พารากอน/เอ็มโพเรียมดึงพันธมิตรขยายฐานต่างชาติสู่ยอด 1.7 หมื่นล.


ผู้จัดการรายวัน(11 ตุลาคม 2549)



กลับสู่หน้าหลัก

พารากอน - ดิ เอ็มโพเรียม เตรียมดึงเครือข่ายพันธมิตรเน็ตเวิร์คข้ามชาติ พร้อมดึงเชนโรงแรม การท่องเที่ยว เพิ่มฐานลูกค้าต่างชาติ หมายมั่นช่วยปั้นยอด หลังพบยอดไตรมาส 3 ยอดขายพุ่ง 12,500 ล้านบาท ล่าสุดทุ่ม 10 ล้าน จัดแคมเปญเพิ่มความคึกคักประเดิมไตรมาส 4 ‘EYE CATCHER’ ตั้งเป้าปิดยอดขายแคมเปญนี้กว่า 1,700 ล้านบาท เชื่อเป็นแรงผลักดันยอดขายส่งท้ายปี ได้กว่า 17,000 ล้านบาท

นางณัฐศมน วงศ์กิตติพัฒน์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการใหญ่ สายการตลาด พารากอน-ดิ เอ็มโพเรียม ดีพาร์ตเมนต์ สโตร์ เปิดเผยว่า บริษัทฯ มีแผนขยายกลุ่มลูกค้าคนต่างชาติเพิ่มมากขึ้น โดยจะเน้นการวางกลยุทธ์การตลาด โปรโมชั่น รวมถึงการเพิ่มพาร์ทเนอร์ในการเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้กับกลุ่มลูกค้าให้ได้มากที่สุด โดยเฉพาะช่วงเวลาใกล้สิ้นปีที่นับเป็นเทศกาลแห่งการจับจ่ายของลูกค้าทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ ทั้งนี้เพราะลูกค้าต่างชาติเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง หากจับกลุ่มเป้าหมายที่มีความชัดเจนก็จะสามารถเพิ่มยอดรายได้ให้แก่ทั้ง 2 ห้างได้

“ในช่วงไตรมาส 4 นี้เราเตรียมหาพันธมิตรรายใหญ่ไว้ 2 ราย ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการติดต่อกับเครือข่ายเน็ตเวิร์คข้ามชาติ รวมถึงการติดต่อกับโรงแรม และพาร์ทเนอร์ที่มีธุรกิจเกี่ยวกับการท่องเที่ยวมากที่สุด เพราะช่องทางนี้จะเป็นทางที่จะสามารถขยายฐานลูกค้าต่างชาติได้รวดเร็วมากที่สุด”

ปัจจุบันฐานลูกค้าระหว่างพารากอนและดิเอ็มโพเรียมจะแตกต่างกัน ลูกค้าของพารากอนส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มลูกค้าประเทศสิงค์โปร เกาหลี ฮ่องกง และในส่วนของลูกค้าเอ็มโพเรียมกว่า 50% จะเป็นกลุ่มลูกค้าที่เป็นชาวญี่ปุ่น

สำหรับสัดส่วนลูกค้าเข้ามาใช้บริการที่พารากอนแบ่งเป็นคนไทย 60% ชาวต่างชาติ 40% โดยลูกค้าต่างชาติมีการซื้อสินค้าเฉลี่ย 4,000 บาทต่อคน ในขณะที่ดิเอ็มโพเรียมมีสัดส่วนลูกค้าคนไทย 70% และชาวต่างชาติ 30% เฉลี่ยแล้วซื้อสินค้า 3,500 บาทต่อคน และภายหลังจากที่ดิเอ็มโพเรียมปรับโฉมใหม่ผลปรากฏว่าได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง การขยายตัวฐานลูกค้าประจำชาวญี่ปุ่นที่อาศัยอยู่ในเมืองไทยตอบรับเป็นสมาชิก Expatriates Card เพิ่มมากขึ้นถึง 100% หรือมีมูลค่ากว่า 5 พันคน

ผลประกอบการ 3 ไตรมาสแรกปีนี้ ยอดขายในส่วนของพารากอน-ดิ เอ็มโพเรียม ทำได้กว่า 12,000 ล้านบาท เพราะทั้งสองห้างมีการทำโปรโมชั่น ส่งเสริมการขายอยู่อย่างต่อเนื่อง โดยในปี 49 นี้บริษัทฯ มีงบส่งเสริมการขายและโฆษณาไว้กว่า 800 ล้านบาท รวมถึงช่วงไตรมาส 4 ที่ยังเหลืองบประมาณไว้ประมาณอีก 250 ล้านบาท

ล่าสุด บริษัทฯ ใช้งบประมาณกว่า 10 ล้านบาท จัดแคมเปญ ‘EYE CATCHER’ แคมเปญนี้จะเป็นการผนึกกำลังพันธมิตรเพื่อเสริมความแข็งแกร่ง และเป็นผู้นำในเชิงธุรกิจกับชาวต่างชาติในแบบระยะยาว อาทิ บริษัท การบินไทย จำกัด, บริษัท สมิติเวช จำกัด, กลุ่มเล็กซัส เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับแคมเปญต่างๆ มากขึ้น พร้อมสานต่อกลยุทธ์ซีซันนอลมาร์เกตติ้ง ในช่วงเทศกาลต่างๆ เพื่อกระตุ้นกำลังซื้อในแต่ละช่วงเทศกาลต่อไป

“จากแคมเปญ ‘EYE CATCHER’ จะเป็นการประเดิมกิจกรรมการขายแรกของไตรมาส 4 นี้ คาดว่าจะสร้างสีสันด้านการตลาดให้คึกคักยิ่งขึ้น หลังจบแคมเปญ‘EYE CATCHER’ จะสามารถทำยอดขายได้กว่า 1,700 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นยอดขายในส่วนของพารากอน 1,000 ล้านบาท และดิเอ็มโพเรียม 700 ล้านบาท และเชื่อมั่นว่าสามารถปิดยอดขายรวมของพารากอน-ดิ เอ็มโพเรียม ดีพาร์ตเม้นต์ สโตร์ ปีนี้รวมได้กว่า 17,000 ล้านบาท อย่างแน่นอน” นางณัฐศมนกล่าว


กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.