|

BT สรุปขายหุ้นให้ TPG ต้นปีหน้ายันรัฐประหารไม่กระทบเพิ่มทุน
ผู้จัดการรายวัน(4 ตุลาคม 2549)
กลับสู่หน้าหลัก
ไทยธนาคารยันเหตุปฏิรูประบอบการปกครองฯไม่กระทบแผนขายหุ้นเพิ่มทุนแบงก์ให้กับ TPG Newbridge คาดสรุปผลชัดเจนได้ภายในไตรมาสแรกปีหน้า หลังได้รับคำตอบรับคำร้องขอขยายเพดานหุ้นต่างชาติจากแบงก์ชาติแล้ว เผยยังมีแผนระดมทุนเพิ่มเงินกองทุนขั้นที่2 ให้มาอยู่ที่ 3-4% จากปัจจุบันที่มีสัดส่วน 1% กว่าอีกรอบ
นายพีรศิลป์ ศุภผลศิริ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยธนาคาร จำกัด (มหาชน) (BT) เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการขายหุ้นเพิ่มทุนให้กับ TPG Newbridge ภายหลังจากการเหตุการณ์ยึดอำนาจของคณะปฏิรูประบอบการปกครองฯเมื่อ 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมาว่า เหตุการณ์ดังกล่าวไม่ได้ทำให้ธนาคารชะลอแผนการขายหุ้นเพิ่มทุนให้แก่ TPG Newbridge เนื่องจากเชื่อว่าเหตุการณ์ดังกล่าวไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจเข้ามาลงทุนในครั้งนี้ และคาดว่าข้อสรุปดังกล่าวจะจบได้ไม่เกินไตรมาส 1 ปี 2550 โดยหลังจากการเพิ่มทุนดังกล่าวก็จะทำให้ BIS ของธนาคารมาอยู่ที่12% จากปัจจุบันที่อยู่ที่ประมาณ 9% โดยเป็นเงินกองทุนขั้นที่ หนึ่ง 7% กว่า และเงินกองทุนขั้นที่สอง 1% กว่า
ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ ที่ประชุมคณะกรรมการครั้งที่ 12/2549 ที่มีการประชุมเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2549 ได้มีมติอนุมัติให้ธนาคารดำเนินการเจรจาอย่างเฉพาะเจาะจงกับกองทุน TPG Newbridge เกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่ TPG Newbridge จะเข้ามาลงทุนในธนาคารในสัดส่วนการถือหุ้นไม่เกิน 24.99%
“เราเชื่อว่าดีลดังกล่าวยังสามารถเดินไปตามแผนเดิมที่วางไว้ได้ แต่ยอมรับว่าสถานการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้นมีผลต่อการตัดสินใจของนักลงทุน ซึ่งเชื่อว่านักลงทุนก็คงต้องรอดูการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ก่อน อย่างไรก็ตามเราไม่ได้กังวลใจหากนักลงทุนดังกล่าวไม่สนใจซื้อหุ้นของธนาคาร เนื่องจากธนาคารยังมีนักลงทุนรายอื่นอีกหลายรายที่ยังสนใจเข้ามาร่วมธุรกิจ” นายพีรศิลป์ กล่าว
กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยธนาคารกล่าวอีกว่า ที่ผ่านมายอมรับว่าหลังจากเกิดเหตุการณ์การยึดอำนาจของคณะปฏิรูปการปกครองฯ ก็มีนักลงทุนต่างชาติโดยเฉพาะกองทุนจากสหรัฐฯ ซึ่งจะเป็นผู้ที่เข้ามาซื้อหุ้นเพิ่มทุนของธนาคาร ได้มีการสอบถามเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้น ซึ่งธนาคารได้อธิบายและชี้แจงให้นักลงทุนเข้าใจ โดยธนาคารยังเชื่อว่า นักลงทุนยังคงมั่นใจในการที่จะเข้ามาตรวจสอบทรัพย์สินของธนาคาร
นอกจากนี้ ในอนาคตธนาคารยังมีแผนที่จะระดมทุนเพื่อมาเพิ่มเงินกองทุนขั้นที่ 2 ให้มาอยู่ที่ 3-4% จากปัจจุบันที่มีสัดส่วน 1% กว่า ซึ่งเชื่อว่าการเพิ่มเงินกองทุนขั้นที่ 2 จะส่งผลดีต่อผู้ถือหุ้นที่จะไม่ให้เกิดผลกระทบต่อราคาหุ้นได้ ส่วนจะออกเป็นโปรดักส์ไหนขณะนี้ยังอยู่ในช่วงวางแผนอยู่ ซึ่งคงต้องรอจังหวะสถานการณ์ที่เหมาะสมด้วยว่าจะออกได้ในช่วงไหน
“ในอนาคตเรามีแผนจะเพิ่มเงินกองทุนขั้นที่ 2 แต่จะออกมาในรูปแบบไหนก็ต้องพิจารณาอีกที ซึ่งต้องรอดูจังหวะเวลาที่เหมาะสมก่อนด้วย” นายพีรศิลป์กล่าว
ส่วนราคาหุ้นเพิ่มทุนใหม่ที่ธนาคารได้รับการอนุมัติจากผู้ถือหุ้นและจะขายให้กับนักลงทุนสถาบันทั้งแบบเฉพาะเจาะจง และนักลงทุนทั่วไป หุ้นจะต้องไม่ต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี ณ สิ้นมิ.ย. 49 ที่ราคาอยู่ที่ 6.70 บาท ซึ่งราคาที่เสนอขายจะต้องอิงกับราคาซื้อขายถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักของหุ้นธนาคารในตลาดรวม 14 วันทำการ และราคาต้องไม่น้อยกว่า 90% ของราคาตลาด โดยการขายหุ้นเพิ่มทุนดังกล่าว ธนาคารจะต้องดำเนินการให้เสร็จภายใน 12 เดือน นับจากที่ผู้ถือหุ้นอนุมัติ
สำหรับกรณีการที่ธนาคารขออนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อขอขยายเพดานการถือหุ้นของนักลงทุนต่างชาติ โดยขอให้นักลงทุนสถาบันรายเดียวถือหุ้นได้ไม่เกิน 24.99% พร้อมทั้งขอขยายเพดานการถือหุ้นของนักลงทุนต่างชาติจากเดิมที่กำหนดไว้ไม่เกิน 25% เป็น 49% ว่าวานนี้ (3 ต.ค.) ธปท.ได้ทำหนังสือตอบรับมาแล้วเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว และหลังจากนี้ธปท. จะส่งหนังสือการพิจารณาดังกล่าวให้กระทรวงการคลังอนุมัติ เพราะเรื่องดังกล่าวเป็นอำนาจของกระทรวงการคลังที่จะเป็นผู้อนุมัติ
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|