|

กองทุนสนซื้อหุ้นSHIN
ผู้จัดการรายวัน(19 ตุลาคม 2549)
กลับสู่หน้าหลัก
กองทุนไทยสนใจหุ้นชินคอร์ป แต่ต้องรอดูราคาเสนอขาย "มาริษ" ระบุหากเทมาเส็กยังต้องการลงทุนในชินคอร์ป ต้องขายหุ้นให้นักลงทุนไทยถึงจะไม่ติดปัญหาเรื่องการถือหุ้นของต่างด้าว ระบุธุรกิจมือถือไม่อยู่ในช่วงที่เติบโตโดดเด่นเท่าอดีต ประกอบกับยังต้องมีการลงทุนเกี่ยวกับ 3G อีกมาก คาดหากเดือนม.ค.ปีหน้าสามารถเบิกจ่ายงบประมาณได้กระตุ้น GDP โตเพิ่ม 0.50% โบรกฯระบุยังประเมินราคา SHIN ไม่ได้
นายมาริษ ท่าราบ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไอเอ็นจี (ประเทศไทย) จำกัด ในฐานะนายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน(บลจ.) กล่าวว่า จากแถลงการณ์ของกลุ่มเทมาเส็ก โฮลดิ้ง จำกัด เกี่ยวกับนโยบายการลงทุนในบริษัทชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือSHIN ที่ยังต้องการคงสัดส่วนการถือครองหุ้นในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ ซึ่งหากพิจารณาตามพระราชบัญญัติประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการถือครองหุ้นของนักลงทุนต่างชาติ ทำให้นักลงทุนที่จะเข้ามาซื้อหุ้นจากการลดสัดส่วนการถือครองของเทมาเส็กจะต้องเป็นกลุ่มนักลงทุนไทย เพื่อให้สัดส่วนการถือหุ้นเป็นไปตามสัดส่วนที่ถูกต้อง
ทั้งนี้ในแง่ของการลงทุนคงขึ้นอยู่กับปัจจัยหลักในเรื่องราคาที่จะเสนอขาย โดยการกำหนดราคาจะต้องมีการพิจารณาถึงสัดส่วนและตอบแทนที่บริษัทชิน คอร์ปอเรชั่นถือครองอยู่ในบริษัทลูกประกอบด้วย อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาทางด้านธุรกิจ ปัจจุบันธุรกิจโทรศัพท์มือถือ ถือว่าไม่ได้มีการเติบโตโดดเด่นเท่าอดีตที่ผ่านมาเนื่องจากการแข่งขันในธุรกิจสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับหากจะพิจารณาในเรื่องการลงทุนของผู้ประกอบการเกี่ยวกับเครือข่าว 3G ถือว่าการลงทุนในเรื่องดังกล่าวยังต้องใช้เงินลงทุนในธุรกิจอีกค่อนข้างมาก
"การกำหนดราคาเป็นสิ่งที่จะบอกได้ถึงความน่าสนใจ เราในฐานะกองทุนไม่ปิดกั้นในการเข้าไปลงทุนในบริษัทที่มีผลการดำเนินการที่ดีรวมถึงบริษัทที่สามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีได้ในอนาคต"นายมาริษกล่าว
นายมาริษ กล่าวอีกว่า เรื่องช่องว่างระหว่างพระราชบัญญัติประกอบธุรกิจของนักลงทุนต่างด้าว ที่ระบุถึงสัดส่วนการถือครองหุ้นของนักลงทุนต่างชาติในธุรกิจต่างๆ กับพระราชบัญญัติกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (พ.ร.บ.หลักทรัพย์) เกี่ยวกับการทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมด (เทนเดอร์ออฟเฟอร์) หลังการถือครองหุ้นเกินกว่า 25% ของจดทะเบียน เนื่องจากการทำเทนเอร์ออฟเฟอร์ซื้อหุ้นทั้งหมดอาจจะทำให้สัดส่วนการถือครองหุ้นของนักลงทุนที่สนใจจะเข้าไปลงทุนในบริษัทจดทะเบียนใดบริษัทหนึ่งมีสัดส่วนการถือครองหุ้นเกินกว่าสัดส่วนที่ต้องการ
