"คูหาเปรมกิจ"ยันไม่ทิ้งโกลเบล็กฯเปิดทางพันธมิตรตปท.ร่วมถือหุ้น


ผู้จัดการรายวัน(16 พฤศจิกายน 2549)



กลับสู่หน้าหลัก

ตระกูลคูหาเปรมกิจ ยันไม่ลดสัดส่วนการถือหุ้นใน"โกลเบล็ก โฮลดิ้ง แมนเนจเม้นท์"ที่ถืออยู่ 37% พร้อมเปิดทางให้ต่างประเทศเข้ามาถือหุ้นร่วม ถ้าสามารถเข้ามาสร้างประโยชน์ให้กับบริษัท ขณะที่บล.โกลเบล็ก ดึง"ศราวุธ บุษยรัตน์"นั่งแท่นประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนใหม่ ประกาศแผนปีหน้าจะเป็นโบรกเกอร์ที่ติดอันดับ 20 เตรียมรุกธุรกิจอนุพันธ์และการบริหารกองทุนส่วนบุคคล

นายกีรติพงษ์ คูหาเปรมกิจ ประธานกรรมการ บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัดเปิดเผยว่า ปัจจุบันนี้ตระกูลคูหาเปรมกิจซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อยู่ในบริษัท โกลเบล็ก โฮลดิ้ง แมนเนจเม้นท์ จำกัด(มหาชน)หรือ GBX ถือหุ้นในสัดส่วน 37% จากเดิมในช่วงที่บริษัทเพิ่งเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เคยถือในสัดส่วน 70-80%สาเหตุที่ลดสัดส่วน เนื่องจากช่วงที่ผ่านมาสถานการณ์ทางการเมืองที่ไม่มีความชัดเจนและภาวะตลาดหุ้นที่ไม่เอื้ออำนวย

อย่างไรก็ตามตระกูลคูหาเปรมกิจคงจะถือหุ้นในสัดส่วน 37% ต่อไปในระยะยาว โดยจะไม่ลดสัดส่วนหรือเพิ่มสัดส่วนอีกแต่อย่างใด โดยสัดส่วนดังกล่าวก็ถือว่าเป็นสัดส่วนที่มากพอสมควร และสามารถควบคุมการบริหารงานของบริษัทได้ ส่วนกรณีถ้ามีต่างประเทศเข้ามาถือหุ้นในอนาคต ซึ่งถ้าสามารถสร้างประโยชน์ให้กับบริษัทได้ ก็พร้อมที่จะให้เข้ามาถือหุ้นร่วม ส่วนจะเข้ามาถือในบริษัทโกลเบล็ก โฮลดิ้ง แมนเนจเม้นท์ หรือในบล.โกลเบล็ก และในสัดส่วนการถือหุ้นระดับใดนั้นขึ้นอยู่กับการเจรจาว่าจะเป็นอย่างไร

ทั้งนี้การลงทุนของตระกูลคูหาเปรมกิจ ก็จะเป็นการลงทุนผ่านบริษัทโกลเบล็ก โฮลดิ้ง แมนเนจเม้นท์ ซึ่งก็ยอมรับว่าที่ผ่านมารายได้ส่วนใหญ่จะมาจากบล.โกลเบล็ก ดังนั้นจึงมีแผนที่จะกระจายรายได้ไปส่วนอื่นๆ ด้วยเพื่อเป็นการกระจายความเสี่ยงในช่วงที่ภาวะตลาดหุ้นซบเซา โดยบริษัทจะให้ความสนใจในธุรกิจพลังงานทดแทน ซึ่งมีแนวโน้มที่ดี อย่างไรก็ตามการกระจายรายได้ที่เหมาะสมคงจะไม่เกิดขึ้นโดยทันที แต่จะต้องใช้เวลาพอสมควร

