|

กรีนสปอตยกเครื่องรุกใหม่ปีหน้า
ผู้จัดการรายวัน(5 กันยายน 2549)
กลับสู่หน้าหลัก
กรีนสปอต โหนกระแสสแปลช-ทรอปิคาน่าละเลงศึกกระทุ้งตลาดน้ำผลไม้อีโคโนมี่โต ลั่นกลองสร้างธุรกิจขาที่สอง เปิดตัวรสชาติพร้อมยกเครื่องใหม่ ลุยตลาดน้ำผลไม้อีโคโนมี่ปีหน้า ระบุได้รับอานิสงส์จากสองค่ายใหญ่ ยอดขายโตพรวดจากตัวเลขหลักเดียวเป็นสองหลัก
นายชนิต สุวรรณพรินทร์ ผู้จัดการทั่วไปสายงานการตลาด บริษัท กรีนสปอต (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายนมถั่วเหลืองไวตามิ้ลค์ และน้ำส้มกรีนสปอต เปิดเผยว่า จากการที่ค่ายใหญ่ในวงการน้ำอัดลมอย่างโค้กเปิดตัวน้ำผลไม้สแปลช และเป๊ปซี่เปิดตัวน้ำผลไม้ทรอปิคาน่าลงสู่ตลาดน้ำผลไม้เซกเมนต์อีโคโนมีมูลค่า 1,548 ล้านบาท เป็นผลพวงทำให้กรีนสปอตน้ำผลไม้ที่วางโพซิชั่นนิ่งเป็นเครื่องดื่มไม่อัดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มากว่า 50 ปี ซึ่งอยู่ในตลาดเดียวกันมีอัตราการเติบโตที่เพิ่มขึ้น จากเดิมโตเป็นตัวเลขหลักเดียวกลับมีอัตราการเติบโตเป็นตัวเลขสองหลัก
ดังนั้นในปีหน้านี้ บริษัทได้เตรียมดำเนินแผนการตลาดในเชิงรุก ประเดิมด้วยการออกรสชาติใหม่ จากปัจจุบันกรีนสปอตมีเพียงรสชาติเดียว คือ น้ำส้ม ส่วนรสชาติเลมอน-ฮันนี ซึ่งเปิดตัวเมื่อปี 2546 ได้เลิกทำตลาดไปนานแล้ว ส่วนการปรับภาพลักษณ์และโฉมใหม่หรือไม่นั้น กำลังอยู่ในระหว่างการพิจารณา จากที่ผ่านมากรีนสปอตเป็นแบรนด์คลาสสิก และไม่ค่อยมีการเคลื่อนไหวทางการตลาดมากนัก โดยมีเพียงการตอกย้ำเป็น "อร่อยรสส้มแท้ๆ" เพื่อสร้างการรับรู้ต่อยอดถึงการเป็นน้ำส้มแท้ๆของกรีนสปอตเท่านั้น จึงกลายเป็นแบรนด์ที่ไม่มีความทันสมัยมากนัก
“การรับรู้ของกรีนสปอตในฐานะเป็นเครื่องดื่มไม่อัดลมเป็นที่น่าพอใจแล้ว โดยจากการสำรวจพบว่ากลุ่มลูกค้าเกือบ 70% มีการรับรู้ที่ถูกต้อง และด้วยแนวโน้มกระแสสุขภาพที่กำลังมาแรงนี้ เชื่อว่ากรีนสปอตจะเป็นเครื่องดื่มที่สามารถเกาะกระแสตลาดดังกล่าวค่อนข้างดี และเป็นที่ยอมรับจากกลุ่มเป้าหมายลูกค้าได้มากขึ้น”
สำหรับแนวทางการตลาดกรีนสปอต เจาะกลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างจากสแปลชและทรอปิคาน่า ซึ่งมีเป้าหมายกลุ่มวัยรุ่นอายุ 18 ปีขึ้นไป ส่วนกรีนสปอตเจาะกลุ่มอายุ 25 ปีเป็นหลัก ขณะที่การใช้งบการทำตลาดปีหน้านี้จะเพิ่มมากขึ้น จากที่ผ่านมาใช้ต่ำกว่า 10ล้านบาท ส่วนช่องทางจำหน่ายจะเน้นเทรดิชันนัลเทรดหรือร้านค้าทั่วไปในสัดส่วนถึง 75% และโมเดิร์นเทรด 25%
ล่าสุดได้ปรับบรรจุภัณฑ์ขวดวันเวย์ พร้อมกับการขยายบรรจุภัณฑ์ดังกล่าวในสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นจาก 30% เป็น 35% และขวดคืนเหลือจาก 70% เป็น 65% ทั้งนี้เป็นเพราะขวดวันเวย์มีอัตราการเติบโตสูงมาก นอกจากนี้ยังนำขวดวันเวย์จำหน่ายร้านค้าสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่นซึ่งปัจจุบันแทบทุกสาขาแล้ว โดยได้นับการตอบรับเป็นอย่างดี จากยอดขายที่เพียงหลักพันหีบเพิ่มเป็นหลักหมื่นหีบในช่องทางนี้
ปัจจุบันบริษัท กรีนสปอต มีธุรกิจที่สร้างรายได้หลักมาจากกลุ่มนมถั่วเหลืองกว่า 90% ส่วนที่เหลือไม่ถึง 10% มาจากกรีนสปอต ซึ่งเป็นธุรกิจอีกขาหนึ่งที่บริษัทกำลังจะรุกตลาดมากขึ้น เนื่องจากตลาดน้ำผลไม้อีโคโนมี่มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น จากปีนี้มีอัตราการเติบโต 15% แต่ภายหลังจากที่ค่ายใหญ่โค้กและเป๊ปซี่ลงมาสู่ตลาด คาดว่าตลาดจะมีการขยายตัวสูงเพิ่มขึ้น สำหรับตลาดน้ำผลไม้อีโคโนมี่มีผู้นำตลาด คือ ดีโด้ ครองส่วนแบ่ง 37% ส่วนอันดับสองเป็นสแปลช ซึ่งในช่วงทางร้านค้าในกรุงเทพฯ ครองส่วนแบ่ง 14%
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|