|

หุ้นจัสมินฯ คึกรับพ้นแผนฟื้นฟูฯ
ผู้จัดการรายวัน(15 กันยายน 2549)
กลับสู่หน้าหลัก
นายสมบุญ พัชรโสภาคย์ กรรมการบริษัท แจ้งวัฒนะ แพลนเนอร์ จำกัด ในฐานะผู้บริหารแผนบริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ JAS เปิดเผยว่า วานนี้ (14 ก.ย.) ศาลล้มละลายกลางได้มีคำสั่งให้บริษัทยกเลิกการฟื้นฟูกิจการ หลังจากที่บริษัทได้ดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนดไว้ในแผนฟื้นฟูกิจการเรียบร้อยแล้ว ซึ่งส่งผลให้คณะกรรมการบริษัทกลับมามีอำนาจบริหารจัดการกิจการและทรัพย์สินของบริษัท ขณะที่ผู้ถือหุ้นทุกรายกลับมามีสิทธิตามกฎหมายต่อไป
ทั้งนี้ ศาลล้มละลายกลางได้มีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการของบริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) และแต่งตั้งให้บริษัท แจ้งวัฒนะ แพลนเนอร์ จำกัด เป็นผู้บริหารแผนฟื้นฟูกิจการ มาตั้งแต่วันที่ 7 สิงหาคม 2546
ด้านความเคลื่อนไหวราคาหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ฯ นั้น วานนี้ (14 ก.ย.) ได้มีแรงซื้อเข้ามาค่อนข้างหนาแน่นในหุ้น JAS ส่งผลให้ราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นไปทำราคาสูงสุดที่ 0.58 บาท ก่อนจะปรับตัวลดลงมาทำราคาต่ำสุดในช่วงปิดตลาดที่ 0.54 บาท ลดลงจากวันก่อน 0.01 บาท หรือคิดเป็น 1.82% ปริมาณการซื้อขายสูงสุดเป็นอันดับ 2 ที่ 388,422,000 หุ้น คิดเป็นมูลค่าการซื้อขายรวม 217.71 ล้านบาท
นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า หลังจากที่ศาลล้มละลายกลางสั่งยกเลิกการฟื้นฟูกิจการ บริษัทจัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ JAS จะเป็นผลดีกับบริษัท เพราะทำให้มีอิสระในการดำเนินงาน และบริหารจัดการได้อย่างสะดวก มีความคล่องตัวมากยิ่งขึ้น
ขณะเดียวกัน บริษัท จัสมิน เทเลคอม ซิสเต็มส์ จำกัด (มหาชน) หรือ JTS ที่ JAS เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ กำลังจะเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ ในวันที่ 18 กันยายน 2549 นี้ จะส่งผลดีกับ JAS เนื่องจากมีมูลค่าแฝงจากการถือหุ้นอยู่ใน JTS คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 57%
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยลบที่นักทุนควรระวัง คือ ขณะนี้มีเจ้าหนี้ของ JAS บางราย ได้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา คัดค้านการออกจากแผนฟื้นฟูกิจการของบริษัท ซึ่งต้องรอคำตัดสินว่าบทสรุปจะออกมาเป็นอย่างไร
"ปัจจัยพื้นฐานของ JAS คงยังไม่สามารถประเมินได้ เพราะเพิ่งออกจากแผนฟื้นฟูกิจการ แต่สัญญาณทางด้านเทคนิค หุ้น JAS มีแนวรับอยู่ที่ 0.55 บาท และแนวต้านอยู่ที่ 0.65 บาท"
