|

ผลพวงพฤติกรรมยุคใหม่เปลี่ยนโฉมพลิกดีไซน์พีซี
ผู้จัดการรายสัปดาห์(30 ตุลาคม 2549)
กลับสู่หน้าหลัก
ตลาดคอมพิวเตอร์ไทยอนาคตยังสดใส ค่ายใหญ่เกาะติดพฤติกรรมผู้ให้ความสำคัญ "ดีไซน์" พัฒนาโปรดักส์ออกเป็นตัวเลือก ล่าสุด "เอเซอร์" ส่ง "แมกซ์ มินิ" ประกบพีซีคู่แข่ง "เอชพี" ที่ออก "สลิมไลน์ เอส ซีรีส์" ออกมาก่อนหน้านี้
"เวลานี้พฤติกรรมการใช้งานของผู้ใช้คอมพิวเตอร์ในบ้านเราได้เปลี่ยนไป หลายคนมีแนวโน้มเลือกใช้โน้ตบุ๊กคอมพิวเตอร์มากขึ้นสำหรับการใช้งานคอมพิวเตอร์ในด้านพื้นฐาน และเลือกใช้งานคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะในงานที่ต้องการประสิทธิภาพสูง เช่น กราฟิก เล่นเกม หรือเพื่อด้านความบันเทิง" นิธิพัทธ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายการตลาด บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ จำกัดเริ่มต้นอธิบายปรากฎการณ์พฤติกรรมการเลือกซื้อหาคอมพิวเตอร์มาใช้งานของผู้บริโภคให้ฟัง
ทางเอเซอร์จึงได้ทำการศึกษาถึงพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปดังกล่าวว่า ปัจจัยอะไรที่ทำให้เกิดพฤติกรรมดังกล่าวเพื่อนำมาพัฒนาคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะให้ตรงเหมาะสมกับพฤติกรรมการใช้งานที่เปลี่ยนไป ซึ่งทางเอเซอร์พบว่า เรื่องของดีไซน์การออกแบบที่ทำให้คอมพิวเตอร์ดูทันสมัยเป็นเรื่องหนึ่งที่ผู้บริโภคให้ความสนใจ
"ความต้องการในการใช้คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะในปัจจุบัน มุ่งไปที่เรื่องของเครื่องที่มีสมรรถะในการทำงานสูง มีขนาดเล็กกะทัดรัด เหมาะกับสภาพแวดล้อมของสำนักงานที่โมเดิร์นและกระชับ หรือตามบ้านที่อยู่อาศัยจะต้องโดดเด่นเพียงพอที่จะนำขึ้นมาเป็นอุปกรณ์ประดับภายในบ้าน"
เป็นที่มาของแนวคิดใหม่ในการพัฒนาพีซีตั้งโต๊ะของเอเซอร์ภายใต้แนวคิด "แมกซ์มินิ" ที่จะต้องมีเรื่องของประสิทธิภาพและฟังก์ชั่นการใช้งานที่หลากหลาย ไม่ว่าจะใช้ทำงานก็ดี เพื่อความบันเทิงก็ดี คุ้มค่าการลงทุน สามารถควบคุมค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษา ประหยัดพลังงาน ประหยัดพื้นที่จัดวางและการตกแต่ง
"แมกซ์ มินิจะมีขนาดเล็กกว่าคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลทั่วไปประมาณ 10 เท่า โดยมีปริมาณภายในเพียง 3 ลิตรเท่านั้น ขนาดที่พีซีตั้งโต๊ะเดิมมีขนาดใหญ่ตั้งแต่ 20 ลิตรไปจนถึง 30 ลิตร แถมยังมีระดับเสียงในการทำงานเพียง 26 เดซิเบลซึ่งถือว่าเงียบมากในคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะด้วยกัน"
ด้วยคอนเซปต์เหล่านี้ ทางเอเซอร์เชื่อมั่นว่า จะสามารถตอบโจทย์ความต้องการและไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคในปัจจุบันได้อย่างลงตัว ถึงแม้ว่า เอเซอร์จะออกตัวพีซีคอนเซปต์ใหม่นี้ช้าว่า คู่แข่งตลอดกาลอย่างเอชพีที่มีผลิตภัณฑ์ในทำนองนี้เหมือนกันแต่กันรายละเอียดของดีไซน์เท่านั้น
นิธิพัทธ์ยังบอกอีกว่า ที่ผ่านมาตลาดของคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะนั้นดูเหมือนซบเซาลงไป ขณะที่ตลาดโน้ตบุ๊กมาแรงมาก แต่อย่างไรก็ตามตลาดคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะก็ยังมีตลาดของตัวเองอยู่ ตลาดใหญ่ยังไงก็ยังคงเป็นตลาดคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะอยู่ดี จากรายงานการวิจัยของไอดีซีได้บ่งบอกว่า ตลาดคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะคอนซูเมอร์ยังมีความต้องการถึง 6 แสนกว่าเครื่อง เมื่อรวมกับคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะที่เป็นคอมเมอร์เชียลด้วยแล้วจะเห็นว่า มีตลาดรวมประมาณ 1 ล้านเครื่องเลยที่เดียว
