|

บินไทยกำไรโตเท่าตัว
ผู้จัดการรายวัน(21 พฤศจิกายน 2549)
กลับสู่หน้าหลัก
นายวัลลภ พุกกะณะสุต รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ฝ่ายการพาณิชย์ บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า กรณีที่ บริษัทแอร์บัส อินดัสตรี้ จำกัด เลื่อนกำหนดส่งมอบเครื่องบิน แอร์บัส A 380-800 ซึ่งการบินไทยทำสัญญาสั่งซื้อไว้ 6 ลำออกไปอย่างน้อย 22-24 เดือน จากกำหนดเดิมที่จะส่งมอบในเดือนพ.ย. 2552 -2553 (2009-2010 ) นั้น กระทบต่อการวางแผนด้านการตลาดของบริษัทโดยทำให้ในปี 2550 บริษัทยังไม่มีแผนในการเปิดจุดบินใหม่ในแผนระยะสั้น เนื่องจากเครื่องบินไม่เพียงพอ แต่จะใช้วิธีเพิ่มเที่ยวบินในจุดบินที่มีกำไร เพราะไม่ต้องลงทุนเพิ่ม และไม่มีความเสี่ยง
ทั้งนี้ ปัญหาการเลื่อนส่งมอบเครื่องบินของแอร์บัสนั้น จะต้องรอนโยบายจากฝ่ายบริหารรวมถึงคณะกรรมการ (บอร์ด) บริษัทชุดใหม่ ซึ่งจะมีการแต่งตั้งในการประชุมผู้ถือหุ้นในวันที่ 27 ธ.ค. 2549 นี้ ว่าจะดำเนินการอย่างไร คาดว่าประมาณเดือนก.พ. 2550 น่าจะมีความชัดเจน โดยในระหว่างนี้ มีการศึกษาแผนรองรับไว้ ทั้งกรณีที่ยกเลิกคำสั่งซื้อ หรือตกลงเลื่อนรับมอบเครื่องบิน พร้อมๆ กับการเจรจากับแอร์บัสถึงความชัดเจนในการส่งมอบและค่าชดเชยความเสียหายที่จะต้องจ่ายให้บริษัท ซึ่งแอร์บัสจะเสนอมาที่บอร์ดการบินไทย
"จนถึงขณะนี้ แอร์บัสยังไม่ยืนยันกำหนดส่งมอบที่แน่นอนได้ว่าเมื่อใด ซึ่งหากชัดเจนนอกจากเรื่องค่าชดเชยแล้วก็ต้องวางแผนร่วมกันใหม่ เพราะแผนเดิมจะนำ A 380 มาบินในเส้นทางไกล ที่มีผู้โดยสารมาก เช่น ลอนดอน แฟรงเฟริสต์ ปารีส ญี่ปุ่น หรือจีน หรือในบางสนามบินที่ ไม่สามารถเพิ่มจำนวนเที่ยวบินได้ ก็ต้องเลี่ยงไปเพิ่มความจุของเครื่องบินแทน"นายวัลลภกล่าว
***ฟุ้งกำไร 49 เพิ่มเท่าตัว**
นายวัลลภ กล่าวว่า ผลประกอบการในปี 2549 คาดว่าบริษัทมีรายได้เพิ่มจากจากปี2548 และมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเท่าตัวจากปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 6.78 พันล้านบาท เนื่องจากปริมาณผู้โดยสารเพิ่มขึ้น ในขณะที่ Load Factor อยู่ในระดับ 75% ส่วนในเดือนต.ค. 2549 มี Load Factor ประมาณ 77% ซึ่งถือว่าค่อนข้างดี อย่างไรก็ตาม ในปี 2550 คาดว่ารายได้จะเพิ่มขึ้นประมาณ 13-14% แต่ทั้งนี้ ยังต้องติดตามสถานการณ์ราคาน้ำมันอย่างใกล้ชิด เพราะมีหลายปัจจัย ทั้งที่เกาหลี อิหร่าน ฯลฯ แม้ว่าปัจจุบันระดับราคาน้ำมันในตลาดโลกจะปรับลดลง ซึ่งประมาณเดือนธ.ค.นี้บริษัทจะประกาศปรับลด ค่าธรรมเนียมชดเชยน้ำมันเชื้อเพลิง (Fuel Surcharge) จากผู้โดยสารสำหรับเส้นทางบินระหว่างประเทศลง เช่น สิงคโปร์ ฮ่องกง มาเลเซีย ส่วนเส้นทางไกล การบินไทยเก็บในระดับที่ต่ำกว่าสายการบินอื่นอยู่แล้ว ทั้งนี้หากเทียบราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้น การบินไทยสามารถ เก็บค่าธรรมเนียมชดเชยได้เพียง 40% ส่วนอีก 60 % ต้องแบกรับไว้เอง
** การบินไทยพร้อมบินสมุย**
นายวัลลภกล่าวว่า ในระยะสั้นคาดว่าจะสามารถเปิดเส้นทางบินเพิ่ม คือ กรุงเทพ-สมุย ซึ่งคาดว่าจะเปิดได้วันละ 2 เที่ยวบินโดยปัญหาเรื่องขีดความสามารถของรันเวย์ กรมการขนส่งทางอากาศ ได้ให้การรับรองแล้วว่า สามารถรองรับเครื่องบิน แอร์บัส 737-400 ได้ รวมถึงมลภาวะทางเสียง ทางสำนักงานนโยบายและแผน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ได้ยืนยันว่าไม่มีปัญหาเช่นกัน เหลือเพียงการขอเพิ่ม Slot Times ซึ่งตามมาตรฐานรันเวย์เดี่ยว สามารถรับได้ 70-80 เที่ยวบินต่อวัน
โดยบริษัทพร้อมที่จะเปิดบินสมุย เนื่องจากปัจจุบันมีจำนวนผู้โดยสารที่มาจากยุโรปและต้องการเดินทางไปสมุยเดือนละกว่า หมื่นคน นอกจากนี้ การบินไทยยังอยู่ระหว่างการปรับปรุงระบบไอที เพื่อทำการบินร่วม (โค้ดแชร์) กับบางกอกแอร์เวย์ส ซึ่งคาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ประมาณเดือนมี.ค. 2550
***เปิดดอนเมืองเอื้อประโยชน์โลว์คอสต์**
นายธีรพล โชติชนาภิบาล ผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายขาย บริษัทการบินไทยกล่าวว่า กรณีที่จะมีการเปิดใช้สนามบินดอนเมืองอีกครั้งนั้น ในส่วนของการบินไทยเห็นว่า จะต้องมีความชัดเจนเรื่องค่าบริการ และค่าใช้จ่าย ต่างๆ และต้องเปิด กว้างให้ทุกสายการบิน เพราะหากกำหนดว่าให้เฉพาะโลว์คอสต์แอร์ไลน์ น่าจะไม่ถูกต้องนัก เพราะสายการบินที่ให้บริการเต็มรูปแบบ (Full Service) อยู่ที่สุวรรณภูมิ เสียค่าใช้จ่ายเต็มที่ ให้กับทอท. ในขณะที่ทอท. กลับนำรายได้จากสุวรรณภูมิมาสนับสนุนดอนเมืองที่ให้บริการ โลว์คอสต์แอร์ไลน์แล้วขาดทุน
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|