"กว่าจะเป็นอาณาจักรอิตัลไทยวันนี้"

โดย ชาย ซีโฮ่
นิตยสารผู้จัดการ( เมษายน 2536)



กลับสู่หน้าหลัก

การก่อเกิดกลุ่มอิตัลไทยที่จะฉลอง 40 ปีในอีก 2 ปีข้างหน้า นับเป็นการมองการณ์ไกลของหมอชัยยุทธอย่างแท้จริง!!!

กล่าวคือ ในปี 2487 หมอชัยยุทธได้รับการของร้องจากน้องเขยของเขา-เผด็จ ศิวะทัต (บิดาของรนัฎชญ์ อดีตผู้บริหารของกลุ่มอิตัลไทยอีกคน) ซึ่งทำธุรกิจด้านกู้เรืออยู่ และกำลังมีปัญหาเกี่ยวกับงานการกู้เรือของกรมเจ้าท่าที่ปากน้ำ อ่านข่าวที่ปรากฏในหน้าหนังสือพิมพ์ว่าบริษัทมาริโอ เอ็ม โคลัมโบ จากประเทศอิตาลี ซึ่งมารับจ้างดำเนินงานกู้เรือให้กับบริษัทสัญชาติฝรั่งเศสในประเทศเวียดนาม ได้เสร็จสิ้นภารกิจและกำลังจะกลับไปยังอิตาลีโดยผ่านประเทศเวียดนาม จึงต้องการว่าจ้างให้มาทำการกู้เรือให้ แต่น้องเขยของเขาไม่มีความรู้ด้านภาษาอิตาเลียน หมอชัยยุทธจึงต้องรับภาระด้านการติดต่อให้

งานกู้เรือที่บริษัทสัญชาติอิตาลีมาช่วยเหลือน้องเขยเขาประสบผลลุล่วงด้วยดี

แต่ที่สำคัญที่ก่อเกิดการเปลี่ยนแปลงต่อชีวิตของหมอชัยยุทธก็คือ เขาได้รู้จักเป็นการส่วนตัวกับผู้จัดการชาวอิตาลีของบริษัทมาริโอ เอ็ม โคลัมโบ ที่ชื่อจิออร์จิโอ แบล์ริงเจียรี และมีการขยายความสัมพันธ์ถึงขั้นร่วมหอลงโรงกันตั้งบริษัทร่วมกันในปีถัดมา เพื่อทำธุรกิจนำสินค้าเข้าจากต่างประเทศ คือบริษัทอิตัลไทยอุตสาหกรรม (ITI)

ใครจะนึกว่าจากการเริ่มต้นในวันนั้น อาณาจักรอิตัลไทยจะใหญ่โตขนาดนี้ในวันนี้ ที่มีบริษัทในเครือกว่า 30 บริษัทใน 4 กลุ่มธุรกิจ คือ กลุ่มก่อสร้าง กลุ่มโรงงานอุตสาหกรรม กลุ่มการค้า กลุ่มธุรกิจโรงแรมและทรัพย์สิน (ดูตารางประกอบ)

หนึ่งในปัจจัยแห่งความสำเร็จของอิตัลไทยวันนี้ แบล์ริงเจียรี กล่าวไว้ชัดเจนในสุนทรพจน์ที่รายงานในพิธีเปิดอาคารอิตัลไทยที่ถนนเพชรบุรีตัดใหม่เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2521 ว่า ประการแรกก็คือ มาจากมิตรภาพอย่างจริงใจระหว่างเขาและหมอชัยยุทธนั่นเอง

ด้วยมิตรภาพนี้เอง เมื่อคราวที่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินเปิดโรงไฟฟ้าของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยที่อิตาเลียนไทยฯ สร้าง ได้ตรัสถามหมอชัยยุทธว่าทำไมชื่ออิตาเลียนไทย ไม่เป็นไทยอิตาเลียน หมอชัยยุทธได้กราบทูลว่า เขาต้องรักษาชื่อนี้เพื่อให้เกียรติเพื่อนชาวอิตาเลียนที่เป็นผู้เริ่มต้นบริษัทจากศูนย์ร่วมกับเขา ซึ่งเป็นผู้ที่ไม่มีความรู้ด้านธุรกิจมากนัก