ทั้งนี้ ในเรื่องดังกล่าวแม้ว่าจะยังคงมีช่องว่างของการเข้ามาลงทุน แต่ในเรื่องนี้นักลงทุนที่จะเข้ามาลงทุนต้องทำความเข้าใจกับพระราชบัญญัติทั้ง 2 ฉบับให้ชัดเจนเพื่อหาทางออกในเรื่องดังกล่าว
นายกสมาคมบลจ. กล่าวอีกว่าภาพรวมของเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันภายหลังสถานการณ์ทางการเมืองเริ่มมีความชัดเจนมากขึ้น สิ่งที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องเร่งดำเนินการคือการเร่งสร้างความเชื่อมั่นและความมั่นใจในเศรษฐกิจไทยให้นักลงทุนเอกชนในประเทศมากขึ้น ก่อนที่จะสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนต่างชาติต่อไป
ทั้งนี้ สิ่งที่น่าจะกระตุ้นความเชื่อมั่นใจของเศรษฐกิจได้คืออัตราการเติบโตของ GDP คือ การพิจารณางบประมาณรายจ่ายปี 50 ซึ่งหากสามารถเบิกจ่ายได้ทันเดือนมกราคมปีหน้าน่าจะส่งผลต่อการเติบโตของ GDP ประเทศให้เติบโตขึ้นได้ประมาณ 0.50% เนื่องจากจะมีรายจ่ายจากภาครัฐออกมาค่อนข้างมากซึ่งถือว่าเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญ
"ช่วงที่เรายังไม่มีรัฐบาลการเติบโตของเศรษฐกิจก็ยังสามารถเติบโตได้ถึง 4% หากเราเร่งสร้างความเชื่อมั่นให้ภาคเอกชนการความพร้อมที่จะลงทุนก็จะกลับมา เพราะหากเอกชนมีการลงทุนเพื่อสร้างอะไรก็ตามกว่าสิ่งที่ดำเนินการจะย้อนกลับเข้ามาเศรษฐกิจก็ต้องใช้เวลาประมาณ 3-4 เดือน"นายมาริษกล่าว
การลงทุนในตลาดหุ้นของกองทุนบริษัทที่ผ่านมาผลตอบแทนในช่วงที่เกิดปัญหาทางด้านการเมือง ผลตอบแทนที่ได้รับยังถือว่าสูงกว่าผลตอบแทนของตลาดหลักทรัพย์ โดยในช่วงระยะสั้นหุ้นในกลุ่มสถาบันการเงิน ท่องเที่ยว และวัสดุก่อสร้างถือว่าเป็นกลุ่มที่น่าลงทุนมากที่สุด เนื่องจากได้รับประโยชน์จากการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยการเดินหน้าสานต่องานโครงสร้างพื้นฐาน
นางวิวรรณ ธาราหิรัญโชติ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด กล่าวว่า บลจ.วรรณ มีความสนใจเข้าไปซื้อหุ้น SHIN แต่การตัดสินในเรื่องดังกล่าวคงต้องขึ้นอยู่กับการพิจารณาของคณะกรรมการของบริษัทด้วย
**KBANKเมินลงทุนหุ้นชิน
นายบัณฑูร ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือKBANK กล่าวถึง กรณีเทมาเส็กที่เข้ามาถือหุ้นบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่นว่า จะเป็นกรณีศึกษาสำหรับการลงทุนกับต่างประเทศที่จะต้องพิจารณาว่าควรจะมีการลงทุนแบบไหน ซึ่งเชื่อว่ากรณีอย่างเทมาเส็กจะไม่สิ่งที่นักลงทุนต่างประเทศทุกคนจะทำได้ เพราะเป็นการลงทุนก้อนใหญ่ ซึ่งส่วนใหญ่นักลงทุนต่างประเทศจะมีการลงทุนเป็นระยะสั้นและเป็นการลงทุนผ่านกองทุน ซึ่งแตกต่างจากการลงทุนของเทมาเส็ก อย่างไรก็ตามคงต้องติดตามว่าจะมีข้อสรุปอย่างไร เพราะขณะนี้ยังไม่ถือว่าจบ
