขาซึ่งกลุ่มตันตราภัณฑ์เป็นซับแฟรนไชส์ให้กับกลุ่มซีพีอยู่

ล่าสุดมีการแตกตัวบริษัทตันตราภัณฑ์ซุปเปอร์มาร์เก็ต (1994) ออกจากบริษัทแม่คือ บริษัท ตันตราภัณฑ์สรรพสินค้า เพื่อประสิทธิภาพและความคล่องตัวในการดูแลส่วนธุรกิจซุปเปอร์มาร์เกต ที่เป็นแหล่งเงินสดหมุนเวียนสำคัญออกมา ทั้งสาขาแอร์พอร์ต สาขาช้างเผือก สาขาท่าแพ ริมปิงซุปปอร์สโตร์ สาขาโชตนา และสาขาสะพานนวรัฐ รวมถึงคลังสินค้าด้วย

นี่คือการปรับตัวครั้งสำคัญของกลุ่มตันตราภัณฑ์ที่จำเป็นต้องใช้เวลา และเป็นห้วงเวลาของการกอบกู้สถานะของกลุ่มตันตราภัณฑ์ที่น่าจับตาว่าแนวต้านรับศึกหนักทั้งสองด้านคือค้าปลีก จากยักษ์ใหญ่เซ็นทรัล และค้าส่งจากยักษ์ใหญ่แม็คโคร จะประสบความสำเร็จหรือไม่?



กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.