|

บลูสโคปหวังชิงแชร์วัสดุก่อสร้างชูจุดขายเหล็กพรีเมี่ยมเจาะตลาดไทย
ผู้จัดการรายสัปดาห์(6 พฤศจิกายน 2549)
กลับสู่หน้าหลัก
เศรษฐกิจไทยพ่นพิษอสังหาฯ ขาลง บลูสโคปเร่งส่งออกเหล็กเพิ่ม หลังยอดในประเทศหด รุกเปิดตัวเฉดสีใหม่ ชูจุดขายคุณภาพเหนือกว่ากระเบื้อง-ปูน หวังชิงแชร์ตลาดวัสดุก่อสร้าง
โดยพื้นฐานธุรกิจวัสดุก่อสร้างมีทิศทางการเติบโตไปควบคู่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ แต่ในรอบปีที่ผ่านมาทิศทางของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงการลงทุนในภาคอุตสาหกรรมก่อสร้างค่อนข้างชะลอตัว จึงส่งผลกระทบให้ดีมานด์ในสินค้าวัสดุก่อสร้างลดลงตามไปด้วย
ปัจจุบันวัสดุเหล็กมีการดัดแปลงใช้ในรูปแบบต่างๆ มากขึ้นกว่าการใช้งานเฉพาะในส่วนโครงสร้างรากฐานของอาคารแบบเดิม เนื่องจากเป็นวัสดุที่มีน้ำหนักเบา และมีความทนทานกว่าวัสดุอื่นๆ ทำให้กลายเป็นเทรนด์ออกแบบใหม่ๆ ของอาคารยุคนี้ที่นิยมหันมาใช้เหล็กเป็นชิ้นส่วนในการก่อสร้างมากขึ้น แต่จากผลกระทบของการก่อสร้างที่ชะลอตัวลงตามภาวะเศรษฐกิจ ทำให้ปริมาณการใช้เหล็กมีแนวโน้มลดลง กลุ่มลูกค้าเดิมที่เคยใช้เหล็กในการก่อสร้างเป็นส่วนใหญ่ เช่น โรงงานอุตสาหกรรม โกดัง ก็หายไปพร้อมกับการชะลอตัวของการลงทุน ซึ่งก็หมายถึงว่าไม่มีการสร้างโรงงานเพิ่ม รวมทั้งกฎหมายควบคุมการขยายสาขาของห้างค้าปลีก ก็กลายเป็นอุปสรรคของการขยายตลาดวัสดุเหล็กด้วย เพราะถือเป็นลูกค้ารายใหญ่ที่ต้องใช้เหล็กจำนวนมากเป็นหลังคาและผนังของอาคาร
ปีเตอร์ วิลสัน ประธาน บริษัท บลูสโคป สตีล (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและส่งออกเหล็กแผ่นเรียบ กล่าวว่า จากการที่ภาวะเศรษฐกิจไทยในช่วงที่ผ่านมามีปัจจัยลบมากระทบหลายด้าน ทำให้การลงทุนภาคอุตสาหกรรมก่อสร้างชะลอตัวลง ส่งผลให้ดีมานด์ในสินค้าน้อยลงนั้น บริษัทฯ จึงต้องปรับตัวจากเดิมที่เน้นการผลิตเพื่อจำหน่ายให้แก่ตลาดในประเทศเป็นหลัก มาเป็นการเพิ่มสัดส่วนการส่งออกสินค้าให้มากขึ้น
แต่ทั้งนี้ในระยะยาวจะยังคงการลงทุนและการขยายตลาดในประเทศไทยอยู่อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากมองเห็นโอกาสว่าตลาดเหล็กในเมืองไทยจะขยายตัวอีกมากในอนาคตอีก 3-5 ปีข้างหน้า ประเทศไทยจะสามารถตั้งโรงงานถลุงเหล็กเองได้ จะทำให้ต้นทุนการผลิตลดลง จนสามารถแข่งขันด้านราคาขายกับวัสดุทดแทนเหล็กในขณะนี้ เช่น กระเบื้อง ปูนซิเมนต์ได้
ปัจจุบันบลูสโคปมีกำลังการผลิต 90,000 ตันต่อปี โดยเน้นการจำหน่ายในไทยเป็นหลัก เช่น โรงงานเหล็กเพื่อนำไปรีดแล้วขายต่อ ลูกค้าภาคอุตสาหกรรม เช่น โรงงานอุตสาหกรรม โกดังเก็บสินค้า ลูกค้าภาคพาณิชยกรรม เช่น ซุปเปอร์สโตร์ อาคารสูง และลูกค้าประเภทที่อยู่อาศัย เช่น ลูกค้าโครงการบ้านจัดสรร เป็นต้น
นอกจากนี้ยังมีธุรกิจผลิตภัณฑ์โครงสร้างอาคารเหล็กสำเร็จรูป ในนาม PEB เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าที่ต้องการก่อสร้างโรงงานโดยใช้ผลิตภัณฑ์ของบลูสโคปอย่างครบวงจร ชูจุดขายของเหล็กเคลือบสีที่มีความทนทาน น้ำหนักเบาในการขนส่ง ไร้รอยต่อจึงไม่มีปัญหาการรั่วซึม รวมทั้งมีความยืดหยุ่นเหมาะกับการใช้งานหลายรูปแบบหลายดีไซน์ ทั้งหลังคา ผนัง กันสาด โดยจะเร่งให้ความรู้กับกลุ่มเป้าหมาย ทั้งสถาปนิก ผู้รับเหมาให้มีความความเข้าใจในตัวผลิตภัณฑ์ผ่านช่องทางต่างๆ เช่น โฆษณา การจัดสัมมนา การฝึกอบรม โดยคาดหวังจะขึ้นแท่นเป็นวัสดุก่อสร้างระดับพรีเมี่ยมที่ชิงมาร์เก็ตแชร์จากวัสดุก่อสร้างประเภทอื่นๆ ที่ขณะนี้กินรวบตลาดอยู่ และเพื่อเป็นฐานในการก้าวขึ้นไปเจาะถึงลูกค้าที่อยู่อาศัยรายย่อยในอนาคต
ล่าสุด บลูสโคปสตีล เปิดตัว 25 เฉดสีที่พัฒนาขึ้นใหม่จากเดิม 29 เฉดสีของผลิตภัณฑ์เหล็กเคลือบสี 3 ชนิด ได้แก่ เหล็กเคลือบสี Clean COLORBOND เจาะกลุ่มตลาดพรีเมี่ยม เหล็กเคลือบสี Prima เจาะกลุ่มตลาดระดับกลาง และเหล็กเคลือบสี P-ZACS เจาะกลุ่มตลาดระดับล่าง เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่หลากหลาย และรองรับการออกแบบอาคารที่มีความต้องการใช้โทนสีที่แปลกใหม่ได้อย่างครบถ้วน
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|