|

ท็อปปรับทัพคุมเข้มฟู้ดส์
ผู้จัดการรายวัน(30 สิงหาคม 2549)
กลับสู่หน้าหลัก
ท็อป ปรับทัพใหญ่เกาะเทรดอาหารสดปีนี้แรง ชูความมีมาตรฐานสูงเรียกลูกค้า ระบุโอกาสสั่งเพิ่มและถอดซัปพลายเออร์มีสูงหากสินค้าต่ำกว่ามาตรฐานหรือทับซ้อนกัน พร้อมเดินเครื่องขยายสาขา คาดสิ้นปีดันยอดทั้งกลุ่มยังโต 15% กวาดหมื่นล้านบาท
นางจิตริณี วิชชุดากร รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายจัดซื้อและบริหารสินค้าผลิตภัณฑ์อาหารสด บริษัท เซ็นทรัล ฟู๊ด รีเทล จำกัด เปิดเผยว่า จากแผนดำเนินงานปีนี้บริษัทฯ ได้ปรับปรุงรูปแบบการบริหารการจัดการ รวมทั้งคุณภาพสินค้าใหม่ ล่าสุดจึงได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการจัดระบบใหม่ เพื่อเพิ่มระดับคุณภาพของซัปพลายเออร์ทั้งหมดที่ร่วมเป็นพันธมิตรกับบริษัทฯ
โดยได้มีการปรับปรุงและเพิ่มมาตรฐานของสินค้าให้ได้มาตรฐานที่สูงสุด เพื่อเป็นอีกทางหนึ่งในการสร้างความเชื่อมั่นของกลุ่มผู้บริโภค ในแง่ของการคิดและการตัดสินใจในการเข้ามาจับจ่ายในสินค้าทั้งหมดที่มีอยู่
ปัจจุบันซัปพลายเออร์ทั้งหมดของบริษัทฯ มีอยู่กว่า 2,000 ราย แบ่งออกเป็นรายใหญ่มีอยู่กว่า 70 - 80 ราย ซึ่งภายหลังจากการร่วมเป็นพันธมิตรกันระหว่างบริษัทฯ พบว่าสินค้าบางรายก็ยังไม่ได้รับมาตรฐาน ซึ่งถ้าหากว่าซัปพลายเออร์บางรายมีศักยภาพที่ลดน้อยลงหรือเป็นสินค้าที่ทับซ้อนกับสินค้าตัวอื่น ก็จำเป็นต้องลดหรือถอดออกตามความเหมาะสม
ทั้งนี้สินค้าของท็อปฯ ทั้งหมดมีอยู่ 2 ประเภท ซึ่งประกอบด้วยสินค้าที่อยู่ในประเภทอาหารแห้ง, และอาหารสด โดยสัดส่วนแบ่งเป็นอาหารแห้ง 75% อาหารสด 25% ซึ่งสัดส่วนโดยรวมนั้นกลุ่มประเภทสินค้าที่อยู่ในแผนกของอาหารสด มีการเติบโตมากขึ้นเป็นอย่างมากเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาที่มีการเติบโตเพียง 20% ทั้งนี้สาเหตุหนึ่งในการเติบโตของสินค้าในแผนกของอาหารสด อันเนื่องมาจากการปรับเปลี่ยนกลุ่มสินค้าในตู้แช่เข้ามาเพิ่ม จึงส่งผลให้กลุ่มอาหารนี้เพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตาม การเติบโตในแผนกอาหารนั้นถึงแม้จะมีการเติบโตอยู่บ้าง แต่เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่แน่นอน ส่งผลกระทบต่อรอบด้าน ในแง่ของกำลังซื้อของกลุ่มลูกค้าที่มีการชะลอการใช้จ่ายในสินค้ากลุ่มอื่นๆ อยู่บ้าง ส่งผลให้ยอดขายโดยรวมในครึ่งปีแรกทำได้แค่เพียง 12% เท่านั้น ในขณะที่ยอดการเติบโตโดยรวมค้าปลีกมีการโตเพียง 6%
ที่ผ่านมานั้นสินค้าที่อยู่ในกลุ่มอาหารสดจะแบ่งเป็น 5 กลุ่มหลักๆ ประกอบด้วย 1. กลุ่มเนื้อ (ไก่, หมู) 2.ซีฟู๊ด (อาหารทะเล) 3.ผักผลไม้ 4.เบเกอรี่ 5.อาหารพร้อมทาน ภายหลังจากที่บริษัทได้ปรับเปลี่ยน และมีการโยกย้ายกลุ่มสินค้าบางประเภทไป พบว่าได้รับผลตอบรับและมองว่าเป็นสินค้าที่ลงตัวได้เป็นอย่างดี
"อย่างไรก็ตามบริษัทฯ มองว่าในการปรับระบบและโยกย้ายสินค้าในบางรายการนั้นในช่วงครึ่งปีแรกนั้นได้รับผลตอบรับกลับมาในทิศทางที่ดี ดังนั้นบริษัทฯ จึงมีแผนทำตลาดในกลุ่มสินค้าในแผนกอาหารสดมากขึ้น โดยจะมุ่งเน้นหลักของ GMP CODEX เพื่อยกระดับผู้ผลิตสู่มาตรฐานสากล พร้อมตรวจสอบทุกขั้นตอนในห่วงโซ่อาหาร เพื่อให้ผู้บริโภคมั่นใจว่าสินค้าทุกรายการมีคุณภาพสูงสุด"
ด้านแผนการขยายสาขาบริษัทฯ มีแผนขยายอีก 4 - 5 สาขา ภายในสิ้นปี และนอกจากการขยายสาขาในปีนี้บริษัทฯ วางแผนจะขยายสาขาภายในปี 2550 อีกประมาณ 20 - 30 สาขา จากปัจจุบันท็อปมีสาขาอยู่กว่า 93 สาขา โดยแบ่งออกเป็นต่างจังหวัด 17 สาขา ที่เหลือเป็นกรุงเทพฯ
ในการหาพื้นที่ในการขยายสาขานั้น ยังอยู่ระหว่างการหาโลเกชั่นอยู่ซึ่งปัจจัยในการเข้าไปขยายสาขาแต่ละพื้นที่นั้นจะเน้น 3 ยุทธวิธีเช่นเคย เช่น 1.ย่านหัวเมืองใหญ่ 2.รายได้ของกลุ่มของพื้นที่ที่จะเข้าไปขยาย และ 3.พฤติกรรมการของกลุ่มผู้บริโภค
ทั้งนี้บริษัทฯ คาดหวังว่ารูปแบบการบริหารทั้ง 4 โมเดลที่ทางกลุ่มของบริษัทฯ ที่มีการบริหารงานซึ่งประกอบด้วย 1.เซ็นทรัล ฟู้ด 2.ท็อป มาร์เก็ต 3.ท็อปซุปเปอร์ 4.ท็อปซุปเปอร์มาร์เก็ต ซึ่งช่วงครึ่งปีที่ผ่านมามียอดการเติบโต 12% ซึ่งถ้าเทียบกับช่วงเศรษฐกิจอย่างนี้ รวมถึงรูปแบบที่ทางบริษัทปรับเปลี่ยน คาดว่าภายในสิ้นปีภาพรวมทั้งกลุ่มน่าจะมีการเติบโตอยู่ 15% หรือมีมูลค่ากว่าหมื่นล้านบาท
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|