|

อีลิทชงแผนครม.-หวั่นถูกยุบผู้บริหารดิ้นสู้ยกทีมแจงสุวิทย์
ผู้จัดการรายวัน(19 ตุลาคม 2549)
กลับสู่หน้าหลัก
สุวิทย์ ให้โอกาสอีลิทการ์ดทำงานต่อขอใช้เวลาประเมิน 2-3 เดือน ระบุเป็น โครงการที่ดี พร้อมเตรียมยื่นข้อมูลแผนการทำงานของอีลิท เสนอ ครม.พิจารณาก่อนตัดสินยุบ-ไม่ยุบ โครงการ ด้านอีลิทดิ้นสู้ ยกทีมชี้แจง รมว.หวังทำความเข้าใจในการทำงาน ชูแผนงานใหม่เน้นโปร่งใสและมีรายได้เข้าองค์กรถือ 2 ทาง พร้อมเตรียมทยอยส่งคืนทุนต่อ ททท. คุยปัจจุบันสภาพคล่องกว่า 600 ล้านบาท
วานนี้(18 ต.ค.49) ภายหลังการเข้าพบของ บริษัท ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ จำกัด (ทีพีซี) เพื่อชี้แจงแนวทางการทำงาน และสถานการณ์ปัจจุบันของบริษัท ร้อยโท ดร.สุวิทย์ ยอดมณี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า เห็นชอบในหลักการที่จะให้ ทีพีซี เดินหน้าทำงานต่อไป ตามแผนงานใหม่ที่ได้มีการปรับเปลี่ยนแล้ว เพื่อให้โอกาสในการทำงาน พร้อมกับต้องการประเมินผลงานทำงานตามแผนงานใหม่ด้วยว่าจะได้ผลดีอย่างไร ซึ่งกระบวนการทั้งหมดน่าจะใช้เวลา 2-3 เดือน แต่ทั้งนี้ ข้อมูลทั้งหมด ที่ทีพีซีได้นำเสนอในครั้งนี้ จะต้องรายงานให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้รับทราบ พร้อมกับหารือในหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพะกระทรวงการคลัง ว่าทุกฝ่ายเห็นด้วยกับแผนงานใหม่หรือไม่ ถ้าเห็นด้วยโครงการนี้ก็จะสานต่อไป แต่ถ้าไม่เห็นด้วยก็คงต้องยุบทิ้ง
“ต้องยอมรับว่า โครงการอีลิท การ์ด เพิ่มเปิดดำเนินการมาได้ 2-3 ปี มีการปรับเปลี่ยนผู้บริหาร และโครงการหลายครั้ง ล่าสุดเมื่อเดือนเมษายนปีนี้ ได้ตั้งบอร์ดเล็ก ขึ้นมาดูแลการทำงาน เชิงตรวจสอบ เน้นให้มีความโปร่งใส มีระบบการจัดการที่เป็นระเบียบ จึงควรให้เวลาเขาทำงานอีกสักระยะเพื่อประเมินผลก่อนการตัดสินใจ เพราโครงการนี้โดยหลักการแล้วถือเป็นโครงการที่มีประโยชน์ต่อประเทศชาติ”
**แจงโครงสร้างใหม่โปร่งใส-มีรายได้**
ทางด้านนางไพฑูรย์ พงษ์เกษร ประธานคณะกรรมการบริหาร(บอร์ดเล็ก) บริษัท ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด จำกัด(ทีพีซี) ผู้บริหารโครงการ อีลิท การ์ด เปิดเผยว่า เนื้อหาสำคัญที่นำเสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวฯได้ครอบคลุมในหลายประเด็น เช่น ปัญหาอุปสรรค และทิศทางการทำงานจากนี้ต่อไป
โดยในส่วนของปัญหาการทำงาน ปัจจุบัน อีลิท การ์ด ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองของประเทศไทยเป็นอย่างมาก โดยสมาชิกก็ไม่มั่นใจว่าบริษัทจะถูกปิดหรือไม่ ส่วนลูกค้าใหม่ก็ชะลอการตัดสินใจซื้อ ส่งผลให้เดือนกันยายนที่ผ่านมา ทีพีซีไม่มียอดขายเลย จากปกติ ทีพีซีจะมียอดขายสมาชิกได้ประมาณ 50-60 ราย ต่อเดือน
สำหรับแนวทางการทำงานใหม่ นับจากนี้ไป บริษัทจะมีรายได้จาก 2 ทาง คือ รายได้จากการขายสมาชิก และ รายได้จากค่าคอมมิชชั่น ที่จะได้จากคู่ค้าทางธุรกิจ ซึ่งทีพีซีจะทยอยแต่งตั้ง 24 ราย จาก 3 กลุ่ม บริการ คือ สปา 10 แห่ง กอล์ฟ 10 แห่ง แรง โรงพยาบาล 4 แห่ง ซึ่งสมาชิกอีลิทการ์ดจะเข้ามาใช้บริการได้ฟรี ส่วนผู้ติดตาม จะเสียค่าบริการปกติ ซึ่ง ทีพีซีจะได้ค่าคอมมิชชั่นจากลูกค้ากลุ่มนี้
นอกจากนั้นในส่วนของการซื้อแพกเกจ ที่ทีพีซีทำกับคู่ค้าทางธุรกิจนี้ จะเป็นแบบเหมาะจ่าย ซึ่งจะได้ราคาพิเศษ และช่วยประหยัดรายจ่ายให้แก่ทีพีซีได้ถึง 40% จากปัจจุบันนี้ ทีพีซีจะต้องจ่ายเงินซื้อแพกเกจเพื่อบริการแก่สมาชิกประมาณ 40 ล้านบาท ต่อปี
ล่าสุดทีพีซีอยู่ระหว่างการศึกษาข้อกฎหมาย เพื่อทยอยจ่ายคืนทุนให้แก่ ททท. ซึ่งน่าจะเริ่มได้ตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไป ทั้งนี้ ทีพีซี มีทุนจดทะเบียน 1,000 ล้านบาท มี ททท.เป็นผู้ถือหุ้น 100% ซึ่งได้ชำระแล้ว 500 ล้านบาท ซึ่งทีพีซี จะทยอยคืนทุนในส่วนนี้กลับไป โดยจะลดเหลือทุนชำระแล้วเพียง 25% ของทุนจดทะเบียน ปัจจุบัน ทีพีซี มีสมาชิกประมาณ 1,700 ราย ทั่วโลก มีกระแสเงินสดหมุนเวียน ราว 600 ล้านบาท ซึ่งทีพีซีจะนำเงินส่วนนี้ไปแบ่งชำระคืน ททท. และ จ่ายซื้อแพกเกจบริการ ให้แก่สมาชิก
อย่างไรก็ตาม โครงสร้างการทำงานของ ทีพีซี นับจากนี้ไปจะเน้นความโปร่งใส ตรวจสอบได้ ส่วนอัตราค่าสมาชิก มีเพียง 2 แบบเท่านั้น คือ 1. แบบบุคคล ราคา 1 ล้านบาท และแบบคอปอเรท ราคา 2 ล้านบาท ซื้อจะขายให้กับองค์กร โดยบัตร 1 ใบ ใช้บริการได้ 2 คน โดยแพกเกจอื่นๆถูกยกเลิกหมดแล้ว เช่น แฟมิลีแพกเกจ และ 3 แพกเกจที่ออกใหม่ เมื่อปี 2547 คือ อีลิท โมเมนท์ อีลิท ลีฟวิ่ง และ อีลิท คอนเนค
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|