|

ชี้บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปปีหน้ากร่อย เหตุต้นทุนพุ่งรสชาติใหม่น้อยลง
ผู้จัดการรายวัน(22 พฤศจิกายน 2549)
กลับสู่หน้าหลัก
ตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปสิ้นปีนี้คาดโต 9% เผยน้ำท่วมส่งผลดีทำให้ตลาดต้องการมากขึ้น ชี้แนวโน้มปีหน้า ผู้ประกอบการไม่เน้นการออกรสชาติใหม่มากนัก เหตุต้นทุนผลิตสูง ค่าแรกเข้าโมเดิร์นเทรดก็แพง หันมาเน้นตัวเก่าเป็นหลัก ส่งผลให้ตลาดรวมปีหน้าคาดว่าจะเติบโตเพียง 7% เท่านั้น ด้านค่ายไวไวทิ้งท้ายปี ออกรสชาติใหม่ สาหร่ายญี่ปุ่น ทุ่มงบตลาด 35 ล้านบาท หวังดันแชร์รวมเพิ่มอีก 2%
นายสุชัย ตันติยาสวัสดิกุล ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท โรงงานผลิตภัณฑ์อาหารไทย จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปตรา “ไวไว” กล่าวว่า ตลาดรวมบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปในไทยปีนี้คาดว่าจะมีถึง 10,000 ล้านบาท เติบโตประมาณ 9% (ส่วนตัวเลขของเอซีนีลเส็นจะมีประมาณ 7-8,000 ล้านบาทเพราะรวมเฉพาะช่องทางร้านค้าปลีก ) โดยช่วง 10 เดือนที่ผ่านมาตลาดเติบโต 8% ขณะที่ในช่วงครึ่งปีแรกนั้นตลาดรวมเติบโตเพียง 5% เท่านั้น
สาเหตุที่ทำให้ช่วงครึ่งปีหลังตลาดรวมโตขึ้นกว่าช่วงครึ่งปีแรกเนื่องจากว่า สินค้านี้หน้าขายจะอยู่ช่วงครึ่งปีหลัง อีกทั้งเมื่อ 2-3 เดือนที่ผ่านมาเกิดภาวะน้ำท่วมใหญ่ในหลายจังหวัด ส่งผลให้ตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมีความต้องการเพิ่มมากขึ้นเป็นพิเศษด้วย
อย่างไรก็ตามในปีหน้าคาดว่าตลาดรวมจะเติบโตเพียง 7% เท่านั้น ต่ำกว่าปีนี้ เนื่องจากว่า แนวโน้มการแข่งขันในปีหน้า ผู้ประกอบการส่วนใหญ่จะมุ่งเน้นกับรสชาติเดิมๆเป็นหลัก การออกรสชาติใหม่ๆนั้นจะน้อยลง ทำให้แรงจูงใจของตลาดลดลงด้วย เนื่องจากว่าต้นทุนสูง และอายุสินค้าก็สั้น เมื่อพัฒนาสินค้าใหม่ๆออกมาจะไม่คุ้มค่าเท่าใด หากรสชาตินั้นไม่เป็นที่ต้องการของตลาดอย่างจริงจัง อีกทั้งเมื่อนำสินค้าใหม่เข้าช่องทางโมเดิร์นเทรดก็ต้องเสียค่าแรกเข้าที่สูงอีกด้วย ซึ่งสังเกตได้ว่าปีนี้ ผู้ประกอบการหลายรายเริ่มที่จะปรับตัว โดยไม่ได้มีการออกรสชาติใหม่ออกมาเลย มีแต่เพียงการรีลอนช์เป็นหลักเท่านั้น
ขณะที่ไวไวเองยังมีรสชาติใหม่ออกมาอย่างต่อเนื่อง เพราะมั่นใจในการพัฒนาผลิตภัณฑ์มาเป็นอย่างดี โดยช่วงกลางปีออกควิกรสกุ้งนึ่งมะนาว และล่าสุดออก ไวไวรสสาหร่ายญี่ปุ่น ส่วนปีหน้านั้นก็จะพิจารณาดูจากสภาพตลาดและการแข่งขันก่อน
