|

กรุงศรีฯตีปีกจีอีซื้อหุ้น
ผู้จัดการรายวัน(1 พฤศจิกายน 2549)
กลับสู่หน้าหลัก
แบงก์กรุงศรีฯ ตีปีกหลังจีอียืนยันซื้อหุ้นเพิ่มทุน เตรียมร่วมจัดทำแผนปีหน้า วาดแผนธุรกิจรายย่อยจะชัดเจนและโดดเด่นขึ้น ขณะที่คาดแนวโน้มดอกเบี้ยไม่แข่งดุ เหตุแบงก์สภาพคล่องแบงก์ใหญ่ยังเหลือและดอกเบี้ยนโยบายเริ่มทรงตัว
นางชาลอต โทณวณิก ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)(BAY) เปิดเผยว่า ทาง GE Capital International Holdings Corporation(GECIH) ได้ยืนยันการเข้าจองซื้อหุ้นเพิ่มทุนของธนาคารจำนวน 1,391,000,000 หุ้นภายในวันที่ 10 มกราคม 2550 และ GECIH ยังได้นำหนังสือค้ำประกันของ GE CapitalCorporation บริษัทแม่ของ GECIH ซึ่งได้ออกให้ธนาคารเพื่อค้ำประกันการเข้าซื้อหุ้นเพิ่มทุนดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าทางจีอีฯจะทำการซื้อหุ้นเพิ่มทุนของธนาคารแล้วก็ตาม แต่ขณะนี้จีอีฯยังไม่สามารถชำระเงินค่าหุ้นเพิ่มทุนได้ทันที เนื่องจากสัดส่วนหุ้นจะเกินกำหนดที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กำหนด จึงต้องรอให้มีการแปลงสภาพใบสำคัญแสดงสิทธิ์การซื้อหุ้น (วอร์แรนต์) ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 30 ธันวาคม 2549 เพราะจะทำให้มีหุ้นสามัญเพิ่มขึ้น และหลังจากนั้น จีอีสามารถชำระเงินได้จนถึงวันที่ 10 มกราคม 2550
นางชาลอตกล่าวว่า หลังจากที่ทางจีอีเข้ามาจะทำให้แนวทางในการดำเนินธุรกิจรายย่อยของธนาคารมีความชัดเจนขึ้น และหลังจากนี้ 2 เดือนจะเป็นการทำแผนดำเนินงานปีหน้าร่วมกันระหว่างธนาคารกับจีอี ซึ่งทางธนาคารจะเป็นฝ่ายทำแผนเอง และจีอีจะเพิ่มเรื่องการกำหนดเป้าหมายเข้ามา โดยธนาคารจะนำมาปรับเปลี่ยนงบประมาณให้เข้ากับเป้าหมาย
“ธุรกิจสินเชื่อรายย่อยของธนาคารในปีหน้าจะมีความโดดเด่นมากขึ้น มีการปรับเปลี่ยนภาพธุรกิจให้ชัดเจนขึ้น หลังจากที่กลุ่ม GE เข้ามาตกลงซื้อหุ้น ส่วนธุรกิจลูกค้ารายใหญ่ของธนาคารก็ยังเติบโตได้อย่างต่อเนื่องเช่นกัน”นางชาลอตกล่าว
เชื่อปีหน้าการแข่งขันดอกเบี้ยลดลง
สำหรับการแข่งขันอัตราดอกเบี้ยของธนาคารในปีหน้านั้น น่าจะลดลงเมื่อเทียบกับปีนี้ ซึ่งเป็นไปตามแนวโน้มของอัตราดอกเบี้ยนโยบายของทางการที่เริ่มทรงตัวและมีแนวโน้มจะปรับลดลงในปีหน้า ขณะเดียวกันสภาพคล่องของธนาคารพาณิชย์ที่อยู่ในระดับที่สูงจะทำให้การระดมเงินฝากของธนาคารขนาดใหญ่ลดลง
“ปัจจัยหลักที่จะทำให้การแข่งขันระดมเงินฝากลดลง ก็คือสภาพคล่องในระบบที่ยังอยู่ในระดับที่สูง รวมถึงแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่เริ่มทรงตัว ดังนั้น จึงคาดว่าการแข่งขันดอกเบี้ยในครึ่งแรกของปีหน้าจึงไม่น่ารุนแรง”นางชาลอต กล่าว
ส่วนแนวโน้มเศรษฐกิจในปี 2550 น่าจะเติบโตดีขึ้นเมื่อเทียบกับปี 2549 เนื่องจากในปี 2549 มีปัจจัยลบจากเรื่องราคาน้ำมันที่ปรับเพิ่มขึ้น อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น แต่ปัจจัยต่างๆในปี 2549 เริ่มที่จะดีขึ้นทำให้แรงกดดันต่อการเติบโตของเศรษฐกิจลดลง ดังนั้นเศรษฐกิจไทยในปีหน้าจึงน่าจะเติบโตได้ดีขึ้นกว่าปีนี้
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|