BAYลั่นพร้อมลุยธุรกิจหลังรวมจีอี


ผู้จัดการรายวัน(18 กันยายน 2549)



กลับสู่หน้าหลัก

แบงก์กรุงศรีฯเตรียมปรับองค์กรพร้อมรับพันธมิตรจีอี มั่นใจหลังร่วมธุรกิจจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้ธนาคารมากขึ้น โดยเฉพาะด้านลูกค้ารายย่อย ประกาศพร้อมลุยธุรกิจทุกด้านในปีหน้าหลังการควบรวมเสร็จ เล็งปรับสัดส่วนการขยายสินเชื่อ เน้นเพิ่มรายย่อย

นายพงศ์พินิต เดชะคุปต์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในระหว่างที่ธนาคารรอการประชุมผู้ถือหุ้นในวันที่ 20 ก.ย.นี้ เพื่อขอมติอนุมัติกรณีการร่วมเป็นพันธมิตรกับบริษัท จีอี แคปปิตอลนั้น ธนาคารได้เตรียมปรับองค์กรภายในด้านต่างๆ โดยได้แจ้งไปยังสาขาต่างๆ ถึงแนวโน้มในอนาคตด้านการทำงาน รวมถึงการที่จะนำผลิตภัณฑ์ของจีอีฯและธนาคารมี มาร่วมกันเพื่อเสนอลูกค้า หรือการสำรวจตลาดและเก็บข้อมูลผ่านระบบซีอาร์เอ็ม เพื่อนำเสนอสินค้าได้ตรงกับความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่ม ทั้งนี้ เพื่อให้พร้อมรับกับความเปลี่ยนแปลงครั้งนี้

“เราก็คงช่วยกันทำงานมากขึ้น ทีมการทำงานต่างๆทั้งคู่ของเราก็รู้จักกันมานานแล้ว ใครเก่งด้านไหนก็ทำด้านนั้น อย่างในส่วนของธนาคารเองมีสาขากระจายอยู่ทั่วประเทศก็จะมาพิจารณาว่าจะเอาผลิตภัณฑ์ตัวใดเข้าไปขายในแต่ละสาขาเพื่อเจาะให้ตรงกับกลุ่มลูกค้า เป็นต้น”กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงศรีอยุธยากล่าว

ทั้งนี้ ธนาคารมั่นใจว่าการที่ร่วมเป็นพันธมิตรกับจีอีฯ จะสามารถช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับธนาคารมากขึ้น ซึ่งยังจะส่งผลต่อแนวทางที่ชัดเจนในการดำเนินงานที่จะต้องเปลี่ยนแปลงไปอย่างมีรูปธรรมที่ชัดเจน และเชื่อว่าจะทำให้การดำเนินธุรกิจประสบความสำเร็จทั้ง 2 ฝ่าย เพราะการเข้ามาร่วมธุรกิจของจีอีฯ จะทำให้เกิดโอกาสในเชิงการทำธุรกิจและความเข้มแข็งที่เพิ่มมากขึ้น เนื่องจากจีอีมีความเชี่ยวชาญในการทำธุรกิจ ขณะที่ธนาคารเองก็มีสาขา 524 สาขา อีกทั้งภายในสิ้นปียังมีนโยบายจะเพิ่มสาขาเป็น 540 -550 สาขา ส่วนแนวโน้มอัตราการเติบโตไปจะอยู่ในระดับไหนนั้นคงยังไม่สามารถตอบได้ ซึ่งคงต้องรอให้คณะกรรมการอนุมัติ พร้อมทั้งต้องดำเนินการให้เป็นไปตามขั้นตอนต่างๆก่อน

“การแข่งขันของธนาคารพาณิชย์ในปีหน้าแน่นอนคงต้องมีความดุเดือดเหมือนกับปีที่ผ่านๆมา ส่วนเงินฝากก็คงมีการแข่งขันไม่ดุเดือด แต่ก็คงขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละแบงก์ด้วย ในส่วนของแบงก์เราเองในปีหน้าแม้การร่วมพันธมิตรกับจีอีฯจะเสร็จสมบูรณ์แล้วการแข่งขันจะเป็นอย่างไรคงยังตอบไม่ได้ เนื่องจากแบงก์อื่นเขาก็มีพันธมิตรเหมือนกัน แต่ในปีหน้าเราก็คงเน้นเรื่องความแข็งแกร่ง มั่นคง และมีกำไรด้วย”นายพงศ์พินิตกล่าว

อย่างไรก็ตาม ในปีหน้าธนาคารจะหันมารุกธุรกิจในทุกกลุ่มลูกค้ามากขึ้น เพราะธนาคารมีความชำนาญด้านลูกค้ารายใหญ่และกลุ่มวิสหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ขณะที่จีอีฯชำนาญด้านกลุ่มลูกค้ารายย่อย จะทำให้ธนาคารขยายธุรกิจไปในทุกด้านได้ทั้งหมด โดยปัจจุปันธนาคารมีสัดส่วนสินเชื่อกลุ่มลูกค้ารายใหญ่มากกว่า 40% เอสเอ็มอี 30 % รายย่อย 14-15% ที่เหลือเป็นตลาดต่างประเทศ ดังนั้น หลังจากที่จีอีฯ เข้ามาจะรุกตลาดรายย่อยเพิ่มขึ้น โดยในปีหน้าสัดส่วนการขยายสินเชื่อของธนาคาคงต้องมีการปรับเปลี่ยนออกไปจากเดิม


กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.