|

บิสซิเนส แคน บี ซิมเปิลกลยุทธ์เด็ด "แคนนอน"
ผู้จัดการรายสัปดาห์(27 พฤศจิกายน 2549)
กลับสู่หน้าหลัก
"แคนนอน" รับลูกแคมเปญรีจินอล "บิสซิเนส แคน บี ซิมเปิล" ต่อ 3 ปี ที่ชูจุดเด่น "ผลิตภัณฑ์+บริการหลังการขาย+ซอฟต์แวร์" สร้างตลาด พร้อมเดินเครื่อง "ดีอาร์เอ็ม" แปรสภาพดีลเลอร์สู่พาร์ตเนอร์ด้วยบริการหลังการขายเหมือนบริการจากแคนนอนโดยตรง ตั้งเป้าผู้เล่นเบอร์สองตลาดเครื่องถ่ายเอกสารสีปีหน้า
ตลาดเครื่องถ่ายเอกสารในประเทศไทย นับเป็นอีกตลาดหนึ่งที่ยังมีความต้องการใช้งานที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ว่าไม่ได้มีอัตราการเติบโตสูงเหมือนในอดีต โดยมีการประเมินความต้องการใช้เครื่องถ่ายเอกสารในประเทศไทยปี 2549 นี้อยู่ประมาณ 2,000 เครื่อง มีมูลค่าตลาดโดยรวมอยู่ที่ประมาณ 1,000 ล้านบาท
โดยมีแบรนด์สินค้าที่เด่นๆ ในตลาดอยู่ประมาณ 3-4 แบรนด์เท่านั้น "แคนนอน" นับเป็นแบรนด์หนึ่งที่ทุ่มเทกิจกรรมทางการตลาดอย่างต่อเนื่องในเครื่องถ่ายเอกสารขาว-ดำ แต่สำหรับตลาดเครื่องถ่ายเอกสารที่เป็นสีแล้ว แคนนอนยอมรับว่า ตัวเองยังเป็นน้องใหม่ในตลาดที่มีผลิตภัณฑ์เจาะตลาดมาได้ประมาณ 1 ปีเท่านั้น
สุนทร ปัณฑรมงคล ผู้อำนวยการและผู้จัดการทั่วไป ส่วนงานบิสซิเนส อิมเมจ โซลูชั่น บริษัท แคนนอน มาร์เก็ตตั้ง (ไทยแลนด์) จำกัด ผู้ที่รับผิดชอบการทำตลาดเครื่องถ่ายเอกสารภายใต้แบรนด์ แคนนอน ได้กล่าวถึงทิศทางการทำตลาดในตลาดเครื่องถ่ายเอกสารสีว่า กลยุทธ์การทำตลาดของแคนนอนในส่วนของธุรกิจเครื่องถ่ายเอกสารดิจิตอลสีนั้น จะยังคงยึดแคมเปญ "บิสซิเนส แคน บี ซิมเปิล" ซึ่งเป็นแคมเปญที่ใช้ร่วมกันทั่วภูมิภาคนี้ต่อไปอีกเป็นเวลา 3 ปีเพื่อตอบสนองลูกค้ากลุ่มองค์กร
แคมเปญดังกล่าวเป็นการผสมผสานจุดเด่นในเรื่องของผลิตภัณฑ์ บริการหลังการขายและซอฟต์แวร์ทางด้านเอกสาร ซึ่งถือเป็นโซลูชั่นที่จัดทำขึ้นมาเพื่อให้การดำเนินธุรกิจของลูกค้าดำเนินไปได้ง่ายขึ้น
"เวลานี้ แคนนอนมีศูนย์บริการหลังการขายที่เป็นสาขาของแคนนอนและตัวแทนจำหน่ายอยู่ 30 สาขาทั่วประเทศ เรื่องของผลิตภัณฑ์ที่แคนนอนมีแผนจะเปิดตัวออกมาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด แคนนอนก็ได้เปิดตัวเครื่องถ่ายเอกสารมัลติฟังก์ชั่นสีในกลุ่มอิมเมจ รันเนอร์พร้อมกัน 4 รุ่น ที่ตอบสนองผู้ใช้ทุกกลุ่มในตลาด และเรื่องของซอฟต์แวร์ แคนนอนได้พัฒนาซอฟต์แวร์ที่เรียกว่า "อิมเมจแวร์" ขึ้นมา ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการจัดการเอกสารที่อัจฉริยะซึ่งเชื่อมต่อระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ในสำนักงาน"
