ลุ้นริชเอเชียฝ่าภาวะซบวันนี้


ผู้จัดการรายวัน(31 สิงหาคม 2549)



กลับสู่หน้าหลัก

หุ้นน้องใหม่ "ริช เอเชีย สตีล" เข้าซื้อขายวันนี้เป็นวันแรก ฝ่าภาวะตลาดหุ้นซบเซา ลุ้นราคาจะยืนเหนือจองหรือไม่ ขณะที่ฝ่ายวิจัยบล.นครหลางไทย แนะขายประเมินราคาที่เหมาะสม 1.80 บาทต่อหุ้น เหตุธุรกิจเหล็กมีรายได้ลดลงในครึ่งปีหลัง

นางสาวธริศา ชัยสุนทรโยธิน ผู้อำนวยการอาวุโส บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) นครหลวงไทย จำกัด กล่าวว่าการเข้าซื้อขายหุ้นวันแรกของ บริษัท ริช เอเชีย สตีล จำกัด (มหาชน) หรือ RICH ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยวันนี้ (31 ส.ค.) ราคาหุ้นจะเป็นอย่างไรนั้นไม่สามารถตอบได้ เนื่องจากขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น ภาวะตลาด แต่หากพิจารณาในด้านปัจจัยพื้นฐานของบริษัทแล้ว ฝ่ายวิจัยบล.นครหลวงไทยแนะนำขาย โดยประเมินราคาหุ้นเหมาะสมปีนี้ที่ระดับ 1.80 บาทต่อหุ้น เนื่องจากมองว่าในครึ่งปีหลังบริษัทที่ประกอบธุรกิจเหล็กจะมีรายได้ลดลงทุกบริษัท เพราะต้นทุนการดำเนินงานจะสูงขึ้นจากราคาเหล็กที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่าในช่วงครึ่งปีแรกทำให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวลดลงเหลือ 4% จากครึ่งปีแรกที่ 5%

นอกจากนี้ธุรกิจซื้อมาขายไป (เทรดดิ้ง) จะมียอดขายลดลงเช่นกัน จากที่ธุรกิจดังกล่าวขึ้นอยู่กับการก่อสร้าง ซึ่งจากการที่ยังไม่มีความชัดเจนในเรื่องการจัดตั้งรัฐบาลทำให้การลงทุนก่อสร้างต่างๆ จะยังไม่เกิดขึ้น โดยคาดว่ารายได้รวมปีนี้ของ RICH อยู่ที่ 4,868 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 92 ล้านบาท ซึ่งมีรายได้ลดลงจากปี 2548 ที่มีรายได้ 4,905 ล้านบาท ซึ่งบริษัทคาดว่ารายได้ในปี 2550 จะเติบโตไม่มากนัก จากการลงทุนก่อสร้างต่างๆ จะเกิดขึ้นไม่มากนักแม้จะมีการจัดตั้งรัฐบาลแล้ว แต่ต้องใช้ระยะเวลาในการดำเนินการ ประกอบกับต้นทุนเพิ่มขึ้นจากราคาน้ำมัน ทำให้มาร์จิ้นยังอยู่ระดับต่ำที่ 4.12% โดยมองราคาหุ้นเหมาะสมที่ 1.60บาทต่อหุ้น

“บริษัทแนะนำขายหุ้นริช เอเชีย สตีล จากมองว่าราคาหุ้นที่ 2.25 บาทต่อหุ้น สูงเกินไป โดยบริษัทประเมินราคาหุ้นเหมาะสมปีนี้ 1.80 บาทต่อหุ้น ถึงแม้ผลประกอบการในครึ่งปีแรกจะเติบโตดี แต่ในครึ่งปีหลังผลประกอบการจะปรับตัวลดลงจากมาร์จิ้นที่ลดลงจากต้นทุนการดำเนินงานใหม่ที่สูงขึ้นจากราคาเหล็กที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น” นางสาวธริศา กล่าว

บริษัทหลักทรัพย์ บีที ได้ออกบทวิเคราะห์หุ้นบริษัท ริช เอเชีย สตีล โดยระบุว่า ภายใต้สถานการณ์เหล็กกลับสู่ภาวะปกติ คาดปริมาณขายเหล็กปรับตัวดีขึ้นเฉลี่ย 2.8 แสนตัน และ 3.08 แสนตันในปี 2549 และ 2550 ตามลำดับ และภายหลังระดับราคาเหล็กปรับลดลงมาสู่ระดับต่ำสุดเมื่อปลายปีที่ผ่านมาและต่อเนื่องมายังไตรมาสหนึ่งปีนี้ และมองว่าผู้ประกอบการรายใหญ่ทั้งในประเทศและต่างประเทศมีการรวมตัวกันมากขึ้น ทำให้ราคามีการปรับตัวดีขึ้น คาดเฉลี่ย 1.9 หมื่นบาทต่อตัน ในปี 2549 และ 1.99 หมื่นบาทต่อตัน ในปีหน้า โดยประเมินราคาเป้าหมายที่ 2.48 บาท ซึ่งจะมีค่าพี/อี เรโช 8 เท่า ซึ่งเป็นระดับเดียวกับกลุ่ม


กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.