โรซ่าอัด20ล.ปั้นแพกเกจจิ้งใหม่ควักรุ่นบีบง่ายโกยแชร์ทิ้งไฮนซ์


ผู้จัดการรายวัน(12 ตุลาคม 2549)



กลับสู่หน้าหลัก

โรซ่า ทุ่มงบ 20 ล้านบาท เปิดตัวซอสมะเขือ-พริกบรรจุภัณฑ์ใหม่ ชูจุดขายบีบง่าย พ่วงปรับราคา 25% เจาะแม่บ้านรุ่นใหม่ มั่นใจสิ้นปีรั้งบัลลังก์ผู้นำตลาดกวาดแชร์เพิ่มเป็น 50% ส่วนผลประกอบการรวมตั้งเป้า 2,000 ล้านบาท ระบุปลากระป๋องรับอานิสงส์น้ำท่วม

นางสาวนวนุช วังพัฒนมงคล ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ บริษัท ไฮคิวผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารภายใต้ยี่ห้อ โรซ่า และปลากระป๋องไฮคิว เปิดเผยว่า บริษัทได้ทุ่มงบ 10 ล้านบาท เพิ่มไลน์การผลิตซอสพริกและมะเขือเทศโรซ่าในบรรจุภัณฑ์ใหม่ รุ่นบีบง่าย ซึ่งเป็นพลาสติก พีพี ทั้งนี้เพื่อช่วยแก้ปัญหาเรื่องซอสเข้มข้นจนเทออกจากขวดยาก เจาะกลุ่มเป้าหมายผู้หญิงแม่บ้านทันสมัย หรือผู้ที่ทานอาหารในบ้านเป็นหลัก โดยเฉพาะเด็ก ซึ่งเป็นผู้รับประทานซอสมะเขือเทศมากที่สุดในครอบครัว นอกจากนี้ยังมีกลุ่มร้านอาหารที่วางซอสประจำอยู่ที่โต๊ะอาหารเป็นกลุ่มเป้าหมายรอง

โดยบริษัทได้ทุ่มงบการตลาด 20 ล้านบาท ผ่านสื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์ นำร่องด้วยการเปิดตัวโฆษณาชุด"Upside Down"ความยาว 15 วินาที โดยสื่อให้เห็นถึงจุดเด่นของผลิตภัณฑ์ ฝาขวดตั้งได้ ทำให้บีบง่ายยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังได้จัดกิจกรรมส่วนเสริมการขายครบวงจร สำหรับซอสมะเขือเทศและซอสพริกยี่ห้อโรซ่าบรรจุขวดพลาสติกขนาด 500 กรัม ราคาขวดละ 38 บาท สูงกว่า 25% เมื่อเทียบกับบรรจุภัณฑ์แบบขวดแก้วขนาด 600 กรัม เนื่องจากต้นทุนการผลิตขวดพลาสติกสูงกว่าการผลิตขวดแก้ว

แนวโน้มตลาดซอสมะเขือเทศและซอสพริกมูลค่า 500 ล้านบาท ปีนี้คาดว่าจะมีอัตราการเติบโต 5 % โดยปัจจุบันโรซ่าเป็นผู้นำตลาดครองส่วนแบ่ง 40% ซึ่งหลังจากเปิดตัวบรรจุภัณฑ์ใหม่คาดว่าส่วนแบ่งจะเพิ่มขึ้นเป็น 50 % แบ่งเป็น บรรจุภัณฑ์ใหม่ 10 % และบรรจุภัณฑ์ขวดแก้ว 40% ทิ้งห่างไฮนซ์อันดับสองของตลาด มีส่วนแบ่ง 30%

นางสาวนวนุช กล่าวเพิ่มเติมว่า ปีนี้ตลาดเครื่องปรุงมูลค่า 4,000 ล้านบาท มีอัตราการเติบโตกว่า 10% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมามีอัตราการเติบโตเป็นตัวเลขหลักเดียว โดยปัจจัยที่ทำให้ตลาดนี้มีอัตราการเติบโตมาจากพฤติกรรมของผู้บริโภคหันมาปรุงอาหารทานเองในบ้านแทนการรับประทานนอกบ้าน โดยพบว่าตลาดซอสหอยนางรมมูลค่า 1,000 ล้านบาท โต 15% ตลาดซีอิ๊ว โต 10% ซอสปรุงรสโต10%

สำหรับผลประกอบการปีนี้ ตั้งเป้ามีรายได้ 2,000 ล้านบาท เท่ากับปีที่ผ่านมา แบ่งเป็นรายได้หลักมาจากปลากระป๋อง 80% ซึ่งขณะนี้ได้รับอานิสงส์จากน้ำท่วม ทำให้คน

หันมาบริโภคปลากระป๋องมากขึ้น ส่วนที่เหลือ20% เป็นซอสและผักกาดดองคาดว่าภายใน5ปี สัดส่วนปลากระป๋องลดลงเหลือ 60% ส่วนอีก 40%เป็นซอสและผักกาดดอง


กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.