"การลงทุนของเทมาเส็กต่อไปจะเป็นกรณีศึกษาที่ทุนต่างชาติจะต้องนำไปคิด แต่ไม่ใช่ทุกคนจะลงทุนแบบที่เทมาเส็กมาลงทุนได้" นายบัณฑูร กล่าว
ส่วนกระแสข่าวลือว่าธนาคารได้รับการติดต่อให้เข้าไปลงทุนในหุ้นบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่นนั้น นายบัณฑูรกล่าวว่า ธนาคารมีนโยบายไม่ลงทุนในหุ้น เพราะฉะนั้นการลงทุนใน SHIN จึงไม่ใช่นโยบายของธนาคาร
**ราคาSHINยังประเมินไม่ได้
นางสาวศรยา ณ สงขลา นักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กิมเอ็ง (ประเทศไทย )จำกัด (มหาชน)หรือ KEST กล่าวว่า บริษัทแนะนำขายหุ้นSHIN เนื่องจากราคาหุ้นในขณะนี้ได้มีการปรับตัวสูงขึ้นจากราคาเหมาะสมที่บริษัทประเมินไว้ที่ 34.10 บาท ซึ่งหากนักลงทุนที่จะเข้ามาเก็งกำไรจากกระแสข่าวที่ออกมาแต่ควรระมัดระวังการลงทุน เนื่องจากราคาในปัจจุบันเต็มมูลค่าแล้ว ส่วนแนวโน้มราคาหุ้น SHIN นั้นยังไม่สามารถประเมินได้เพราะต้องรอความชัดเจนในเรื่องการเสนอขายหุ้นของ เทมาเส็กจะดำเนินการด้วยวิธีใด
นางสาวธริศา ชัยสุนทรโยธิน ผู้อำนวยการอาวุโส บริษัทหลักทรัพย์ นครหลวงไทย จำกัด กล่าวว่าการที่ราคาหุ้น SHIN ปรับตัวเพิ่มขึ้นนั้นถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่น่าแปลกใจ เพราะมีความชัดเจนมากขึ้นจากการที่เทมาเส็กจะมีการลดสัดส่วนในการถือหุ้นลง ซึ่งขณะนี้ก็มีผู้ออกมาแสดงความจำนงที่จะมีการซื้อหุ้นหลายราย โดยส่วนตัวเชื่อว่าราคาที่จะเสนอขายออกมานั้นจะสูงกว่าราคาในกระดานในปัจจุบัน เพราะหากขายในราคาที่ต่ำกว่าในกระดานกลุ่มเทมาเสกอาจจะไม่ขายซึ่งขณะนี้ก็มีผลขาดทุนมากพอแล้ว
ทั้งนี้ ราคาเสนอขายคาดว่าจะไม่เท่ากับราคาที่เทมาเสกเสนอซื้อที่ 49.25 บาทต่อหุ้น เนื่องจากผลการดำเนินงานของบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC ซึ่งเป็นผู้สร้างรายได้หลักของบริษัทชิน คอร์ปอเรชั่นมีแนวโน้มรายได้ที่ปรับตัวลดลงจากการแข่งขันที่สูงและจำนวนผู้ใช้บริการลดลง
นายภูวดล ลาภอุดมสุข ผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ เอเชีย พลัส จำกัดกล่าวว่า โดยส่วนตัวเชื่อว่ากลุ่มที่จะเข้ามาซื้อหุ้นต่อจากเทมาเส็กน่าจะเป็นกลุ่มที่มีความผู้ที่มีความสัมพันธ์ที่ดีกับเทมาเส็ก เพราะจะสามารถที่จะดูและในเรื่องนโยบายการดำเนินงานได้
ซึ่งราคาเสนอขายคาดว่าจะไม่น่าต่ำกว่าราคาเทรนเดอร์มากนัก
สำหรับนักลงทุนที่มีหุ้นSHIN อยู่บริษัทแนะนำให้ถือต่อไป แต่หากสนใจที่จะเข้าลงทุน บริษัทแนะให้เข้าไปลงทุนในหุ้นADVANC แทน เนื่องจากขณะนี้ราคาหุ้นต่ำกว่ามูลค่าพื้นฐานที่บริษัทประเมินที่ 95.86 บาทต่อหุ้น
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|