|

ซีพีเอฟปั้นอาหารสำเร็จรูปลุยไทย-เทศ เท900ล.งัดแบรนด์ซีพีการันตีหวัดนก
ผู้จัดการรายวัน(10 พฤศจิกายน 2549)
กลับสู่หน้าหลัก
ซีพีเอฟ ประกาศลุยตลาดอาหารสำเร็จรูปทั้งในและต่างประเทศ เลี่ยงโรคไข้หวัดนกระบาดกระทบยอดขายล่วงเป็นระลอก พร้อมรับไลฟ์สไตล์คนทั่วโลก –ไทยเปลี่ยนมีความเร่งรีบในชีวิต ตั้งเป้าสัดส่วนยอดขายเพิ่ม 15-20% ระบุอัดงบ 900 ล้านบาท ควักแบรนด์”ซีพี”ติดบนบรรจุภัณฑ์-เปิดตัวโฆษณาการันตีความสด สะอาด ปลอดภัย สิ้นปีกวาดรายได้ 1.3 แสนล้านบาท
นายอดิเรก ศรีประทักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ เปิดเผยว่า ในปีหน้านี้ บริษัททำตลาดอาหารสำเร็จรูปในเชิงรุกมากขึ้น เนื่องจากเล็งเห็นว่าเป็นตลาดที่มีศักยภาพ โดยมีอัตราการเติบโตที่สูง จากไลฟ์สไตล์ของคนไทยมีความเร่งรีบในการดำเนินชีวิตมากขึ้น บริษัทจะเน้นทำตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ จากก่อนหน้านี้ในตลาดต่างประเทศส่งออกเนื้อไก่ปรุงสุกเป็นหลัก
ขณะนี้บริษัทได้โควตาผลิตไก่ปรุงสุก 1.3-1.5 แสนตันในยุโรป แต่ล่าสุดได้เตรียมปรับแผนส่งออกสินค้านอกเหนือจากโควต้า เป็นอาหารสำเร็จรูปพร้อมรับประทาน อาทิ ไส้กรอก หมู ฯลฯ ในปีหน้านี้สัดส่วนอาหารสำเร็จรูปเพิ่มจาก 10% เป็น 15-20% โดยเป็นยอดขายจากทั้งในประเทศและต่างประเทศ
จากที่เกิดไข้หวัดนกระบาดในสัตว์ปีกเมื่อปี 2547 คนไทยรวมทั้งทั่วโลกบริโภคเนื้อไก่น้อยลง ทำให้ยอดขายของบริษัทลดลง ดังนั้นแผนการทำตลาดในเบื้องต้น บริษัทหันมาให้ความสำคัญกับการสร้างแบรนด์สินค้าในเครือซีพี โดยบริษัทได้ทุ่มงบไม่ต่ำกว่า 300 ล้านบาท ตั้งแต่ปี 2547 กระทั่งปัจจุบันรวมกว่า 900 ล้านบาท ทั้งในรูปแบบของการโฆษณาประชาสัมพันธ์ทางโทรทัศน์ และการติดฉลากบนบรรจุภัณฑ์ เพื่อนำแบรนด์ ซีพี การันตีถึงความสด สะอาด ปลอดภัย
สำหรับการติดฉลากบนบรรจุภัณฑ์ บริษัททำทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งในส่วนของต่างประเทศ เพื่อสร้างตราสินค้าให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง จึงมีการทำโฆษณาในประเทศญี่ปุ่น ไต้หวัน และจีน ฯลฯ อย่างไรก็ตามในช่วงที่ไข้หวัดระบาดในแต่ละประเทศ ยอดขายของบริษัทก็จะได้รับผลกระทบทันที
นายอดิเรก กล่าวเพิ่มเติมว่า นโยบายการตลาดของบริษัทต้องการเป็นผู้นำด้านการผลิตอาหารในภูมิภาคเอเชีย ล่าสุดได้ของบอนุมัติบอร์ด ทุ่มงบ 100 ล้านบาท ตั้งโรงงานผลิตฟาร์มอาหารสัตว์ พ่อแม่พันธุ์ และผลิตเนื้อไก่และสุกร ที่ ประเทศลาวในเมืองเวียงจันทร์ มีกำลังผลิต 1.2 หมื่นตัน เนื่องจากมองว่าเป็นตลาดที่มีศักยภาพ พร้อมกันนี้ได้ขยายโรงงานอินเดีย รัสเซีย มาเลเซีย และจีน ภายใต้การใช้งบ 3,000 -4,000 ล้านบาท
ผลประกอบการสิ้นปีนี้ บริษัทตั้งเป้า 1.3 แสนล้านบาท แบ่งเป็นในประเทศ 80% และต่างประเทศ 20% โดยในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมานี้ มียอดขาย 9.2หมื่นล้านบาท กำไร 9,200 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นรายได้ ผลิตภัณฑ์จากอาหารสัตว์ 30% ไก่ 25% และหมู 15% อย่างไรก็ตามในช่วงไตรมาสสี่คาดว่าสภาพตลาดมีแนวโน้มดีขึ้น เพราะราคาไข่ไก่และไก่เริ่มกลับสู่ภาวะปกติ หลังจากที่ผ่านมายุคตกต่ำมาแล้ว โดยราคาเพิ่มขึ้นจาก 23-24 บาท เป็น 33-35 บาท
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|