บอร์ด“กสท”นัดทีโอทีเคาะราคาหุ้นไทยโมบายยกแรก 30 ส.ค.นี้


ผู้จัดการรายวัน(28 สิงหาคม 2549)



กลับสู่หน้าหลัก

ลุ้นหุ้นไทยโมบายเตรียมเคาะราคาจบที่ราคาพันล้านหรือไม่ บอร์ด กสท นัดบอร์ดทีโอที ถกมูลค่าหุ้น 30 สิงหาคมนี้ ปลัดไกรสร นั่งแท่นไกล่เกลี่ย พนักงานรอลุ้นให้จบโดยเร็วหวั่นถูกยึดคลื่นสามจีหากยื้อไปมา ขณะเดียวกันบอร์ด กสท เห็นชอบลงทุนเคเบิลใต้น้ำใยแก้วกับ 9 ประเทศ ขึ้นฝั่งอเมริกา มูลค่า 3,600 ล้าน

นายพิศาล จอโภชาอุดม รักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กสท โทรคมนาคม กล่าวว่าที่ประชุมกรรมการ (บอร์ด) ได้มีมติเห็นชอบให้มีการเจรจาเรื่องมูลค่าที่เหมาะสมของ บริษัท เอซีที โมบาล์ย และกิจการร่วมค้าไทยโมบาย (ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ไทยโมบาย 1900) กับ บริษัท ทีโอที ให้ได้ข้อสรุปและเป็นที่ยอมรับของทั้งสองฝ่าย โดยบอร์ดจะเข้าหารือร่วมกันกับบอร์ดทีโอทีในวันที่ 30 สิงหาคมนี้ โดยมีนายไกรสร พรสุธี ปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เป็นประธานฯ ซึ่งทำหน้าที่ในฐานะประธานบอร์ดไทยโมบาย เพื่อหารือในข้อสรุปในมูลค่าหุ้น

“ทางบอร์ดต้องการให้เรื่องปัญหามูลค่าหุ้นไทยโมบายจบลงให้ชัดเจนพอใจกันทั้งสองฝ่าย ถึงแม้ก่อนหน้านี้บอร์ดชุดเก่าจะเคยลงมติยอมซื้อขายหุ้นให้แล้ว แต่การเจรจาในเรื่องมูลค่าในธุรกิจไม่ชัดเจน จึงทำให้เรื่องนี้ยืดเยื้อ”

สำหรับการเจรจาครั้งนี้เป็นหนึ่งในภารกิจเร่งด่วนที่ได้รับมอบหมายจาก น.พ.สุชัย เจริญรัตนกุล รองนายกรัฐมนตรี และรักษาการ รมว.ไอซีที ให้เข้ามาสางปัญหาให้เกิดข้อสรุประหว่างทั้งสองหน่วยงาน และต้องการให้ธุรกิจไทยโมบาย สามารถเดินหน้าให้บริการแก่ประชาชนได้

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ทีโอทีมีข้อเสนอซื้อไทยโมบาย 1900 ในสัดส่วนหุ้นที่กสท ถืออยู่ 42% ในราคา 1,310 ล้านบาท พร้อมสิทธิคลื่นความถี่ โดยทีโอทีได้อ้างถึงการแบกภาระหนี้สินที่เกิดจากการจ้างบริษัท สามารถ คอร์ปอเรชั่น ทำระบบบิลลิ่ง 1,400 ล้านบาท บริษัทซีเมนส์ ในการนำซื้ออุปกรณ์จำนวน 700 ล้านบาท และยังไม่รวมถึงภาระหนี้สินจากการบริหารธุรกิจอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งทาง บอร์ด กสท พร้อมรับและยินดีที่จะขาย เพื่อให้เกิดข้อยุติและเป็นการลดการลงทุนซ้ำซ้อน ถึงแม้ก่อนหน้านี้จะเคยมีเสนอขายหุ้นเป็นมูลค่ากว่า 3 พันล้านบาท

แหล่งข่าวจากไทยโมบาย กล่าวว่า ตอนนี้อยากให้เรื่องนี้จบลงโดยเร็ว เพราะในปัจจุบันมีผู้ใช้บริการเพียงแค่กว่า 1 แสนราย ซึ่งผลมาจากที่ไทยโมบายไม่ได้มีกิจกรรมทางการตลาดในการสร้างลูกค้าใหม่มาเป็นระยะเวลากว่า 2 ปี ด้วยเหตุที่ธุรกิจจากการร่วมทุนไม่มีความชัดเจน จึงทำให้ฝ่ายบริหารทีโอทีไม่กล้านำเงินเข้ามาลงทุนหรือสนับสนุนได้ ดังนั้นการให้บริการจึงอยู่ในลักษณะพยุงหรือประคองตัวให้อยู่รอดไปได้

“พนักงานไทยโมบายต่างรอลุ้นกับเรื่องนี้ เพราะอยากให้ทุกอย่างเดินหน้า เดินตามแผนที่เคยวางไว้ หากยังเป็นอย่างนี้อาจจะส่งผลให้ กทช. เข้ามาดูถึงสิทธิการบริหารคลื่นความถี่ 3 จี รวมถึงค่าบำรุงรักษาเลขหมายที่ในอนาคตก็จะต้องจ่ายให้ กทช. หรือไม่เช่นนั้นต้องอาจส่งคืนได้”

นายพิศาล กล่าวว่า ที่ประชุมยังมีเห็นชอบให้ กสท ดำเนินโครงการระบบเคเบิลใต้น้ำใยแก้ว ASIA AMERICA GATEWAY (AAG) ร่วมกับภาคีสมาชิก 9 ประเทศ มูลค่ากว่า 4 หมื่นล้านบาท โดย กสท จะใช้วงเงินลงทุนจากรายได้ของตนเอง เป็นจำนวน 3,600 ล้านบาท โดยเห็นว่าการดำเนินงานดังกล่าวจะเป็นส่วนหนึ่งที่จะผลักดันให้ กสท เป็นศูนย์กลาง (ฮับ) ในการให้บริการโทรคมนาคมของภูมิภาคนี้ต่อไป และเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในด้านบริการสื่อสารระหว่างประเทศ

ทั้งนี้ กสท จะต้องนำเสนอโครงการเข้าขออนุมัติวงเงินจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในเร็วๆ นี้ โดยจะดำเนินการผ่านกระทรวงไอซีที สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ให้รับทราบถึงการเพิ่มขยายวงจรเกตเวย์จากสถานีเคเบิลใต้น้ำไปหาจุดเชื่อมต่อในประเทศสมาชิก

“การลงทุนครั้งนี้จะช่วยให้ กสท รองรับในด้านทราฟิกที่ไปยังอเมริกาได้ดีขึ้นรวมถึงจุดอื่นๆ ที่เป็นสมาชิก ซึ่งจะเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับโอเปอเรเตอร์ที่เข้ามาเชื่อมต่อวงจร หรือผู้ที่จะให้บริการสื่อสารรายใหม่ โดยโครงการนี้จะใช้เวลาดำเนินการปีครึ่งแล้วเสร็จได้ หาก ครม.อนุมัติได้ก็จะดำเนินการทันที”


กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.