|

SH พุ่ง 5 วัน ทำการ 264% ตลท.ชี้เข้าข่ายดันราคารอพิสูจน์เจตนา
ผู้จัดการรายวัน(13 กันยายน 2549)
กลับสู่หน้าหลัก
ตลท. เผยอยู่ระหว่างตรวจสอบการซื้อขายหุ้น ซีฮอร์ส หลังพุ่งชนซิลลิ่ง 5 วันติดต่อ ชี้เข้าใจเป็นการดันราคา แต่ขอตรวจสอบเจตนาก่อน ย้ำหากพบความผิดดำเนินการเอาผิดทันที “สุทธิชัย” แจงขอข้อมูลซื้อขาย D1 จากโบรกเกอร์ตรวจสอบราคาหุ้น ชี้ "แอพพลิเคชั่น โฮสติ้ง" ไม่สามารถเข้าจดทะเบียนได้อีกหลังเตรียมเป็นธุรกิจหลักของดราก้อนวัน
ความเคลื่อนไหวราคาหุ้น บริษัท ซีฮอร์ส จำกัด (มหาชน) หรือ SH หลังจากตลาดหลักทรัพย์อนุญาตให้กลับเข้ามาซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ได้อีกครั้งเมื่อวันที่ 6 ก.ย. 49 โดยราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง 5 วันติดต่อหลังจากที่ราคาหุ้นก่อนหน้านี้ (18 ส.ค.) ปิดที่ 7 บาท
ทั้งนี้ ราคาหุ้นหลังกลับเข้ามาซื้อขายในวันที่ 6 ก.ย. ปิดที่ 9.10 บาท เพิ่มขึ้น 2.10 บาท หรือ 30% ก่อนจะปรับเพิ่มมาปิดที่ 11.80 บาท เพิ่มขึ้น 2.70 บาท หรือ 29.67% ในวันที่ 7 ก.ย. ขณะที่ในวันที่ 8 ก.ย. ราคาปรับขึ้นมาปิดที่ 15.30 บาท เพิ่มขึ้น 3.50 บาท หรือ 29.66% และขยับมาปิดที่ 19.80 บาท เพิ่มขึ้น 4.50 บาท หรือ 29.41% ในวันที่ 11 ก.ย. ขณะที่ราคาหุ้นล่าสุดวานนี้ (12 ก.ย.) ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาปิดที่ 25.50 บาท เพิ่มขึ้น 5.70 บาท หรือ 28.79% มูลค่าการซื้อขายเพียง 1.54 ล้านบาท โดยหากพิจารณาการปรับตัวขึ้นของราคาหุ้น 5 วันทำการ ตั้งแต่วันที่ 6 ก.ย.-12 ก.ย. ราคาปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 18.50 บาท หรือ 264%
นายสุทธิชัย จิตรวาณิช รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานกำกับตลาด ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า การที่ราคาหุ้นของ บริษัท ซีฮอร์ส จำกัด (มหาชน) หรือ SH ได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นเวลา 6 วันนั้น ตลาดหลักทรัพย์ฯได้มีการเข้าไปตรวจสอบการซื้อขายตั้งแต่วันแรกว่าใครเข้ามาซื้อขาย และมีเจตนาอย่างไร เพื่อนำข้อมูลทุกอย่างมาวิเคราะห์ว่าจะเข้าองค์ประกอบความผิดใด ซึ่งในแง่ของประมาณการซื้อขายนั้นยังไม่เข้าเกณฑ์ แต่ในเรื่องราคาหุ้นมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง
"ราคาหุ้นซีฮอร์สมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงนั้นและเป็นรายการเดียวที่เกิดขึ้นทำให้สามารถที่จะเข้าไปตรวจสอบได้ง่าย แน่นอนการที่ราคาหุ้นมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงนั้นจะทำให้มีการเข้าใจว่าเป็นการดันราคาแน่นอน แต่ทางตลาดหลักทรัพย์จะต้องมีการเข้าไปตรวจสอบว่าผู้ซื้อมีเจตนารมณ์อย่างไร ซึ่งจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นเป็นการส่งสัญญาณอย่างไรหรือไม่” นายสุทธิชัย
สำหรับบริษัทซีฮอร์สประกอบธุรกิจอาหารแช่แข็งและมีแผนการดำเนินงานธุรกิจของบริษัทซึ่งได้มีการให้ข้อมูลแก่ตลาดหลักทรัพย์และนักลงทุนเพื่อที่จะใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจในการลงทุนแล้ว ซึ่งบริษัทซีฮอร์สได้มีการแจ้งว่า บริษัทมีผลการดำเนินงานขาดทุน 20 ล้านบาท มีส่วนผู้ถือหุ้น 160 ล้านบาท และบริษัทจะมีการเพิ่มทุนจดทะเบียนจำนวน 2,600 ล้านบาท โดยการเสนอขายหุ้นให้แก่นักลงทุน 2 ราย ซึ่งจะจัดให้มีการประชุมผู้ถือหุ้นในวันที่ 2 ตุลาคมนี้
