เซียนฟันธงอสังหาฯปี’50นิ่ง แพ้-ชนะวัดฝีมือบริหารต้นทุน


ผู้จัดการรายสัปดาห์(6 พฤศจิกายน 2549)



กลับสู่หน้าหลัก

แนวโน้มอสังหาฯ ปีหน้าไม่ต่างปีนี้ แลนด์ฯ-พฤกษาฯ แนะดีเวลลอปเปอร์ต้องเร่งปรับเทคโนโลยีก่อสร้างช่วยลดต้นทุน อย่าหวังขึ้นราคาบ้านระดับกลางเพื่อเพิ่มกำไร ชี้สภาพคล่องเหลือมาก ส่งผลปีหน้าสินเชื่อบ้านแข่งดุ ดูดกำลังซื้อกลับมา ศูนย์ข้อมูลฯ เผยไม่น่าห่วงโอเวอร์ซัปพลาย

ช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้เป็นช่วงเวลาที่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ต้องเผชิญกับปัจจัยลบสำคัญที่ส่งผลกระทบทั้งต้นทุนของผู้ประกอบการ รวมทั้งกำลังซื้อของลูกค้าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ สิ่งต่างๆ เหล่านี้คล้ายเป็นบททดสอบที่ท้าทายของดีเวลลอปเปอร์ว่าใครจะปรับตัวเพื่อความอยู่รอดได้ดีกว่ากัน ซึ่งเป็นข่าวดีที่ในช่วงหลังๆ ความรุนแรงของราคาน้ำมัน อัตราดอกเบี้ย และอัตราเงินเฟ้อเริ่มผ่อนคลายลง แต่ทุกอย่างยังเป็นสิ่งที่คาดการณ์ได้ยากอยู่ว่าอนาคตของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในปีหน้าจะเป็นอย่างไร?

อนันต์ อัศวโภคิน ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการ บมจ.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ คาดว่าแนวโน้มอสังหาริมทรัพย์ในปีหน้าจะไม่เติบโตขึ้นมากไปกว่าปีนี้ เห็นได้จากยอดจดทะเบียนบ้านใหม่ที่เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย ส่วนผลประกอบการปีนี้ของดีเวลลอปเปอร์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์พบว่ามีเพียงครึ่งเดียวที่มีผลประกอบการที่ดีขึ้น เนื่องมาจากมีการปรับตัวหันมาพัฒนาคอนโดมิเนียมในระดับราคา 1 ล้านต้นๆ ในแนวรถไฟฟ้า เพื่อตอบสนองความนิยมของตลาด ส่งผลให้บ้านเดี่ยวมียอดขายลดลง ทำให้ภาพสะท้อนในปีนี้ของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ผสมผสานกัน กล่าวคือ เซกเมนต์คอนโดมิเนียมมีอัตราการเติบโตสูงขึ้นสวนทางกับบ้านเดี่ยวที่มีอัตราการเติบโตลดลง

นอกจากนี้ อนันต์ กล่าวว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ หรือ GDP ปีหน้าไม่น่าจะสูงไปกว่าปีนี้ เนื่องจากรายได้ของประชากรไม่เพิ่ม แต่คาดว่าสภาพคล่องที่มีปริมาณมากในระบบสินเชื่อในขณะนี้ ดอกเบี้ยที่มีแนวโน้มลดลง จะดึงกำลังซื้อของลูกค้าให้กลับคืนมา รวมทั้งราคาวัสดุก่อสร้างที่จะไม่ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากมีสินค้าราคาถูกจากจีนเข้ามาตีตลาด ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อผู้ผลิตไทยโดยตรงด้วย

เจ้าตำรับบ้านสร้างเสร็จก่อนขาย ทิ้งท้ายว่า ผู้ชนะที่แท้จริงอยู่ที่ความสามารถในการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ จะต้องมีการปรับตัวในด้านของเทคโนโลยีการก่อสร้างเพื่อลดต้นทุนให้ได้จริง สามารถเพิ่มรอบของการผลิต เพื่อรักษาอัตรารายได้และการเติบโตของกำไรให้ได้เท่าเดิม แต่ทั้งนี้ขอฝาก ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล หัวเรือใหญ่ของทีมเศรษฐกิจให้เข้ามาดูแลธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไม่ให้เกิดปัญหาด้วย

ขณะที่ทองมา วิจิตรพงศ์พันธ์ ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการ บมจ.พฤกษา เรียลเอสเตท คาดว่า แนวโน้มในปีหน้ากลุ่มเป้าหมายซึ่งเป็นผู้มีรายได้ปานกลางจะไม่มีการปรับขึ้นรายได้ ทำให้ดีเวลลอปเปอร์จำเป็นที่จะต้องปรับกระบวนการผลิตเพื่อลดต้นทุนแทนการขึ้นราคาขายบ้าน เนื่องจากกลุ่มลูกค้าที่มีรายได้ปานกลางจะมีความอ่อนไหวในเรื่องราคาเป็นอย่างมาก โดย พฤกษาฯ พยายามปรับกระบวนการผลิตให้รวดเร็วเพื่อส่งมอบบ้านให้ได้มากขึ้น มีการดึงสินค้าวัสดุก่อสร้างหลายรายเป็นพันธมิตร เพื่อส่งสินค้าอย่างต่อเนื่อง สามารถเจรจาขอส่วนลดราคาและเครดิตได้

ด้านกิตติ พัฒน์พงศ์พิบูล ประธานสมาคมสินเชื่อที่อยู่อาศัย กล่าวว่า จากปีนี้ที่ธนาคารมีความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อมากขึ้นจนทำให้มีสภาพคล่องเหลือในระบบมาก ประกอบกับในปีหน้าอัตราดอกเบี้ยที่คาดว่าจะลดลง 1% ทำให้สถาบันการเงินจะมีแข่งขันกันขยายสินเชื่อ น่าจะช่วยกระตุ้นให้กำลังซื้อบ้านให้กลับคืนมาอีกครั้ง แต่ทั้งนี้ต้องจับตาตัวเลขอัตราเงินเฟ้อว่าจะรักษาระดับอยู่ที่ 2-3% ได้หรือไม่ หากทำได้ถือว่าไทยมีเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ

สัมมา คีตสิน รักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ กล่าวว่า จำนวนบ้านจดทะเบียนใน กทม.และปริมณฑลเมื่อ 8 เดือนที่ผ่านมามีประมาณ 50,000 ยูนิต เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้วเล็กน้อย คาดว่าเมื่อถึงสิ้นปีจะมีจำนวน 74,000-75,000 ยูนิต คิดเป็นอัตราการเติบโต 4-5% หากยังไม่ถึง 80,000 หน่วย ถือว่ายังไม่น่าเป็นห่วงเรื่องบ้านเหลือขายเหมือนในช่วงเกิดวิกฤติเศรษฐกิจ


กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.