|

ทรีนีตี้ตั้งเป้าดัน“รสา”เข้าซื้อขายปีนี้
ผู้จัดการรายวัน(13 ตุลาคม 2549)
กลับสู่หน้าหลัก
ทรีนีตี้ แอ๊ดไวซอรี่ฯ คาดปีนี้ดันหุ้นไอพีโอเข้าจดทะเบียน1 บริษัท “รสา พร็อพเพอร์ตี้” เสนอขายหุ้น 20 ล้านหุ้น พาร์ 5 บาท ขณะนี้อยู่ระหว่างก.ล.ต.อนุมัติ ด้าน ทีพีที ปิโตรเคมีคอลส์ ได้รับไฟเขียวแล้ว แต่ยังไม่กระจายหุ้น รอปีหน้า เหตุ รอภาวะตลาดเอื้อ-ให้บริษัทปรับตัว
นายพิเศษ เสตเสถียร กรรมการผู้จัดการสายวาณิชธนกิจ บริษัท ทรีนีตี้ แอ๊ดไวซอรี่ 2001 จำกัดในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินบริษัท เปิดเผยว่า ในปีนี้บริษัทคาดว่าจะนำบริษัทเข้าจดทะเบียนได้ 1 บริษัท คือ บริษัทรสา พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาอนุมัติของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ส่วนบริษัท ทีพีที ปิโตรเคมีคอลส์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งขณะนี้สำนักงาน ก.ล.ต.ได้อนุมัติให้มีการขายหุ้นได้แล้วนั้น คาดว่าจะเสนอขายหุ้นในปีหน้าแทน เนื่องจากให้เวลาบริษัทมีการปรับตัว และรอภาวะตลาดหุ้นให้เอื้ออำนวยเสียก่อน
ทั้งนี้บริษัท รสาพร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จะเสนอขายหุ้นต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวน 20 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์)หุ้นละ 5 บาท คิดเป็น 25% ของทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระแล้วหลายครั้งการเพิ่มทุนครั้งนี้ จำนวน 400 ล้านบาท ซึ่งเงินที่ได้จากการระดมทุนในครั้งนี้บริษัทจะนำไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนและใช้ในการพัฒนาโครงการ
สำหรับขณะนี้บริษัทมีโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนาและเปิดขายแล้วจำนวน 4 โครงการ มูลค่าโครงการรวม 2,422.51 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการบ้านเดี่ยว 3 โครงการ คือ โครงการปฐมพร แกรนด์โฮม รสาวิลเลจ และรสา สแปนิช คอร์ท ยาร์ด และอาคารชุดพักอาศัย 1 โครงการ คือ วิลเซอร์ สุขุมวิท 22 ซึ่งมีมูลค่าขายรวมแล้วทั้งสิ้น ณ 31 มีนาคม2549 จำนวน 1,327.88 ล้านบาท คิดเป็น 54.80 % ของมูลค่าโครงการที่เปิดขายอยู่
ส่วนโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างและมีกำหนดเวลาจะเปิดขายในปีนี้ 2549 มีจำนวน 2 โครงการ มูลค่ารวม 758 ล้านบาท เป็นโครงการบ้านเดี่ยว คือ รสาอาร์คเลน และโครงการอาคารชุดพักอาศัยคือ วิลมอร์
นอกจาก 2 โครงการดังกล่าวแล้วบริษัทรสา พร็อพเพอร์ตี้ มีนโยบายที่จะพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมเพิ่มเติมในอนาคตโดยเฉพาะในย่ายศูนย์กลางธุรกิจ เนื่องจากคาดว่าความต้องการ ของอสังหาริมทรัพย์ประเภทคอนโดมิเนียมจะยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง หากแต่จะเป็นโครงการที่มีราคาขายต่อหน่วยลดลงกว่าที่เคยทำมาในอดีตเพื่อสะสะท้อนความต้องการของตลาดที่อยู่อาศัยที่มีขนาดราคาลดลง
สำหรับ บริษัททีพีที ปิโตรเคมีคอลส์ จะเสนอขายหุ้นไอพีโอ ในครั้งนี้ไม่เกิน 164.20 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์)หุ้นละ 10 บาท และในกรณีที่มีการจัดสรรหุ้นส่วนเกิน(กรีนชู)ไม่เกิน 24.6 ล้านหุ้น ซึ่งภายหลังการเสนอขายหุ้นครั้งนี้บริษัทจะมีทุนจดทะเบียนเรียกชำระแล้ว จำนวน 6,903 ล้านบาท ซึ่งเงินที่ได้จากการระดมทุนในครั้งนี้บริษัทจะนำไปลงทุนในโครงการขยายกำลังการผลิตและโครงการเพิ่มประสิทธิภาพของโรงงานผลิตสาร พีทีเอ และนำไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนของบริษัท
ปัจจุบันบริษัทมีกำลังการผลิตสารพีทีเอประมาณ 420,000 ตันต่อปี และมีแผนที่จะขยายกำลังการผลิตของโรงงานผลิตสารพีทีเอให้เพิ่มขึ้น รวมเป็น 670,000 ตันต่อปี ตามโครงการขยายกำลังการผลิต และจากการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตบริษัท คาดว่าจะเริ่มทำการผลิตในเชิงพาณิชย์สำหรับโครงการขยายกำลังการผลิตในเดือน มิถุนายน 2549 ซึ่งบริษัทคาดว่าการขยายกำลังการผลิตนี้จะเพิ่มกำลังการผลิตโดยรวมเป็น ประมาณ 520,000 ตันต่อปี และหลังจากนั้นบริษัทจึงจะดำเนินการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ซึ่งจะเพิ่มกำลังการผลิตรวมเป็น 670,000 ตันต่อปีในเชิงพาณิชย์ได้ภายในมิถุนายน 2550
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|