นายสุทธิชัย กล่าวอีกว่า กรณีราคาหุ้น บริษัท ดราก้อน วัน จำกัด (มหาชน) หรือ D1 มีการเปลี่ยนแปลงนั้น ตลาดหลักทรัพย์ก็ได้มีการเข้าไปตรวจสอบการซื้อขาย โดยได้มีการขอรายชื่อการซื้อขายหุ้นดังกล่าวจากบริษัทหลักทรัพย์เพื่อนำมาประมวลวิเคราะห์ หากเข้าองค์ประกอบความผิดก็จะเข้ากระบวนการคณะอนุกรรมการกฎหมายและจะส่งต่อข้อมูลการตรวจสอบให้สำนักลงทุนคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ดำเนินการต่อไป
สำหรับขั้นตอนขณะนี้ ดราก้อน วัน กำลังดำเนินงานร่วมกับตลาดหลักทรัพย์และที่ปรึกษาทางการเงิน ในการดำเนินการขอให้ตลาดหลักทรัพย์รับหลักทรัพย์ใหม่ หลังจากวันที่ 31 สิงหาคม ดราก้อนวันได้มีการแจ้งว่า ได้มีการขายสินทรัพย์ออกไป ทำให้เป็นบริษัทไม่มีการประกอบธุรกิจ ดังนั้น ดราก้อนวันจะต้องมีการดำเนินการเพื่อที่จะคงสถานะการเป็นบริษัทจดทะเบียน โดยจะต้องหากธุรกิจใหม่เข้ามา
ทั้งนี้การที่ดราก้อนวันจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอ (mai) ขึ้นอยู่กับ บริษัท แอพพลิเคชั่น โฮสติ้ง เซอร์วิส จำกัด (A-Host) โดยดราก้อนวันต้องมีการดำเนินการยื่นขอรับหลักทรัพย์ใหม่ภายใน 9 เดือน
อย่างไรก็ตามเมื่อธุรกิจของบริษัท แอพพลิเคชั่น โฮสติ้ง เซอร์วิส จำกัด (A-Host) นำมาเป็นแกนในการดำเนินธุรกิจของดราก้อนวันแล้ว บริษัท แอพพลิเคชั่น โฮสติ้ง เซอร์วิส ไม่สามารถที่จะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์
นายสุทธิชัย กล่าวว่า นักลงทุนควรที่จะมีการศึกษาข้อมูลข่าวสารต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างธุรกิจ เม็ดเงินลงทุนในอนาคต ฯลฯ เพื่อให้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจในการลงทุน เพราะการลงทุนมีหลายลักษณะ ทั้งระยะสั้น ระยะกลางและยาว ส่วนราคาหุ้นที่มีการเปลี่ยนแปลงนั้น นักลงทุนจะต้องมีการติดตามและใช้ดุลพินิจในการพิจารณาลงทุน ซึ่งตลาดหลักทรัพย์ได้มีการติดตามการซื้อหลายหุ้นต่างๆ ที่มีการเปลี่ยนแปลงเป็นปกติ ซึ่งหากมีการซื้อขายที่เข้าข่ายมีความผิดตลาดหลักทรัพย์ก็จะมีการดำเนินงานเป็นไปตามขั้นตอน
อนึ่งก่อนหน้านี้ คณะกรรมการบริษัท ซีฮอร์ส จำกัด (มหาชน) หรือ SH มีมติเอกฉันท์ให้เปลี่ยนแปลงมูลค่าหุ้นที่ตราไว้ (ราคาพาร์) จากหุ้นละ 10 บาท เป็นหุ้นละ 1 บาท และเพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 180 ล้านบาท เป็น 2,780 ล้านบาท ด้วยการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 2,600 ล้านหุ้น มูลค่าค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท รวมทั้งสิ้น 2,600 ล้านบาท
ทั้งนี้ บริษัทจะเสนอขายในลักษณะเฉพาะเจาะจงให้กับนายวรเจตน์ อินทามระ จำนวน 2,179 ล้านหุ้น และนายสมโภชน์ อาหุนัย 421 ล้านหุ้น รวม 2,600 ล้านหุ้น ซึ่งเป็นบุคคลที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับบริษัท ในราคาหุ้นละ 0.63 บาท โดยคำนวณจากราคาส่วนลด 10% โดยหลังจากการเพิ่มทุนครั้งนี้ นายวรเจตน์ อินทามระ และนายสมโภชน์ อาหุนัย จะถือหุ้นในสัดส่วน 78.38% และ 15.14% ของทุนจดทะเบียน หรือรวมทั้งสิ้น 93.52% ของทุนจดทะเบียนรวม 2,780 ล้านบาท
นอกจากนี้ยังมีมติอนุมัติให้ปรับเปลี่ยนโครงสร้างการประกอบธุรกิจ โดยเพิ่มธุรกิจที่สามารถสร้างผลกำไรสูง เช่น ธุรกิจพลังงาน ธุรกิจผลิต จำหน่าย และบริการเครื่องมืออุปกรณ์ที่ใช้เทคโนโลยีชั้นสูง (High technology) ซึ่งจะดำเนินการควบคู่กับธุรกิจอาหารทะเลแช่แข็งที่ดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|