|

จัดสรรขานรับนายกฯใหม่ขอลุ้นโฉมหน้าทีมเศรษฐกิจ
ผู้จัดการรายสัปดาห์(9 ตุลาคม 2549)
กลับสู่หน้าหลัก
*ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ขานรับนายรัฐมนตรีคนใหม่ แม้เป็นทหาร แต่ภาพลักษณ์โปร่งใส น่าเชื่อถือ นำพาประเทศพ้นวิกฤต
*มั่นใจเศรษฐกิจพุ่งทะยาน อสังหาริมทรัพย์โงหัว หากได้สุดยอดทีมเศรษฐกิจมือฉมัง
*เชื่อแม้เป็นรัฐบาลชั่วคราวก็สานต่อโครงการรถไฟฟ้าได้ตามแผนเดิม
แม้ว่าปัจจุบันสภาวะการทางการเมืองได้คลี่คลายลง จนถึงขั้นได้นายกรัฐมนตรีคนใหม่ คนที่ 24 ของประเทศ คือพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ มาแล้ว
โดยในภาคธุรกิจเอกชน ส่วนใหญ่เห็นด้วยกับผู้มาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เพราะเป็นบุคคลที่ได้รับการยอมรับนับถือจากหลายฝ่าย ทั้งข้าราชการ ทหาร พลเรือน ที่สำคัญมีภาพลักาณ์ที่โปร่งใส และเป็นนักบริหาร ที่น่าจะนำพาประเทศชาติให้ผ่านพ้นวิกฤตทางเศรษฐกิจในครั้งนี้ไปได้ รวมถึงน่าจะแก้ปัญหาความไม่สงบของ 3 จังหวัดในภาคใต้ได้ ซึ่งจะทำให้สภาพเศรษฐกิจโดยรวมดีขึ้น กำลังซื้อกลับมา รวมถึงธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับผลกระทบจากความสั่นคลอนทางการเมือง จนทำให้ผู้ประกอบการชะลอการลงทุน และผู้ซื้อลังเลที่จะตัดสินใจซื้อ
ดร.ธีระชน มโนมัยพิบูลย์ ผู้ช่วยกรรมการ บมจ.พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค กล่าวว่า ตนเห็นด้วยและรู้สึกยอมรับในตัว พล.อ. สุรยุทธ์ ที่เข้ามารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของรัฐบาลชั่วคราว ซึ่งในสายตาของคนไทยส่วนใหญ่ที่รู้ประวัติ และหน้าที่การงานจะเข้าใจและยอมรับ พล.อ.สุรยุทธ์ ได้ไม่ยาก ในขณะที่ในสายตาของต่างชาติอาจจะยังไม่เข้าใจ และมองในแง่ลบว่า คปค. เอาทหารด้วยกันมาบริหารประเทศ จึงต้องอาศัยระยะเวลาที่จะให้ชาวต่างชาติเข้าใจว่าตัวตนของ พล.อ.สุรยุทธ์ เป็นอย่างไร แต่ทั้งนี้ก็มีความหวังอยากให้ มรว.ปรีดิยาธร เทวกุล เข้ามาทีมดูแลเศรษฐกิจ เนื่องจากผลงานที่มีผ่านมาเป็นที่พอน่าพอใจ ซึ่งหากการฟอร์มทีมของรัฐบาลชั่วคราวมาจากการคัดเลือกผู้ที่เหมาะสม ก็น่าจะทำให้ภาพลักษณ์ของประเทศดีขึ้น
ในแง่ของการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่มองว่า ไม่น่าจะเกิดความล่าช้า รวมทั้งเนื้อหาที่ปรับปรุงก็น่าจะมีความเหมาะสม และเป็นธรรม เนื่องจากภาคนักวิชาการและภาคประชาชนก็ได้ให้ความสนใจและเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น
สิ่งที่กังวลใจมากกว่า คือ เมกะโปรเจค ความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และเรื่องการศึกษา ซึ่งถ้าวางตัวผู้ที่มาดูแลอย่างเหมาะสม ระบบเศรษฐกิจก็จะสามารถขับเคลื่อนไปได้ แต่เบื้องต้นก็มั่นใจว่าปัญหาภาคใต้ พล.อ.สุรยุทธ์ มีความเข้าใจดี และน่าจะเข้ามาแก้ปัญหาได้ ส่วนเมกะโปรเจคแท้จริงแผนการทุกอย่างพร้อมอยู่แล้ว เพียงแต่รอให้เกิดการประมูลเท่านั้นเอง ซึ่งในช่วง 1 ปีของรัฐบาลชั่วคราวก็สามารถทำได้ เพียงแต่ต้องแก้ปัญหาคอร์รัปชั่นให้ได้ก่อน
