|

เครือวิจิตราฯปลื้มยอดขายเดอะรอยัลพุ่งนักการเมือง-บรูไนชอปบ้านหรูบางแสน
ผู้จัดการรายวัน(11 กันยายน 2549)
กลับสู่หน้าหลัก
" ไลม่า แลนด์ฯ "เครือวิจิตรา กรุ๊ป สวนกระแสตลาดบ้านหรูขนาดใหญ่ ผุดโครงการไฮเอ็นท์ "เดอะ รอยัล สามมุข" มูลค่ากว่า 500 ล้านบาท ระบุนักการเมือง-เศรษฐีบรูไนควักเงินซื้อหลายหลัง แจงไม่เกิน 8 เดือนปิดการขายแน่ เล็งพัฒนาเฟส 2 มูลค่าเกือบ 300 ล้านบาท หากตลาดยังเอื้ออำนวย ยอมรับที่ดินในบางแสนราคาพุ่ง แต่ภาครัฐ-สำนักงานทรัพย์สินฯครอบครองเกือบหมด เอกชนจิ๊บจ๊อย
นางสาวนวณัฐ สุขะมงคล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไลม่า แลนด์ ลอร์ด จำกัด ในเครือวิจิตรา กรุ๊ป เปิดเผยถึงภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์โซนบางแสนว่า ความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยยังเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะที่อยู่อาศัยระดับราคาสูงการแข่งขันไม่ค่อยรุนแรง เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมา ผลของการสำรวจตลาดพบว่า ที่อยู่อาศัยในย่านบางแสนส่วนใหญ่จะมีขนาดที่พัก 3 ห้องนอน ซึ่งจะเป็นโครงการขนาดกลาง ราคาขายประมาณ 6-8 ล้านบาท ส่วนโครงการจัดสรรระดับล่างจะอยู่ที่ประมาณ 1.8-3 ล้านบาท ส่วนใหญ่จะเป็นนักพัฒนาโครงการจากท้องถิ่นเป็นหลัก
อย่างไรก็ตาม พฤติกรรมของลูกค้าที่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัยในบางแสนจะประกอบธุรกิจ และต้องการที่อยู่อาศัยขนาดใหญ่ขนาด 4-6 ห้องนอน โดยเหมาะสำหรับเป็นบ้านหลังแรกของครอบครัวขยาย แต่ที่ผ่านมา ยังไม่ค่อยพบว่าจะมีโครงการที่อยู่อาศัยจะพัฒนาที่อยู่อาศัยขนาดใหญ่ ดังนั้น ทางบริษัทฯจึงนำความต้องการของลูกค้าในตลาด มาพัฒนาเป็นโครงการที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้ากลุ่มดังกล่าว ภายใต้ชื่อ เดอะ รอยัล สามมุข ตั้งอยู่ในบริเวณถนนบางแสน-อ่างศิลา บนพื้นที่ประมาณ 18 ไร่เศษ จำนวน 28 ยูนิต ราคาขายเฉลี่ยของบ้าน 15-28 ล้านบาท มูลค่าโครงการ 518 ล้านบาท
โครงการเดอะ รอยัล สามมุข มีแบบบ้านให้เลือก 5 แบบ เฉลี่ย 1 แบบต่อการสร้างที่อยู่อาศัย 7-8 ยูนิต และได้รับการสนับสนุนแหล่งสินเชื่อจากธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL โดยในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ทางโครงการได้เปิดขาย Pre-Sale ไปแล้ว ปรากฏว่ามีลูกค้าทั้งชาวไทยและต่างประเทศเข้ามาจองซื้อแล้ว 6 ยูนิต คิดเป็นมูลค่าขาย 120 ล้านบาท เฉลี่ยอยู่ที่ 18 ล้านบาทต่อยูนิต แยกเป็นส่วนของลูกค้าในท้องถิ่น 60% และ 40% จะมาจากกรุงเทพฯและลูกค้าต่างชาติ คาดว่าภายในระยะ 8 เดือนข้างจะสามารถปิดการขายโครงการได้อย่างแน่นอน
ผู้สื่อข่าวรายงาน มีลูกค้าระดับวีไอพีที่อยู่ในหลากหลายอาชีพเข้ามาจับจอง อาทิเช่น นักการเมือง นักธุรกิจ และเศรษฐีจากประเทศบรูไน เป็นต้น