สุนทร กล่าวถึงแนวโน้มทางด้านเทคโนโลยีของเครื่องถ่ายเอกสารให้ฟังว่า เครื่องถ่ายเอกสารมัลติฟังก์ชั่นสี จะเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในธุรกิจ แนวโน้มการขยายตัวจึงมีสูง เนื่องจากเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าในระยะยาว อีกทั้งยังสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายการใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยระบบ ไอดี แมเนจเมนต์ อีกทั้งแนวโน้มของเอกสารทางธุรกิจยุคใหม่จะเป็น "สี" มากขึ้น เพื่อสร้างความทันสมัย โดดเด่น น่าสนใจและสื่อสารได้ชัดเจนและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น อีกทั้งเป็นการเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน
"ปีหน้า แคนนอนจะยังเน้นกิจกรรมการตลาดของเครื่องถ่ายเอกสารมัลติฟังก์ชั่นสีต่อ ซึ่งแนวโน้มการใช้งานทางด้านสีในเครื่องถ่ายเอกสารเติบโตเป็นที่ยอมรับของตลาดมากขึ้น เห็นได้จากในประเทศสิงคโปร์ 30-40% ของผู้ใช้งานเครื่องถ่ายเอกสารได้ปรับมาใช้เครื่องถ่ายเอกสารสีกันแล้ว ซึ่งในประเทศไทยเชื่อว่า แนวโน้มก็จะเป็นไปตามกระแสดังกล่าวด้วยเช่นกัน แคนนอนจึงได้ดำเนินกลยุทธ์รุกตลาดอย่างต่อเนื่องด้วยกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายและครอบคลุมผู้บริโภคทุกกลุ่ม ทั้งกลุ่มลูกค้าองค์กร และลูกค้าผู้บริโภคทั่วไป ให้สามารถเลือกได้ตรงตามความต้องการอย่างแท้จริง"
จากกลยุทธ์ดังกล่าว แคนนอนจึงมีการเปิดตัวเครื่องถ่ายเอกสารมัลติฟังก์ชั่นสีในกลุ่มอิมเมจ รันเนอร์ 4 รุ่นประกอบด้วย ไออาร์ซี5180ไอ ไออาร์ซี4180ไอ ไออาร์ซี3380ไอ และไออาร์ซี2880ไอ พร้อมด้วยเครื่องพิมพ์ดิจิตอลสีสำหรับงานปรู๊ฟสี "อิมเมจเพรส" ซี1 และเครื่องพิมพ์ดิจิตอลขาวดำสำหรับงานโปรดักชั่น ไออาร์7105 ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของแผนรุกตลาดตั้งแต่ช่วงปลายปีนี้ต่อเนื่องจนถึงปีหน้า อีกทั้งจะเป็นการช่วยขยายฐานลูกค้าไปสู่องค์กรและธุรกิจขนาดกลางและเล็กอย่างจริงจัง นอกเหนือจากกลุ่มลูกค้าองค์กรขนาดใหญ่ซึ่งเป็นฐานลูกค้าที่แข็งแกร่งมานาน
"แคนนอนจะผลักดันซับแบรนด์ "อิมเมจเพรส" สำหรับเจาะตลาดงานโปรดักชั่นเพิ่มขึ้นอีกตลาดธุรกิจการพิมพ์และผลิตสิ่งพิมพ์แบบพรินต์ออนดีมานด์ ซึ่งเป็นบริการงานพิมพ์ด่วนที่มีความต้องการงานในลักษณะพิมพ์เอกสาร โบรชัวร์และงานพิมพ์เร่งด่วนในจำนวนไม่มากนัก ซึ่งโรงพิมพ์ออฟเซตทั่วไปไม่สามารถทำได้"