ด้านอนุพงษ์ อัศวโภคิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เอเชี่ยน พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ กล่าวว่า ไม่มีความคิดเห็นสำหรับตัวนายกรัฐมนตรีในขณะนี้ เนื่องจากต้องรอดูหน้าตาของทีมเศรษฐกิจก่อน แต่ในเบื้องต้น พล.อ.สุรยุทธ์ก็เป็นที่ยอมรับในวงกว้าง เนื่องจากมีประวัติที่ดี มีความโปร่งใส แม้จะเคยเป็นทหารมาก่อน แต่ก็มีความเป็นพลเรือนในตัว น่าจะเป็นผู้ประสานความเข้าใจของทุกฝ่ายได้ แต่ทั้งนี้ต้องรอดูอีก 3-4 เดือน ถึงจะเห็นทิศทางการทำงาน แต่ส่วนตัวแล้วมีความมั่นใจว่า คปค.จะรักษาสัญญา เพราะที่ผ่านมา คปค. กล่าวว่าอีก 2 สัปดาห์ จะแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี ก็ทำตามที่พูดจริงๆ
แต่สิ่งที่น่าจะเป็นปัญหา คือ ความเชื่อมั่นของต่างประเทศ เพราะระบบเศรษฐกิจไทยต้องพึ่งพาเศรษฐกิจโลกมาก เช่น การส่งออก การท่องเที่ยว ซึ่งเป็นปัญหาระยะสั้นที่รัฐบาลชั่วคราวจะต้องแก้ให้ได้
สำหรับผลกระทบต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์ในส่วนของ เอพี ไม่มากเท่าที่คาด โดยยอดขายในช่วง 2 สัปดาห์หลังเกิดเหตุการณ์รัฐประหารก็ยังปกติ มียอดขายเพิ่มขึ้นจากก่อนหน้านี้เล็กน้อย คาดว่ามาจากความคลี่คลายทางการเมือง โดยสองสัปดาห์มียอดขายประมาณ 400 ล้านบาท
ขณะที่สหัส ตันติคุณ กรรมการผู้อำนวยการ บมจ. เอสซี แอสเสท แสดงความเห็นว่า การเข้ามารับตำแหน่งของ พล.อ.สุรยุทธ์น่าจะไม่มีปัญหา เพราะโดยพื้นฐานก็เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่ายมาก่อนแล้ว แต่สิ่งที่คาดหวังมากกว่า คือ อยากให้มีการเลือกตั้งเกิดขึ้นโดยเร็วที่สุด เพื่อให้มีรัฐบาลมากำหนดทิศทาง และนโยบายเศรษฐกิจโดยเร็ว เพราะมองว่ารัฐบาลชั่วคราวคงจะผลักดันเรื่องการปฏิรูปการเมืองมากกว่า ส่วนในเรื่องของเศรษฐกิจควรจะมาจากรัฐบาลชุดที่มาจากการเลือกตั้ง เนื่องจากการกระตุ้นเศรษฐกิจ รวมทั้งเมกะโปรเจคต้องเป็นการดำเนินนโยบายระยะยาวมากกว่า ทั้งนี้สิ่งที่คาดหวัง คือ อยากให้รัฐบาลมีความชัดเจนว่าจะทำอะไร เพื่อให้เกิดความยุติธรรมต่อทุกฝ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคธุรกิจที่จะสามารถคาดการณ์ภาวะตลาด และสามารถวางแผนธุรกิจให้สอดคล้องกับนโยบายของภาครัฐได้
อิสระ บุญยัง กรรมการผู้จัดการ บจก. กานดาพร็อพเพอร์ตี้ และอุปนายกสมาคมบ้านจัดสรร กล่าวว่า ส่วนตัวมองในเชิงบวกมากกว่า เพราะหลังจากมีความชัดเจนในตัวนายกรัฐมนตรี ซึ่งก็ไม่ผิดจากที่คาดไว้ เพราะเป็นคนดีมีความตั้งใจ มีบารมี ซึ่งน่าจะขอความร่วมมือจากทุกฝ่ายได้ไม่ยากที่จะดูแลระบบเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งในส่วนนี้จะทำให้ความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศกล้าที่จะเข้ามาลงทุนมากกว่าในช่วงต้นปีที่ผ่านมาในช่วงรัฐบาลทักษิณ รวมถึงตลาดอสังหาริมทรัพย์ก็จะมีทิศทางที่ดีขึ้น ถ้าหากผู้บริโภคมีความมั่นใจในรายได้ มีงานทำ ไม่ตกงาน ทำให้ผู้บริโภคมีกำลังซื้อกลับคืนมาก็จะไปช่วยดันให้ภาพรวมของอสังหาริมทรัพย์ดีขึ้น
ชัยวัฒน์ โกวิทจินดาชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บมจ. ปริญสิริ มองว่า ภาพรวมของตัวนายกรัฐมนตรีคนใหม่แล้วถือว่าเหมาะสม และมีความเป็นกลาง แต่ทั้งนี้คงต้องรอดูคณะรัฐมนตรีที่จะเข้ามาดูในเรื่องของการบริหารเศรษฐกิจก่อน ส่วนภาพรวมของการลงทุนในภาคอสังหาริมทรัพย์ทั้งในและต่างประเทศนั้นในระยะสั้นอาจต้องรอดูสถานการณ์ก่อน ต้องรอดูสถานการณ์ในระยะยาวช่วง 6 เดือน หรือ 1 ปี ซึ่งก็อาจจะเห็นผลที่ชัดเจนขึ้น
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|