"เดิมที่ดินดังกล่าวทางไลม่า แลนด์ฯได้ซื้อจากบริษัทแม่ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ราคาในช่วงนั้นประมาณ 4 ล้านบาทต่อไร่ แต่ปัจจุบันราคาที่ดินในบางแสนได้ขยับสูงขึ้นมาอยู่ที่ 6 ล้านบาทต่อไร่ ซึ่งที่ดินดังกล่าวมีศักยภาพในการพัฒนาโครงการ เนื่องจากที่ดินในบางแสนค่อนข้างจะหาแปลงใหญ่จากเอกชนยากมาก เพราะภาครัฐและสำนักงานทรัพย์ส่วนพระมหากษัตริย์จะครอบครองเกือบหมด อาทิเช่น ตระกูลคุณปลื้ม ได้เช่าพื้นที่ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) พัฒนาในรูปแบบครบวงจร "นางสาวนวณัฐกล่าวและว่า
ทางบริษัทไลม่าฯ ยังมีที่ดินสะสมอีก 10 ไร่อยู่ตรงข้ามโครงการดังกล่าว ซึ่งจะมีแนวคิดพัฒนาโครงการจัดสรรที่มีกลิ่นอายที่มีความเป็นบางแสนเช่นเดิม โดยจะนำผลตอบรับจากเฟสแรกและสภาวะของตลาดที่อยู่อาศัยมาประยุกต์ให้เข้ากับการพัฒนาในเฟสที่ 2 ซึ่งหากจะพัฒนาคาดว่ามูลค่าโครงการประมาณ 272 ล้านบาท นอกจากนี้ ในกลุ่มวิจิตรา กรุ๊ป ยังมีที่ดินสะสม(แลนด์แบงก์)ในภาคตะวันออกอีกไม่ต่ำกว่า 5,000 ไร่ โดยรอจังหวะที่ตลาดเอื้ออำนวยก่อน
" แนวทางการพัฒนาบริษัทไลม่าฯจะวางตัวเองพัฒนาโครงการขนาดเล็ก มีจำนวนยูนิตไม่มากประมาณ 20-30 ยูนิต แต่มีความหลากหลายในรูปแบบของบ้าน ที่มีความเป็นเอกลักษณ์ ระดับราคาค่อนข้างสูงหรือกลุ่มลูกค้าพรีเมี่ยม " กรรมการผู้จัดการบริษัทฯกล่าว
อนึ่ง บริษัทวิจิตรา กรุ๊ป ได้เข้ามาบุกเบิกตลาดที่อยู่อาศัยในจังหวัดชลบุรีเป็นรายแรกประมาณปี 2538 พัฒนาโครงการบ้านเดี่ยว 2 ชั้น ระดับราคา 3 ล้านบาท เน้นกลุ่มเป้าหมายระดับสูง จำนวน 500 ยูนิต ซึ่งได้ปิดการขายไปนานแล้วในส่วนของเมืองชลบุรี ต้องถือว่ามีความเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่ผลจากการเปิดใช้สนามบินสุวรรณภูมิได้ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงเมืองชลบุรีและบางแสน ได้รับความสนใจจากนักธุรกิจมากขึ้น หรือจะกล่าวว่าเป็นเมืองของนักธุรกิจก็ไม่ผิด ที่สำคัญเมืองชลบุรีจะมีสภาพเป็นเมืองที่ 2 รองจากกรุงเทพฯ
ม.ล.ภาวินี สันติศิริ (ศุขสวัสดิ์) กรรมการผู้จัดการ บริษัท สหัสชา จำกัด กล่าวยอมรับว่า เป็นโครงการแรกที่เข้ามาออกแบบและตกแต่งภายในให้แก่โครงการ จากปกติที่จะเน้นออกแบบให้แก่เจ้าของกิจการขนาดใหญ่ เช่น ออกแบบและตกแต่งให้นายเจริญ สิริวัฒนภักดี เจ้าของธุรกิจนำเมาของเมืองไทยและอสังหาริมทรัพย์ เป็นต้น โดยสาเหตุที่รับออกแบบโครงการนี้ เพราะมีความสนิทสนมกับผู้บริหารเป็นการส่วนตัว และเห็นความตั้งใจจริงในการพัฒนาโครงการระดับหรู ซึ่งในครั้งแรกตนไม่ค่อนข้างกังวลว่า บ้านราคาสูงในบางแสนจะได้รับนิยม แต่ขณะนี้โครงการมียอดขายดีเกินคาด ซึ่งบ้านแต่ละแบบที่ทำมาจะเน้นกลุ่มเป้าหมายชัดเจน สามารถเป็นที่อยู่อาศัยรองรับลูกหลานได้ถึง 3 รุ่น
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|