สุนทรยังกล่าวถึงเป้าหมายทางการตลาดว่า บริษัทตั้งเป้าเพิ่มยอดขายเครื่องถ่ายเอกสารมัลติฟังก์ชันสี ทั้งในแง่รายได้และส่วนแบ่งการตลาดในปีหน้าเพิ่มจาก 16% เป็น 20% หรือประมาณ 400 เครื่อง จากยอดขายโดยรวมในตลาดประมาณ 2,200 เครื่อง เป็นอันดับสองในตลาด โดยฟูจิ ซีร็อกซ์มีส่วนแบ่งตลาดเป็นอันดับหนึ่ง
"ช่วงกลางปีที่ผ่านมา แคนนอนได้เปิดตัวเครื่องถ่ายเอกสารที่เป็นขาว-ดำ แต่สามารถพิมพ์สีได้ออกมาแล้ว ซึ่งถือเป็นการปูพรมและสร้างความคุ้นเคยต่อตลาดเพื่อขยายไปสู่ตลาดสีในอนาคต"
สำหรับกลยุทธ์ในการเข้าถึงตลาดนั้น สุนทร์ บอกว่า จะเพิ่มศักยภาพช่องทางจัดจำหน่ายด้วยโปรแกรมที่เรียกว่า ดีลเลอร์ รีเลชั่นชิป แมเนจเมนต์ หรือดีอาร์เอ็ม ในลักษณะสร้างแรงจูงใจในการทำตลาดให้กับแบรนด์แคนนอน โดยที่แคนนอนจะสร้างความรู้สึกถึงการเป็นพาร์ตเนอร์ชิปมากกว่าดีลเลอร์ทั่วไป ซึ่งวันนี้ แคนนอนมีพาร์ตเนอร์ที่ช่วยทำตลาดอยู่ทั่วประเทศ 30 รายให้มีศักยภาพในการให้บริการและสร้างความน่าเชื่อถือในการให้บริการหลังการขายของพาร์ตเนอร์ต่อผู้บริโภคให้เทียบเท่ากับบริการหลังการขายที่ได้รับจากทางแคนนอนโดยตรง
"พาร์ตเนอร์ในต่างจังหวัด แรกๆ คงจะเน้นทำตลาดเครื่องถ่ายเอกสารขาว-ดำไปก่อน เพื่อให้เกิดการยอมรับในเรื่องของบริการหลังการขายเทียบเท่ากับได้รับบริการจากแคนนอนก่อน รวมถึงตลาดต่างจังหวัดเองก็ยังไม่พร้อมที่จะตอบรับเครื่องถ่ายเอกสารมัลติฟังก์ชั่นที่เป็นสี ส่วนไดเรกต์เซลของแคนนอนจะดูแลลูกค้าในเขตกรุงเทพฯ เป็นหลัก และเน้นการทำตลาดเครื่องถ่ายเอกสารมัลติฟังก์ชั่นที่เป็นสี เพราะตลาดกรุงเทพฯ มีความต้องการเครื่องถ่ายเอกสารสีง่ายกว่า และเห็นความจำเป็นของงานเอกสารสีที่เร็วกว่า"
เนื่องจากลูกค้าในกลุ่มองค์กรเริ่มให้ความสำคัญและหันมาใช้เครื่องถ่ายเอกสารแบบมัลติฟังชั่นสีมากขึ้น อีกทั้งแคนนอนก็พยายามผลักดันเครื่องถ่ายเอกสารที่เป็นขาว-ดำ แต่สามารถพิมพ์สีได้ด้วย ถือเป็นการปูพรมเพื่อขยายตลาดในอนาคต ขณะเดียวกันบริษัทก็ยังมีแผนเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายมากขึ้นจากเดิมที่มีอยู่แล้ว 30 ราย ไปพร้อมกับขยายทีมขายตรงในกลุ่มเครื่องพิมพ์สีเพื่อดูแลลูกค้าในพื้นที่กรุงเทพฯ
"กลุ่มธุรกิจบีไอเอสสร้างรายได้ให้กับแคนนอน ไทยแลนด์ 30% หรือประมาณ 1 พันล้านบาทของรายได้รวมทั้งหมด ปีนี้มีอัตราการเติบโต 2 เท่าตัวจากปีก่อน ส่วนปีหน้าคาดว่าจะสามารถทำยอดขายและรายได้เพิ่ม 20%"
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|