|

PTTCH ชะลอแผนออกหุ้นกู้ประเมินปีหน้าดอกเบี้ยขาลง
ผู้จัดการรายวัน(29 สิงหาคม 2549)
กลับสู่หน้าหลัก
ปตท.เคมิคอล ชะลอการออกหุ้นกู้ 1.2 หมื่นล้านบาท โดยหันไปกู้เงินระยะสั้น 1 หมื่นล้านบาทภายในปีนี้ หลังประเมินแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยปีหน้าจะต่ำลง โดยวงเงินกู้ดังกล่าวจะนำไปใช้ในโครงการอีเทนแครกเกอร์และส่วนขยายเม็ดพลาสติก HDPE ของบริษัท BPE อีก 2 แสนตัน ยืนยันบริษัทมีศักยภาพจ่ายเงินปันผลต่อไป 4 ปีข้างหน้าแม้ว่าจะลงทุนค่อนข้างมากในช่วงนี้
นายอดิเทพ พิศาลบุตร์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTCH เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมจัดหาเงินกู้ระยะสั้นวงเงิน 1 หมื่นล้านบาทภายในปีนี้ เพื่อนำไปใช้ลงทุนใน 2 บริษัทย่อย คือ บริษัท พีทีที โพลิเอทธิลีน (PTTPE) และบริษัท บางกอกโพลีเอททิลีน (BPE) แทนการออกหุ้นกู้วงเงิน 1.2 หมื่นล้านบาทตามแผนเดิม เนื่องจากมองว่าแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยในระยะต่อจากนี้อาจจะปรับลดลง โดยบริษัทฯ มีภาระที่ต้องใช้เงินลงทุนในโครงการอีเทนแครกเกอร์ 1 ขนาด 1 ล้านตัน ประมาณ 1.3 พันล้านเหรียญสหรัฐ
"เรื่องหุ้นกู้ บริษัทกำลังรอดูดอกเบี้ยซึ่งในวงการมองแนวโน้มปีหน้าว่าดอกเบี้ยจะลดลง ดูแล้วปีนี้คงจะออกเป็น Short Term 1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ใช้ในโครงการไปก่อน ส่วนเงินเพิ่มทุนก็คิดว่าจะเข้ามาประมาณเดือนตุลาคมนี้ หลังประชุมผู้ถือหุ้นเรียบร้อย แม้ว่าบริษัทฯจะมีการลงทุนค่อนข้างมากในระยะ 2-3 ปีข้างหน้า แต่บริษัทยังมีความสามารถในการจ่ายเงินปันผลในอัตราไม่น้อยกว่า 30% ในช่วง 4 ปีข้างหน้า"
นางพันธ์ทิพ อึ้งผาสุข รองกรรมการผู้จัดการ สายวางแผนและพัฒนา บริษัท ปตท.เคมิคอล กล่าวว่า โครงการอีเทนแครกเกอร์ของ PTTPE คาดว่าจะได้ผู้รับเหมาก่อสร้างภายในสิ้นก.ย.นี้ และจะเริ่มผลิตได้ในไตรมาส 4/2552 โดยมูลค่าการลงทุนโครงการที่เพิ่มสูงขึ้นจาก 960 ล้านเหรียญสหรัฐ เป็น 1,300 ล้านเหรียญสหรัฐ มาจากต้นทุนค่าก่อสร้างเพิ่มขึ้นทั้งปูนซีเมนต์และเหล็ก โดยมีผลตอบแทนการลงทุนไม่ต่ำกว่า 15% บนสมมติฐานว่าราคาน้ำมันดิบอยู่ที่ 40 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล หากราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นผลตอบแทนก็จะยิ่งมากขึ้นตามไปด้วย
ทั้งนี้ การก่อสร้างโครงการดังกล่าวอยู่ในช่วงที่เหมาะสมถือเป็นช่วงขาขึ้นของอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ประกอบกับราคาค่าก่อสร้าง และวัตถุดิบในปัจจุบันมีความชัดเจน รวมทั้งบริษัทฯ ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาขยายกำลังการผลิตเม็ดพลาสติก (HDPE) ของ BPE เพิ่มขึ้นอีก 2 แสนตัน/ปี จากปัจจุบัน 2.5 แสนตัน/ปี คาดว่าจะได้ข้อสรุปใน 2-3 เดือน และใช้เงินลงทุนไม่มาก ใช้ระยะเวลาก่อสร้าง 2 ปี
ขณะนี้ ราคาเอทิลีนได้ปรับตัวขึ้นไปสูงถึง 1,200-1,300 เหรียญสหรัฐ/ตัน ซึ่งถือว่าเป็นราคาสูงสุดในรอบ 10 ปี เป็นผลมาจากราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น และตลาดมีความต้องการสูง โดยเฉพาะจากจีน ขณะเดียวกันครึ่งปีหลังนี้จะมีโรงงานปิดซ่อมบำรุงมาก จึงคาดว่าราคาเอทิลีนจะทรงตัวอยู่ในระดับนี้จนถึงสิ้นปี และทำให้ส่วนต่างผลิตภัณฑ์ในครึ่งปีหลังปรับเพิ่มขึ้นเป็น 600 กว่าเหรียญสหรัฐ/ตัน จากครึ่งปีแรกที่มีราคาส่วนต่างประมาณ 500 กว่าเหรียญสหรัฐ/ตัน
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|