นายศราวุธ บุษยรัตน์ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัดเปิดเผยว่า แผนงานของบริษัทหลังจากที่ตนได้เข้ามาเป็นผู้บริหารแล้ว ก็ตั้งเป้าว่าจะมีมาร์เกตแชร์ในปีหน้าอยู่ที่ระดับ1.8-2% ซึ่งจะเป็นโบรกเกอร์ที่มีมาร์เกตแชร์เป็นอันดับที่ 20 โดยเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันที่มีมาร์เกตแชร์อยู่ประมาณ 1.2% อยู่ในอันดับที่ 30 โดยบริษัทมีแผนที่จะขยายฐานลูกค้าสถาบันในประเทศและต่างประเทศเพิ่มขึ้น ซึ่งตั้งเป้าว่าจะมีสัดส่วนลูกค้ารายย่อยอยู่ที่ระดับ 80% ลูกค้าสถาบันในประเทศ 15% และลูกค้าต่างประเทศ 5% ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจากับโบรกเกอร์ต่างประเทศบางราย ซึ่งสัดส่วนลูกค้าปัจจุบันนั้นจะเป็นนักลงทุนรายย่อยประมาณ 95% ที่เหลือเป็นนักลงทุนสถาบัน 5%

นอกจากนี้ยังมีแผนที่จะพัฒนาธุรกิจใหม่ๆ เพื่อกระจายความเสี่ยง โดยภายในปีนี้บริษัทจะยื่นขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจอนุพันธ์ และธุรกิจบริหารจัดการกองทุนส่วนบุคคลกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์หรือก.ล.ต. ซึ่งจะช่วยทำให้บริษัทมีรายได้เพิ่มขึ้น และถือเป็นการเตรียมความพร้อมที่จะแข่งขันต่อการเปิดเสรีของธุรกิจหลักทรัพย์ในอีก 5 ปีข้างหน้า

สำหรับภาวะตลาดหุ้นในปีนี้ ประเมินว่าดัชนีตลาดน่าจะอยู่ที่ระดับ 800 จุดซึ่งจะมีค่าพี/อี เรโชประมาณ 8 เท่าและในปีหน้าคาดว่าดัชนีน่าจะอยู่ที่ระดับ 900 จุด โดยได้รับแรงสนับสนุนจากอัตราดอกเบี้ยที่มีแนวโน้มจะลดลงต่ำ ภาวการเมืองที่เริ่มมีเสถียรภาพมากขึ้น และเศรษฐกิจโดยรวมอยู่ในเกณฑ์ที่ดี

นายพิษณุ วิชิตชลชัย กรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัดกล่าวว่า ปัจจุบันนี้บริษัทมีเจ้าหน้าที่มาร์เกตติ้งประมาณ 110 คน และมีแผนที่จะเพิ่มขึ้นให้อยู่ในระดับ 150 คนในแง่ของบัญชีลูกค้ามีจำนวน 8 พันบัญชี ซึ่งเป็นบัญชีที่มีการซื้อขายสม่ำเสมอประมาณ 2 พันบัญชี ซึ่งในช่วงที่นายช่วงชัย นะวงศ์ อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารและเจ้าหน้าที่มาร์เกตติ้งอีกจำนวนหนึ่งได้ย้ายไปอยู่กับ บล.ฟินันซ่านั้น จากการตรวจสอบพบว่ามีลูกค้าที่ปิดบัญชีเพื่อย้ายตามเจ้าหน้าที่มาร์เกตติ้งมีไม่ถึง 10% อย่างไรก็ตามก็ส่งผลกระทบในแง่ของมาร์เกตแชร์ของบริษัทที่ลดลงจากเดิมที่เคยอยู่ในระดับ 2% ก็ลดลงเหลือประมาณ 1%เศษเท่านั้น

นางสาวเพียงดาว วัฒนายากร กรรมการผู้จัดการ สายงานด้านวิชาการและการบริหารความเสี่ยง บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัดกล่าวว่า ธุรกิจกองทุนส่วนบุคคลนั้นบริษัทมีแผนที่จะหาลูกค้าเฉพาะกลุ่ม ซึ่งจะเป็นนักลงทุนที่มีฐานะการเงินที่ดี เพื่อที่จะได้บริหารเงินและสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับลูกค้า

นายนันทพล พงษ์ไพบูลย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทโกลเบล็ก แอ็ดไวเซอรี่ จำกัดกล่าวว่า ภายในไตรมาส 4 ปีหน้าบริษัทจะนำหุ้นใหม่เข้ามาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(SET)จำนวน 2 บริษัทและในตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอ(mai)จำนวน 1 บริษัทซึ่งจะประกอบด้วยธุรกิจอาหาร,เครื่องใช้ไฟฟ้าและกำจัดขยะ


กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.