สำหรับสาระสำคัญของแผนฟื้นฟูกิจการที่ผ่านความเห็นชอบจากศาลล้มละลายกลาง ได้แบ่งเจ้าหนี้ออกเป็น 8 กลุ่ม ประกอบด้วย เจ้าหนี้มีประกัน 3 กลุ่ม และเจ้าหนี้ไม่มีประกัน 5 กลุ่ม โดยเจ้าหนี้กลุ่มที่ 1 เจ้าหนี้มีประกันที่จำนวนหนี้ไม่น้อยกว่า 15% รายที่ 1 ได้แก่ เจ้าหนี้ที่มีสิทธิเหนือทรัพย์สินบางรายการของบริษัทในทางจำนำภายใต้สัญญาปรับปรุงโครงสร้างหนี้ จะปลดหนี้เงินต้น (Haircut) 82% และดอกเบี้ยค้างชำระทั้งหมด ส่วนหนี้เงินต้นที่เหลือ 18% จะชำระในปีที่ 10 อัตราดอกเบี้ย MLR-2
เจ้าหนี้กลุ่ม 2 เจ้าหนี้มีประกันที่มีจำนวนหนี้ไม่น้อยกว่า 15% ของจำนวนหนี้ทั้งหมด รายที่ 2 ได้แก่ เจ้าหนี้ที่มีสิทธิเหนือทรัพย์สินบางรายการของบริษัทในทางจำนำภายใต้สัญญาปรับปรุงโครงสร้างหนี้ จะได้รับชำระหนี้ภายใต้โครงการชำระคืนหนี้โดยผ่อนชำระภายใน 9 ปี ดอกเบี้ยในอัตรา MLR
เจ้าหนี้กลุ่ม 3 เจ้าหนี้มีประกันอื่น โดยเจ้าหนี้กลุ่มนี้มีหนี้น้อยกว่า 15% ของมูลหนี้ทั้งหมด โดยมีจำนวนหนี้รวมประมาณ 47.79% ของจำนวนหนี้ทั้งหมด โดยเจ้าหนี้กลุ่มที่ 3 จะได้รับชำระหนี้คืนบางส่วน การแปลงหนี้เงินต้นเป็นหนี้ของนิติบุคคลเฉพาะกิจ และให้นิติบุคคลเฉพาะกิจออกตราสารของนิติบุคคลเฉพาะกิจให้แก่เจ้าหนี้ที่ได้รับการแปลงหนี้ใหม่ และดำเนินการให้มีการโอนหุ้นของนิติบุคคลเฉพาะกิจให้แก่เจ้าหนี้ที่ได้รับการแปลงหนี้ใหม่ตามสัดส่วน
ส่วนหนี้ที่เหลือจากการแปลงหนี้ใหม่ตามโครงการนี้ ให้ได้รับการชำระตามโครงการชำระคืนหนี้บางส่วนโดยผ่อนชำระภายใน 4 ปี และโครงการบังคับแปลงหนี้บางส่วนเป็นหุ้นสามัญของบริษัทจำนวน 18 ล้านหุ้น ในราคาไม่ต่ำกว่า 10 บาท
เจ้าหนี้กลุ่ม 4 เจ้าหนี้บริษัทที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ เจ้าหนี้ไม่มีประกันที่เป็นบริษัทที่เกี่ยวข้อง มูลหนี้ประมาณ 9.40% ของจำนวนหนี้ทั้งหมด ซึ่งเจ้าหนี้แต่ละรายจะได้รับชำระหนี้ภายใต้โครงการชำระหนี้คืนหลังสุด เจ้าหนี้กลุ่ม 5 เจ้าหนี้ที่ให้การสนับสนุนทางการเงินแก่โครงการขนาดใหญ่ที่ยังดำเนินการอยู่ มูลหนี้ประมาณ 0.71% ของจำนวนหนี้ทั้งหมด ซึ่งจะได้รับชำระหนี้ทั้งจำนวนตามสัญญาหรือข้อตกลงเดิม
เจ้าหนี้กลุ่ม 6 เจ้าหนี้ในมูลหนี้ที่มีเงื่อนไข มูลหนี้รวมประมาณ 6.72% หากเงื่อนไขของสัญญาหรือข้อตกลงเดิมดังกล่าวสำเร็จบริบูรณ์ เจ้าหนี้รายที่เกี่ยวข้องจะมีสิทธิได้รับชำระหนี้จากบริษัทตามสัญญาหรือข้อตกลงเดิมทั้งหมดครบถ้วนโดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขใดๆ
เจ้าหนี้กลุ่ม 7 เจ้าหนี้การค้าที่ยังไม่ผิดนัด มูลหนี้ประมาณ 0.59% เป็นหนี้ที่ยังมิได้ตกอยู่ภายใต้การผิดนัด ดังนั้นเจ้าหนี้จะได้รับชำระทั้งหมด และเจ้าหนี้กลุ่ม 8 เจ้าหนี้ค่าที่ปรึกษา ค่าวิชาชีพ หรือค่าธรรมเนียม มูลหนี้ประมาณ 0.23% ได้รับชำระหนี้เต็มจำนวนพร้อมดอกเบี้ย
พร้อมกันนี้ แผนฟื้นฟูฯ ได้ระบุให้มีการเพิ่มทุนจดทะเบียนโดยแบ่งเป็นการออกหุ้นสามัญ 30 ล้านหุ้น เพื่อนำเงินที่ได้จากการขายหุ้นไปรับซื้อหนี้คืนตามโครงการรับซื้อคืนหนี้แบบมีส่วนลด หุ้นบุริมสิทธิไม่เกิน 20 ล้านหุ้น เพื่อใช้ในโครงการแปลงหนี้เป็นหุ้นบุริมสิทธิโดยสมัครใจ หุ้นสามัญใหม่ 18 ล้านหุ้น เพื่อใช้ในโครงการบังคับแปลงหนี้บางส่วนเป็นทุน
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|