สิ่งที่หมอชัยยุทธภูมิใจมากชนิดที่ต้องเล่าทุกครั้งที่เอ่ยถึงตำนานของอิตัลไทยก็คือ ITI คือบริษัทแรกที่นำเข้าเตาแก้สมาขายในประเทศไทย

แต่การขยายตัวที่สำคัญที่สุดของกลุ่มอิตัลไทยก็คือ การเกิดบริษัทอิตาเลียนไทย ดีเวลล๊อปเมนต์ขึ้นมาในปี 2501 เพื่อทำธุรกิจด้านการก่อสร้าง

เป็นการตั้งชื่อในช่วงที่เหมาะสมที่สุด เพราะช่วงนั้นประเทศไทยเพิ่งจะเริ่มต้นโครงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานทั่วประเทศ ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 1 นายกรัฐมนตรีจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ประกาศนโยบายหนุนบริษัทไทยในการก่อสร้างสาธารณูปโภคต่างๆ อย่างเต็มที่ ส่งผลให้อิตาเลียนไทยฯ สามารถที่จะขยายตัวได้อย่างมาก แค่ปีแรกก็มีรายได้ถึง 40 กว่าล้านบาทและเพิ่มเป็นเท่าตัวในปีต่อมา จนวันนี้อิตาเลียนไทยฯ มีงานก่อสร้างอยู่ในมือคิดเป็นมูลค่ามากกว่า 20,000 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่เป็นงานของภาครัฐ คือโครงการสาธารณูปโภคต่างๆ

หมอชัยยุทธกล่าวว่า ความสำเร็จของอิตาเลียนไทยในวันนี้ มาจากการที่อิตาเลียนไทยฯ ไม่เคยทิ้งงาน ไม่ว่าจะมีอุปสรรคมากน้อยแค่ไหน

โครงการที่หมอชัยยุทธภูมิใจมากที่สุดของ ITD ก็คือ การก่อสร้างเขื่อนเขาแหลม ที่ทำให้เขาต้องเสียลูกน้องมือดีหลายคนในช่วงการเจาะภูเขาทำอุโมงค์ และเมื่องานนี้เสร็จ เกษม จาติกวณิช ผู้ว่าการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยในขณะนั้นก็เสนอขอปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ให้

ด้วยคนงานกว่าหมื่นชีวิต วิศวกรอีกกว่า 300 คน ITD จึงนับเป็นยักษ์ใหญ่ในวงการก่อสร้างของไทยอย่างแท้จริง

ปี 2509 กลุ่มอิตัลไทยสยายปีกเข้าสู่ธุรกิจโรงแรม เมื่อต้องเทคโอเวอร์โรงแรมนิภาลอดจ์ที่พัทยา (เพิ่งประกาศปิดตัวเองเพราะเจ้าของที่ดินไม่ให้เช่าที่ดินต่อเมื่อสิ้นปีก่อน) และถูกจับตามองมากขึ้นเมื่อเข้าถือหุ้นใหญ่ในโรงแรมโอเรียลเต็ล ซึ่งเป็นโรงแรมที่ได้ชื่อว่าดีที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ

วันนี้กลุ่มอิตัลไทยนับเป็นราชาโรงแรมตัวจริง ด้วยจำนวนโรงแรมในเครือที่มีถึง 13 โรงแรมทั่วประเทศ และกำลังก่อสร้างอยู่อีก 2-3 แห่ง เช่นที่กระบี่ เกาะสมุย เป็นต้น

อีกเครือข่ายที่ใหญ่มากของอิตัลไทยก็คือ เครือข่ายด้านการค้า โดยเฉพาะสินค้าจำพวกอาหารและเครื่องดื่ม ที่อิตัลไทยอุตสาหกรรม เป็นตัวแทนจำหน่ายเครื่องดื่มไวน์จากฝรั่งเศสและอิตาลีกว่า 30 ยี่ห้อ เหล้าและน้ำแร่อีกหลายยี่ห้อ ทั้งจากยุโรปและอเมริกา จนถึงอุปกรณ์เครื่องจักรกลต่างๆ

วันนี้ของอิตัลไทยกรุ๊ปที่กำลังจะเปลี่ยนถ่ายยุค เมื่อหมอชัยยุทธกำลังจะก้าวลงจากบัลลังก์ให้ลูกๆ รับงานต่อ จึงเป็นเรื่องที่จะต้องจับตามองเป็นอย่างยิ่ง



กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.