ไม่แปลก ที่แกรี่ เรเชล มักมีงานล้นมืออยู่เสมอ เพราะเขาต้องดูแลธุรกิจเวนเจอร์-แคปิตัลในสหรัฐฯ
ให้กับมาซาโยชิ ซัน ซึ่งเป็นธุรกิจ ที่อาจเรียกได้ว่าสำคัญที่สุดในบรรดาธุรกิจต่าง
ๆ ทั่วโลกของซอฟท์แบงก์เลยทีเดียว หน้าที่ของกรรมการบริหารอาวุโสของ "ซอฟท์แบงก์
เวนเจอร์ แคปิตัล" คนนี้สำคัญเป็นทวีคูณต่อบริษัทฯ เพราะนอกจากเรเชลจะต้องเฟ้นหากิจการที่มีอนาคตไกล
ซึ่งซอฟท์แบงก์ควรเข้าไปลงทุนแล้ว เขายังต้องทำหน้าที่เป็นกองรบแนวหน้าให้กับบริษัทเหล่านั้น
เพื่อให้ซอฟท์แบงก์มีความมั่นคงจากการลงทุนในระยะยาว
ซันดึงตัวเรเชลมาจากบริษัทคอมพิวเตอร์ยักษ์ใหญ่ "ซิสโก ซิสเต็มส์" หลังจาก
ที่เรเชลจบ MBA จากฮาร์วาร์ด เพื่อให้เขามาช่วยก่อตั้งเครือข่ายเวนเจอร์ของซอฟท์แบงก์เมื่อปี
1995 เรเชลเริ่มต้นแบบไม่ติดเบรค ด้วยการทุ่มทุนไปกับ 55 บริษัทภายในช่วงเวลา
9 เดือนหลังเริ่มงาน หลังจากนั้น กองทุนเวนเจอร์ในสหรัฐฯ ทุกแห่ง ที่เปิดตัวก่อนปี
1999 ต่างได้กำไรกลับมาเกิน 100% ต่อปีทั้งสิ้น ทว่าภาวะตลาดหุ้น ที่ซบเซาได้ฉุดให้ตัวเลข
ที่ว่าดิ่งลงในปีต่อ ๆ มา
เดือนมิถุนายน ที่ผ่านมา "ซอฟท์แบงก์ เทคโนโลยี เวนเจอร์ วีไอ" กองทุนล่าสุดของเรเชล
สามารถระดมเงินได้ถึง 1,500 ล้านเหรียญ คิดเป็นครึ่งหนึ่งของมูลค่าของซอฟท์แบงก์เลยทีเดียว
และเมื่อปลายเดือนกันยายน ที่ผ่านมา 1 ใน 4 ของเงินดังกล่าวถูกนำไปลงทุนอย่างอื่นต่อ
คิดแล้ว กลุ่มหลักทรัพย์ภายใต้การบริหารของเรเชล ประกอบด้วยธุรกิจต่าง ๆ
เกือบ 200 แห่ง คิดเป็นเงินลงทุนมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์
"เรา 10 คนต้องต่อรอง ทุ่มเถียง และฟาดฟันกัน เพื่อกำหนดกลยุทธ์ ที่ควรจะเป็น
จากนั้น ผมก็จะทำหน้าที่สานต่อเกี่ยวกับการลงทุนในสหรัฐฯ" เรเชลเล่า
ซอฟท์แบงก์ลงทุนใน Yahoo! เว็บ ที่เป็นประตูของอินเทอร์เน็ต ตั้งแต่ช่วงเริ่มต้น
หลังจากนั้น มูลค่าหุ้นของบริษัทก็พุ่งสูงลิ่ว จนถึงวันนี้ ก็ยังมีสัดส่วนเกินครึ่งของมูลค่าตลาดของซอฟท์แบงก์
นี่เป็นฝีมือของเรเชล แต่เขาก็เคยตัดสินใจพลาด เช่น ทำให้บริษัทขาดทุนถึง
30 ล้านเหรียญจากการลงทุนในหลายบริษัท ด้วยความพยายาม ที่จะสร้างชุมชนออนไลน์ขึ้น
เรเชลไม่ยอมรับคำวิจารณ์ ที่ว่า แนวทางการลงทุนสายฟ้าแลบของเขานั้น ทำให้ไม่ค่อยได้คิดพิจารณาถี่ถ้วน
และไม่ได้ช่วยฟูมฟักธุรกิจ ที่เข้าซื้ออย่างจริงจัง เขาเถียงว่า "แนวทางของผมไม่ใช่แบบเสือปืนไวแน่นอน
ผมว่าเป็นการเข้าใจผิดอย่างมหันต์ ผมไม่ใช่คนประเภทเสือปืนไว ถ้าคุณดูพื้นเพของผม
คุณจะรู้ว่าผมจบเอกทางชีววิทยา ผมเป็นพวกคิดมาก เป็นนักวางแผน" ในความคิดของเรเชล
จอห์น แชมเบอร์ แห่งซิสโกเป็นนักจัดการที่ดีที่สุด, แลรี่ เอลลิซั่น แห่งออเรเคิล
เป็นเจ้าของเทคโนโลยี ที่ยอดที่สุด ส่วนซอฟท์แบงก์ "เป็นธุรกิจ ที่มีความทะเยอทะยานสูงที่สุด"