ความตื่นตัวของผู้ใช้ในตลาดโน้ตบุ๊กคอมพิวเตอร์ทำให้ผู้ผลิตคอมพิวเตอร์จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องพัฒนาคอนเซปต์ใหม่ๆ มากระตุ้นตลาดคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะให้เติบโตตอย่างต่อเนื่อง
ตลาดคอมพิวเตอร์ที่มีดีไซน์ในช่วงนี้ยังคงเป็นแค่เซกเมนต์หนึ่งในตลาดเท่านั้น ยังอยู่ในระยะเริ่มต้นของตลาด ซึ่งอนาคตจะเห็นผู้ผลิตคอมพิวเตอร์พัฒนาคอมพิวเตอร์ที่มีดีไซน์ออกมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจจะเป็นเหมือนสินค้าเอวีทั่วไปในอนาคต
"เรื่องนี้ ได้มีความพยายามทำมาก่อนหน้าดีบ้างแล้ว แต่ไม่ประสบความสำเร็จเท่าไรนัก ติดเรื่องของเทคโนโลยีที่ในเวลานั้นไม่เอื้ออำนวย ราคาที่ยังสูงอยู่ แต่วันนี้เทคโนโลยีได้พัฒนาไปมาก ต่อไปจะเห็นพีซีตั้งโต๊ะทำงานทุกอย่างภายในบ้าน ผู้ซื้อไม่ต้องมีความรู้มากนัก แนวโน้มกำลังไปทางด้านนั้น"
บุญชัย ดำรงวงศ์สกุล ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายผลิตภัณฑ์คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ จำกัด กล่าวถึงผลิตภัณฑ์ที่จะใช้ทำตลาดให้ฟังว่า แมกซ์ มินิที่เอเซอร์นำเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยในเระยะแรกจะมีด้วยกัน 4 รุ่นคือ แบ่งเป็น Veriton 1000 และ Power 2000 ที่ใช้เจาะกลุ่มตลาดลูกค้าองค์กรและธุรกิจขนาดเล็กและกลาง โดยมีคุณสมบัติเด่นคือ ตัวเครื่องเล็กกะทัดรัด เต็มเปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพสูง พร้อมด้วยเทคโนโลยีอินเทล VPro รวมทั้งรองรับซีพียู คอร์ 2 ดูโอ ส่วน Aspire L310 และ Aspire L350 มุ่งเจาะกลุ่มตลาดโฮมยูส ได้พกพาประสิทธิภาพการทำงานด้านกราฟิกดีเยี่ยม จัดเก็บข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว รวมไปถึงการสร้างสรรค์ความสามารถเกี่ยวกับสื่อมัลติมีเดีย พร้อมทั้งยังประกอบด้วยเทคโนโลยีอินเทล Viiv ทำให้ผู้บริโภคได้สัมผัสประสบการณ์ด้านโฮม เอนเตอร์เทนเมนทต์อย่างสมบูรณ์แบบ
ส่วนเป้าหมายทางการตลาดสำหรับแมกซ์ มินินี้ นิธิพัทธ์บอกว่า เอเซอร์นำเข้ามาเพื่อหวังกระตุ้นยอดขายไตรมาสสุดท้ายเพื่อรักษาส่วนแบ่งตลาดที่ 25% จากตลาดรวมเพื่อก้าวขึ้นเป็นอันดับ 1 ในตลาดในสิ้นปีนี้ให้ได้ โดยเวลานี้ตลาดคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ เอเซอร์เป็นที่สองห่างจากผู้นำเพียงแค่ 1% เท่านั้น
"ปัจจุบัน เอเซอร์มียอดขายคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะโดยรวมอยู่ที่ประมาณ 12,000 เครื่องต่อเดือนแต่สำหรับแมกซ์ มินิคาดว่าน่าจะมีสัดส่วนประมาณ 25% ของยอดขายที่เกิดขึ้น เราค่อนข้างมั่นใจว่า เอเซอร์น่าจะก้าวเป็นที่หนึ่งทั้งตลาดคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะและโน้ตบุ๊กคอมพิวเตอร์ในประเทศไทยอย่างแน่นอน"
สำหรับสภาพตลาดคอมพิวเตอร์รวมของประเทศไทยนั้น นิธิพัทธ์มองว่า ปีนี้น่าจะยังโตตามเป้าหมาย 12-15% จากปีที่ผ่านมา และมียอดขายเครื่อง 1.5 ล้านเครื่อง แบ่งเป็นตลาดเดสก์ท็อป 1 ล้านเครื่อง ที่เหลือเป็นโน้ตบุ๊ก ซึ่งเอเซอร์มีการเติบโตของเดสก์ท็อปตามเป้าหมายจากลูกค้าทั่วไป ขณะที่ยอดขายโน้ตบุ๊กโตกว่า 50% จากปีที่ผ่านมา และคาดการณ์เดิมที่ตั้งเป้าโตกว่า 30% เท่านั้น
ก่อนหน้านี้ เอชพีได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์พีซีรุ่นใหม่ล่าสุด เอชพี พาวิลเลียน สลิมไลน์ เอส ซีรีส์ ซึ่งถือเป็นการเปิดเซกแมนต์ใหม่เจาะกลุ่มลูกค้ากลุ่มใหม่ที่เรียกว่า เทรนดี้ ไลฟ์สไตล์ ด้วยการเน้นเรื่องของดีไซน์ และขนาดกะทัดรัด ประหยัดพื้นที่ ที่ตอบสนองการใช้งานได้หลายรูปแบบมาเติมช่องว่างทางการตลาดในเซกเมนต์นี้เพิ่มขึ้น และนับเป็นการตอกย้ำผู้นำตลาดของเอชพี ที่ต้องพยายามหนีคู่แข่งขัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง "เอเซอร์" ที่พยายามทุกอย่างเพื่อโค่นบัลลังค์ของ "เอชพี"ให้ได้
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|