กลยุทธ์ดูโอแบรนด์เส้นทางผู้นำ "ซีเกท"


ผู้จัดการรายสัปดาห์(30 ตุลาคม 2549)



กลับสู่หน้าหลัก

ซีเกทเดินตามรอยบริษัทรถยนต์ ชูกลยุทธ์ระยะยาว "ดูโอ แบรนด์" ยกระดับแบรนด์ "ซีเกท" ขึ้นเป็นพรีเมียมแบรนด์ ราคาสูง คุณภาพสูง ไฮเทคโนโลยี ส่วนแบรนด์ "แมกซ์ตอร์" ชูเป็นแบรนด์ไฟติ้ง จูงใจด้วยราคา เทคโนโลยีทั่วไป รับประกันน้อยกว่า ฟีเจอร์ที่แตกต่าง ตอกย้ำคุณภาพสองแบรนด์ผลิตจากโรงงานเดียวกันทุกกระเบียดนิ้ว

แฟชั่นการควบรวมกิจการเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับบริษัทที่เข้าซื้อกิจการไม่ได้มีอยู่เฉพาะในบริษัทไอทีขนาดใหญ่ๆ ตลาดฮาร์ดดิสก์ก็ได้รับอานิสงส์ดังกล่าวด้วยเช่นกัน เมื่อ ซีเกท หนึ่งในบริษัทผู้ผลิตฮาร์ดดิสก์รายสำคัญของโลกตกลงใจเข้าซื้อกิจการแมกซ์ตอร์ ผู้ผลิตฮาร์ดดิสก์ที่อยู่ในอุตสาหกรรมเดียวกันเมื่อต้นปีที่ผ่านมา จึงทำให้เกิดความสงสัยขึ้นมาว่า หลังจากซีเกทเข้าซื้อกิจการดังกล่าวแล้ว แมกซ์ตอร์จะเป็นอย่างไร

เควิน ลี กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายการตลาดและช่องทางการจัดจำหน่ายภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก บริษัท ซีเกท เทคโนโลยี จำกัด กล่าวให้ฟังถึงอนาคตของแบรนด์แมกซ์ตอร์ในตลาดว่า ภายหลังจากที่ซีเกทซื้อกิจการแมกซ์ตอร์แล้ว ทางซีเกทได้มีการกำหนดกลยุทธ์ในการทำตลาดฮาร์ดดิสก์ว่า จะยังคงการทำตลาด 2 แบรนด์ต่อไป

"เราจะใช้กลยุทธ์ทำตลาดแบบดูโอแบรนด์ โดยซีเกทจะเป็นพรีเมี่ยมแบรนด์ที่เน้นในเรื่องเทคโนโลยี คุณภาพการให้บริการ มีขนาดตั้งแต่ 40-750 กิกะไบต์ ขณะที่แมกซ์ตอร์จะจับกลุ่มที่ต่ำกว่าซีเกท ราคาขึ้นอยู่กับปริมาณการสั่งซื้อมีขนาดตั้งแต่ 40-320 กิกะไบต์ เป็นฮาร์ดไดรฟ์ที่ค่อนข้างนิ่ง ไม่ต้องการซัปพอร์ตหรือการให้บริการที่ซับซ้อน

"ดูโอแบรนด์นี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ มีคนเคยทำมาแล้วอย่างแบรนด์ โตโยต้า กับ เลกซัส โดยที่แบรนด์เลกซัสเหมือนซีเกทที่จับตลาดสูงกว่า ในขณะที่โตโยต้าก็เหมือนแมกซ์ตอร์ที่จับกลุ่มระดับรองลงมา"

ลีอธิบายต่ออีกว่า โมเดลการขายสินค้าลงในตลาดผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ ราคาของซีเกทจะเป็นแบบแฟลตเลต ไม่ว่าจะซื้อจำนวนเท่าไรราคาก็จะเหมือนกันหมด แต่ราคาของแมกซ์ตอร์จะลดหลั่นลงไปหากผู้ซื้อจำนวนมาก