ปัจจุบันผู้นำตลาดยังคงเป็น มาม่า ครองส่วนแบ่งกว่า 50% จากตัวเลขรอบล่าสุดเดือนตุลาคมของเอซีนีลเส็น อันดับที่สองคือ ไวไว มีแชร์ 28% และยำยำมีแชร์ 20%
โดยในส่วนของบริษัทฯหากแยกออกเป็น 2 แบรนด์คือ ไวไว เมื่อช่วงต้นปีมีส่วนแบ่ง 20% แต่ขณะนี้เหลือ 19% เพราะยังไม่มีรสชาติใหม่ คาดว่าหลังจากออกรสชาติใหม่แล้วใน 3 เดือนแรกจะมีแชร์เพิ่มขึ้นอีก 2% ส่วนแบรนด์ควิกนั้น เมื่อช่วงต้นปีมีแชร์ 7% แต่หลังจากที่ออกรสชาติใหม่มีแชร์เพิ่มเป็น 9% ตั้งเป้าว่าสิ้นปีนี้ควิกจะมีแชร์ประมาณ 10%
สำหรับตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปนั้น สามารถแบ่งออกได้เป็น 5 กลุ่มหลักตามรสชาติได้ดังนี้กลุ่มบะหมี่รสชาติต้มยำ มีสัดส่วนการบริโภคอยู่ที่ 45.7% กลุ่มบะหมี่รสจัดที่ไม่ใช่รสต้มยำ มีสัดส่วนอยู่ที่ 9.3% ซึ่งสองกลุ่มแรกนี้มีแชร์รวม 55% จากตลาดรวมกว่า 10,0000 ล้านาท กลุ่มบะหมี่รสหมูสับ มีสัดส่วนตลาด 24.6% กลุ่มบะหมี่รสจืดที่ไม่ใช่รสหมูสับ มีสัดส่วน 19.9% ซึ่งทั้งสองกลุ่มหลังนี้มีส่วนแบ่งตลาดรวม 44.5% กลุ่มบะหมี่รสชาติต่างประเทศ มีสัดส่วน 0.5% ซึ่งตลาดที่เติบโตสูงที่สุดก็ยังคงเป็นรสชาติต้มยำ โดยรสต้มยำกุ้ง มีส่วนแบ่งตลาดกว่า 38% และรสต้มยำหมูสับมีส่วนแบ่งตลาด 8% จากตลาดรสชาติต้มยำที่มี 55% จากตลาดรวม
ทั้งนี้รสชาติที่เติบโตมากที่สุดยังคงเป็นรสจัดคือ ต้มยำกุ้ง 10% ส่วนรสจืดเติบโต 7% ขณะที่รสชาติต่างประเทศนั้น เติบโตติดลบ 30%
ล่าสุดบริษัทฯได้ออกรสสาหร่ายญี่ปุ่น ที่ไม่ใส่ โมโนโซเดียม กูลตามเมท และมีเนื้อสาหร่ายแท้ในซอง วางตลาดเดือนพฤศจิกายนนี้ โดยในช่วง 3 เดือนแรกนี้ตั้งงบการตลาดไว้ที่ 35 ล้านบาท แบ่งเป็น การใช้สื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์ 80% เน้นทีวี วิทยุ สื่อรถเคลื่อนที่บัสบอดี้ และจัดกิจกรรมอีเวนท์ต่างๆ 20% เช่นการแจกสินค้าตัวอย่าง การทดลองชิม จำนวน 1 ล้านชิ้นผ่านบูธตามค้าปลีกต่างๆ และโรงเรียนกว่า 500 จุดทั่วประเทศ คาดหวังว่าในช่วง 3 เดือนแรกที่วางตลาดนี้จะสามารถเพิ่มส่วนแบ่งให้กับไวไวได้ 2% และผลักดันให้ไวไวมีส่วนแบ่งในตลาดรวมปีนี้ประมาณ 30-31% (รวมทั้งไวไวและควิกด้วย) จากมูลค่าตลาดกว่า 10,000 ล้านบาท พร้อมกับรายได้ของบริษัทฯประมาณ 3,100 ล้านบาท
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|