ซีพีใช้เครือข่ายเพิ่มยอดขาย


ผู้จัดการรายวัน(21 มกราคม 2546)



กลับสู่หน้าหลัก

นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ ได้ประกาศนโยบายเครือเจริญโภคภัณฑ์สู่ศตวรรษที่ 21 แก่บรรดาผู้บริหารระดับสูงของบริษัทในเครือเจริญโภคภัณฑ์ เนื่องในในโอกาสครบรอบ 82 ปี เครือเจริญโภคภัณฑ์และเจียไต๋

โดยเครือเจริญโภคภัณฑ์ยังให้ความสำคัญในธุรกิจหลัก ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจผลิตและจำหน่ายอาหาร ธุรกิจโทรคมนาคม และธุรกิจค้าปลีก ส่วนในจีนนอกจาก 3 ธุรกิจหลักดังกล่าวแล้ว ยังมีธุรกิจมอเตอร์ไซค์

ซึ่งกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจคือการสร้างเครือข่ายการขาย และการสร้างเครื่องหมายการค้า (Trademark) ให้แข็งแกร่งมากขึ้น เพื่อเป็นผู้นำในธุรกิจการค้าโลก รวมทั้งให้ความสำคัญกับธุรกิจขนส่ง (Logistics) และศูนย์รับส่งและกระจายสินค้า (Distribution Center) เพื่อก้าวไปสู่เป้าหมายการเป็น “Global Thai Company”

“ปัจจุบันเครือเจริญโภคภัณฑ์มีธุรกิจรวมแล้วกว่าครึ่งโลก เรามีเครือข่ายมาก แต่ยังไม่ได้ใช้เครือข่ายที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ไม่ว่าจะเป็นเครือข่ายในไทย หรือ เครือข่ายในประเทศต่าง ๆ อย่างเช่น ในจีนเรามีโรงงานจำนวน 109 แห่งทั่วประเทศ และยังมีฐานการผลิตในอินเดีย บังคลาเทศ ปากีสถาน มาเลเซีย อินโดนีเซีย เขมร เวียดนาม พม่า ฮ่องกง สิงคโปร์ ไต้หวัน ฯลฯ รวมจำนวนประชากรกว่า 3,000 ล้านคน ดังนั้นหากเราสามารถใช้เครือข่ายที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์ทางด้านการขายมากขึ้น เพื่อผลิตและขายสินเค้าในประเทศนั้น ๆ และยังส่งออกไปยังประเทศที่ร่ำรวย เช่น ยุโรป สหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น เป็นต้น รวมทั้งนำสินเค้าของประเทศดังกล่าวมาแปรสภาพเพื่อนำไปขายยังประเทศต่าง ๆ ที่เรามีฐานหรือเครือข่ายอยู่ โดยใหัความสำคัญกับการสร้าง Trademark ของเราให้แข็งแกร่งขึ้น ก็จะทำให้ซีพีเจริญเติบโตเป็น “Global Thai Companyที่น่าภาคภูมิใจ”

นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้ให้ความสำคัญกับธุรกิจขนส่ง ศูนย์รับส่งและกระจายสินค้า (Logisitcs & Distribution Center) เนื่องจากเป็นธุรกิจที่มีความสำคัญ เพราะการซื้อขายสินค้าไม่ว่าด้วยวิธีใดจะต้องใช้การขนส่งสินค้าไปให้ถึงมือผู้บริโภค ธุรกิจจะกำไรหรือไม่อยู่ที่การบริหารการรับส่งและกระจายสินค้าและการขนส่ง ซึ่งเครือเจริญโภคภัณฑ์อยู่ระหว่างการศึกษาและพัฒนาธุรกิจดังกล่าวนี้โดยมี มร.เลียวนาร์ด วาร์ด (Mr. Leonard H.War) อดีตประธานบริษัท วอลมาร์ท สหรัฐอเมริกา มาเป็นที่ปรึกษา

ทั้งนี้จะพัฒนาซอฟท์แวร์ของธุรกิจการขนส่งและการกระจายสินค้าให้ดียิ่งขึ้น เพื่อรองรับการขยายตัวในธุรกิจนี้ โดยใช้ศักยภาพที่มีอยู่จากบริษัท ซี.พี.เซเว่น อีเลฟเว่น จำกัด และจากโลตัส เป็นฐานในการพัฒนาและขยายธุรกิจขนส่งและการกระจายสินค้า

ส่วนการลงทุนในสาธารณรัฐประชาชนจีนนั้น เครือเจริญโภคภัณฑ์จะขยายการลงทุนโลตัส เพราะมีผู้บริโภคจำนวนมากถึง 1,300 ล้านคนรองรับ และด้วยชื่อเสียงที่ดีของเครือเจริญโภคภัณฑ์ในจีนและความพร้อมในด้านทีมงานมืออาชีพและประสบการณ์ทำให้สามาถขยายได้เต็มที่ โดยที่แผนเปิดโลตัสจำนวน 111 สาขาภายในปี 2548 ภายใต้การนำของ มร.เอล จอห์นสัน (Mr.Alvin L.Johnson) อดีตประธานบริษัท วอลมาร์ท

นอกจากนี้ เครือเจริญโภคภัณฑ์ยังให้ความสำคัญในการพัฒนาคนรุ่นใหม่ที่มีอายุ 20 - 30ปีต้นๆ โดยเปิดโอกาสให้แสดงความสามารถและให้มีตำแหน่งในระดับผู้บริหารเพื่อสร้างสรรค์ผลงานต่าง ๆ เหมือนเช่นในอดีตที่ตนให้โอกาสแก่คนรุ่นใหม่ในขณะนั้นซึ่งปัจจุบันได้เติบโตเป็นผู้บริหารระดับสูงที่มีความสามารถสูงและมีบทบาทต่อการดำเนินธุรกิจของเครือเจริญโภคภัณฑ์ในปัจจุบัน เนื่องจากคนรุ่นใหม่จะมีพลังและมีความคิดก้าวหน้า ในขณะที่คนรุ่นเก่าจะมีประสบการณ์ ซึ่งเมื่อผนึกกำลังเข้าด้วยกันจะทำให้ความสามารถขับเคลื่อนไปยังเป้าหมายที่กำหนดไว้



กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.