"จุดต่างน่าจะเป็นเรื่องของการรับประกันที่ไม่เท่ากัน ซีเกท รับประกัน 5 ปี แมกซ์ตอร์ รับประกัน 3 ปี แต่เทคโนโลยีที่ใช้ในการผลิต ตลอดจนโรงงานต่างใช้มาตรฐานเดียวกัน"

ลี ยังบอกอีกว่า ส่วนกลยุทธ์การตลาดที่จะทำไปยังตลาดคอนซูเมอร์นั้น ยังไม่มีรายละเอียดในเวลานี้ น่าจะมีกิจกรรมส่งเสริมการตลาดของแต่ละแบรนด์แยกจากกัน แมกซ์ตอร์มีตลาดของเค้าอยู่ อย่างในสหรัฐอเมริกา แบรนด์แมกซ์ตอร์ถือว่าแข็งแรงมาก

"จะเห็นฮาร์ดดิสก์สำหรับตลาดคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะที่ใช้แบรนด์แมกซ์ตอร์ในชื่อ ไดมอนด์แมกซ์ออกสู่ตลาดต่อ ส่วนตลาดโมบายฮาร์ดดิสก์จะใช้ชื่อว่า โมบายแมกซ์"

เมื่อถามถึงช่วงเวลาของการดำเนินกลยุทธ์ดูโอแบรนด์ในครั้งนี้ของซีเกทว่า จะสิ้นสุดลงเมื่อใด ลี ยืนยันว่า กลยุทธ์ดังกล่าวเป็นกลยุทธ์ในระยะยาว โดยที่ทางซีเกทไม่มีแผนที่จะยุบรวมให้เหลือแบรนด์เดียวกัน

สิ่งที่เห็นผลชัดเจนจากการที่ซีเกทยังคงแบรนด์แมกซ์ตอร์ไว้ในตลาดต่อในครั้งนี้ น่าจะหนีไม่พ้นเรื่องของส่วนแบ่งทางการตลาดที่เพิ่มขึ้น โดยมีทางเลือกให้ผู้บริโภคที่ต้องการใช้สินค้าราคาถูก ไม่เน้นคุณภาพ จะได้ไม่หลุดมือจากซีเกทไปเมื่อมีแบรนด์แมกซ์ตอร์ ทำให้ซีเกทสามารถมีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกเซกเมนต์มากยิ่งขึ้น

ทางซีเกทได้ประเมินขนาดตลาดฮาร์ดดิสก์ในช่วงเดือนเมษายนถึงมิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งตรงกับไตรมาสที่ 4 ปี 2549 ของซีเกทว่า ตลาดรวมฮาร์ดดิสก์ที่ใช้ในงานในคอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะมีทั้งสิ้น 53.3 ล้านยูนิต โดยทางซีเกทมีส่วนแบ่งตลาดประมาณ 31%

ขณะที่ในตลาดคอนซูเมอร์อิเล็กทรอนิกส์ ที่เวลานี้มีความต้องการฮาร์ดดิสก์ที่ใช้ในกล้องวิดีโอรุ่นใหม่มีสูงถึง 19 ล้านยูนิต ซึ่งซีเกทมีส่วนแบ่งทางการตลาดอยู่ 21% ถ้าเห็นในตลาดโน้ตบุ๊กคอมพิวเตอร์ที่มีประมาณ 21 ล้านยูนิต ซีเกทมีส่วนแบ่งตลาดเพียง 16% เป็นรองฟูจิตสึที่เป็นผู้นำตลาด 24%

"ตัวเลขนี้จะเปลี่ยนไปเมื่อรวมผลประกอบของแมกซ์ตอร์"

ลียังบอกอีกว่า กลยุทธ์ดูโอแบรนด์นั้นน่าจะช่วยให้ซีเกทมีความยืดหยุ่นมากขึ้นในการเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตรงตามความต้องการผู้บริโภค ช่วยให้ขยายตลาดได้มากขึ้น ในขณะที่ผู้บริโภคมีทางที่หลากหลาย ตัวแทนจำหน่าย ผู้ผลิตสามารถเลือกสินค้าได้ตามความต้องการ"


กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.