|

เค-แลนด์แนบแน่นทุนสิงคโปร์ลุยบุกตลาดคอนโดฯอิงบีทีเอส
ผู้จัดการรายวัน(18 ตุลาคม 2549)
กลับสู่หน้าหลัก
"เค-แลนด์" เลื่อนเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯไปเป็นปี 51 หลังปัจจัยลบปีนี้เพียบ ฉุดตลาดหุ้นผันผวนมาก แต่มองมุมกลับเป็นผลดี เพราะไม่ต้องเร่งการเติบโตในภาวะที่ตลาดชะลอตัว เผยปีนี้ยอดขายต่ำกว่าเป้า 30% พร้อมดึงทุนสิงค์โปรบุกตลาดคอนโดฯอีก 2-3 โครงการในปี 2550 ทั้งคอนโดฯระดับบน และระดับล่าง 1-2 ล้านบาท ยึดแนวรถไฟฟ้าเป็นหลัก
นายธงชัย คุณากรปรมัตถุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กรุงเทพบ้านและที่ดิน จำกัด หรือ เค แลนด์ ในกลุ่มบริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากการที่สถานการณ์ความอึมครึมในเรื่องการเมือง ภาวะเศรษฐกิจและความไม่นิ่งของตลาดหลักทรัพย์ฯในปีนี้ ทำให้บริษัทต้องตัดสินใจเลื่อนเข้าไประดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยคาดว่าจะเข้าตลาดในช่วงปลายปีหน้าหรือต้นปี 2551 แทน แต่นับว่าเป็นผลดีต่อบริษัท เพราะไม่ต้องเร่งการเติบโตมากนัก
และถึงแม้บริษัทฯจะเลื่อนเข้าตลาดหุ้น แต่แผนงานต่างๆยังคงดำเนินการตามเดิม การเปิดตัวโครงการยังเป็นไปตามปกติ โดยในไตรมาส 3 ปีนี้ จะเปิดตัวโครงการอีก 2-3 โครงการ มูลค่าประมาณกว่า 3,000 ล้านบาท ซึ่งโครงการแรกเป็นทาวน์เฮาส์ภายใต้ชื่อโครงการ เออร์เบิน สาทร เจาะกลุ่มลูกค้าระดับกลาง-บน จำนวน 175 ยูนิต ราคา 4.3 ล้านบาทขึ้นไป บนเนื้อที่ 22 ไร่ มูลค่าโครงการประมาณ 900 ล้านบาท และได้ทำการก่อสร้างไปแล้ว 111 ยูนิต ปัจจุบันมียอดขายแล้ว 40-50 ยูนิต
โครงการเดอะ แกรนด์ พระราม 2 พัฒนาเป็นบ้านเดี่ยว ที่ดินแปลงดังกล่าวมี 600 ไร่ โดยจะแบ่งเฟส การพัฒนา ปัจจุบันพัฒนาไปแล้ว 100 ไร่ และโครงการเดอะ พาร์ค พัฒนาเป็นบ้านเดี่ยว บนเนื้อที่ 80 ไร่ ซึ่งได้มีการพัฒนาไปก่อนหน้านี้แล้วบางส่วน โดยทั้งสองโครงการหลังมีมูลค่าโครงการละประมาณ 1,000 กว่าล้านบาท
"การทำตลาดของบริษัท ยังจะเน้นตลาดพรีเมี่ยมหรือตลาดเฉพาะกลุ่มเหมือนเดิม ราคาสูงกว่า 3 ล้านบาท เนื่องจากผลการสำรวจพบว่า ยังมีช่องว่างทางการตลาดค่อนข้างมาก คือประมาณ 20% ซึ่งตลาดดังกล่าวปัจจุบันมีผู้ประกอบการทำน้อยรายและในอนาคตจะยิ่งลดลงไปอีก เพราะวิ่งไปทำตลาดกลางล่างตามกำลังซื้อของผู้บริโภคกันหมด" นายธงชัยกล่าว
ทั้งนี้ในส่วนของยอดขายในช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้บริษัทมียอดขายรวม 700-800 ล้านบาท ซึ่งถือว่าต่ำกว่าเป้าที่วางไว้ประมาณ 30% แต่ก็ถือว่าไม่มีปัญหาอะไร เพราะปีนี้ปัจจัยลบมีหลายประการทุกคนต่างประสบปัญหาเช่นเดี่ยวกัน
นายธงชัยกล่าวว่า นอกจากนี้ในปี2550 บริษัทมีแผนที่จะเปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมอีก 2-3 โครงการ เน้นทำเลใกล้โครงข่ายรถไฟฟ้าบีทีเอส เจาะตลาดลูกค้าทุกกลุ่มตั้งแต่ระดับบนและกลาง โดยระดับกลางราคา 1-2 ล้านบาทและตลาดระดับบน ซึ่งมากกว่า 3 ล้านบาทขึ้นไป ซึ่งขณะนี้กำลังเจรจาซื้อที่ดินอยู่ โดยจะดำเนินการร่วมกับกลุ่มผู้ร่วมทุนเดิม เฟรเซอร์แอนด์นีฟ จากสิงคโปร
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|