เซนชะเปิดเกมรุกชาเขียวอีกรอบส่ง2รสชาติใหม่หันสู่แนวเฮลธ์ตี้


ผู้จัดการรายวัน(17 พฤศจิกายน 2549)



กลับสู่หน้าหลัก

อายิโนะโมะโต๊ะ ปรับตัวรับเทรนด์ตลาดเครื่องดื่มฟังก์ชันนัลบูม เปิดตัวเซนชะ 2 รสชาติใหม่ ”ไลท์ พลัส ไฟเบอร์ และซี 100 พลัส ไนอะซิน” ยัดสารสร้างมูลค่าเพิ่มสู้ตลาดชาเขียวซบ พร้อมอัดการสื่อสารติดขวด ”เฮลธ์ตี้แอนด์แฮปปี้” ชูเป็นสินค้าเพื่อสุขภาพ หวังกระทุ้งส่วนแบ่งเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันมี 6%

แหล่งข่าวจากบริษัท อายิโนะโมโต๊ะเซลล์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายชาเขียวพร้อมดื่มตราเซนชะ เปิดเผยกับ ”ผู้จัดการรายวัน” ว่า บริษัทฯได้เปิดตัวชาเขียวพร้อมดื่มเซนชะ 2 รสชาติใหม่ ได้แก่ ไลท์ พลัส ไฟเบอร์ โดยมีจุดขายเป็นรสต้นตำรับมีความหวานเท่าเดิมแต่ลดแคลอรีลง 50% และซี 100 พลัส ไนอะซิน รสมะนาวผสมน้ำผึ้ง แต่มีจุดขายมีวิตามินซี 100 มิลลิกรัมและสารไนอะซิน การเปิดตัวทั้งสองรสชาติใหม่ครั้งนี้ ยังติดฉลากตราสัญลักษณ์ภายใต้คำว่า ”เฮลธ์ตี้แอนด์แฮปปี้” เพื่อสื่อสารถึงผู้บริโภคเป็นสินค้าเพื่อสุขภาพ

สำหรับการเปิดตัวชาเขียวเซนชะทั้งสองรสชาติใหม่ มีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างแบรนด์ให้มีความแข็งแกร่งและมีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันก็เป็นการสอดรับกับเทรนด์ตลาดเครื่องดื่มฟังก์ชันนัลที่กำลังมาแรง โดยผู้ประกอบการหลายค่ายเริ่มนิยมสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยการเติมสารต่างๆ ให้สินค้ามีประโยชน์เพิ่มขึ้น เพื่อตอบสนองกับความต้องการของผู้บริโภคที่เฉพาะเจาะจงมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ชาเขียวพร้อมดื่มเซนชะรสชาติเดิม 4 รสชาติ ได้แก่ เซนชะ รสต้นตำหรับ ยูสุ ฮันนี่ (รสส้มยูสุผสมน้ำผึ้ง) เซนชะ ฟูจิ ริงโกะ รสแอปเปิ้ลฟูจิ และเซนชะ อิชิโกะ โมโม่ รสสตอเบอร์รีผสมพีช ยังคงมีวางจำหน่ายตามปกติ สำหรับชาเขียวพร้อมดื่มทั้งสองรสชาติใหม่ ได้เริ่มวางจำหน่ายแล้วในร้านค้าสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟ ซูปเปอร์มาร์เก็ต ร้านค้าส่ง และร้านค้าปลีกทั่วประเทศ ราคา 20 บาท เท่ากับชาเขียวแบบปกติ

สำหรับแนวทางการทำตลาดชาเขียวเซนชะไลท์ พลัส ไฟเบอร์ และซี 100 พลัส ไนอะซิน ในช่วงแรกได้มีการติดข้อมูลเกี่ยวกับประโยชน์ที่ได้จากการดื่ม รวมทั้งบ่งบอกถึงปริมาณการดื่มที่เหมาะสม อาทิ ปริมาณใยอาหารที่แนะนำให้ผู้บริโภคต่อวันสำหรับคนไทยอายุตั้งแต่ 6 ปีขึ้นไป คือ วันละ 25 กรัม ทั้งนี้เพื่อสร้างความรู้และความเข้าใจกับผู้บริโภคในทางที่ถูกต้อง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สภาพตลาดชาเขียวพร้อมดื่มมูลค่า 4,000-5,000 ล้านบาท เกิดภาวะชะลอตัวลงในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมานี้ โดยเฉพาะในช่วงไตรมาสแรกตลาดหดตัวลง 30% แต่ทั้งปีตลาดชาเขียวจะมีอัตราการเติบโต 10-20% อย่างไรก็ตามมองว่าตลาดชาเขียวยังมีอัตราการเติบโตอยู่แต่ไม่ได้เป็นในลักษณะก้าวกระโดดเหมือนช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้

ทั้งนี้โอกาสที่ตลาดชาเขียวยังคงเติบโตได้ เนื่องจากอัตราการบริโภคชาเขียวของคนไทยยังน้อยมาก เพียง 100ล้านลิตรต่อปีเท่านั้น เมื่อเทียบกับประเทศญี่ปุ่น 3,000ล้านลิตรต่อปี ไต้หวัน 300 ล้านลิตรต่อปี อีกทั้งเมื่อเปรียบเทียบตลาดชาเขียวกับน้ำอัดลมคิดแล้วไม่ถึง 10% เท่านั้น อย่างไรก็ตามตลาดชาเขียวในอนาคต คาดว่าจะเหลือเพียงผู้เล่นรายหลัก 4-5 รายเท่านั้น ได้แก่ โออิชิ ยูนิฟ เซนชะ เพียวริคุ และโมชิ

ปัจจุบันตลาดชาพร้อมดื่มมีมูลค่า 4,000-5,000 ล้านบาท ปีนี้ในเชิงมูลค่าอาจจะลดลงแต่ในแง่ปริมาณไม่ลดลง โดยตลาดยูเอชทีหรือชนิดกล่องลดลงอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีสัดส่วนไม่ถึง 10% ของตลาดรวม สำหรับผู้นำตลาดชาเขียวยังเป็นโออิชิ กรีนทีครองส่วนแบ่ง 60% อันดับที่สองคือ ยูนิฟ 20% เพียวริคุ 3% โมชิ 2% อย่างไรก็ตามหลังจากเปิดตัวชาเขียวเซนชะรสชาติใหม่คาดว่าส่วนแบ่งจะเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันมีอยู่ 6%


กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.