ดีแทคมั่นใจยอดโพสต์เพดสิ้นปีถึง 2 ล้าน เปิดกลยุทธ์เลี่ยงปะทะราคาหันหาโทร.ตปท.


ผู้จัดการรายวัน(24 สิงหาคม 2549)



กลับสู่หน้าหลัก

ดีแทคหวังเติบโตตลาดโพสต์เพดแบบยั่งยืน วางกลยุทธ์เลี่ยงการเผชิญหน้าด้านราคา หันหาบริการสร้างรายได้เสริม รายได้หลักด้านวอยซ์ จับมือการบินไทยเปิดโปรแกรม DTAC Roaming 2 Mile เปลี่ยนยอดการใช้โทร.โรมมิ่ง 10 บาทเป็น 1 ไมล์สะสม พร้อมรุกโทรต่างประเทศ ขอไลเซ่นต์เกตเวย์ประเภท 3 จากกทช.

นายสันติ เมธาวิกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายลูกค้า บริษัท โทเทิ่ล แอ็คแซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) กล่าวว่าในตลาดโพสต์เพด ดีแทคไม่ได้มุ่งเป้าที่จะเป็นผู้นำตลาดในด้านจำนวนลูกค้าเพียงอย่างเดียว ถึงแม้ในปัจจุบันมีผู้ใช้งานกว่า 1.85 ล้านราย แต่มีเป้าหมายให้ลูกค้าอยู่ในระบบอย่างยั่งยืน โดยรักษาระดับการแข่งขัน ลดการเผชิญหน้าด้านราคา นำเสนอปัจจัยที่แตกต่าง ให้เข้าทดลองใช้ เมื่อเทียบกับผู้ให้บริการรายอื่น

ในปี 2549 ดีแทคต้องการปิดยอดจำนวนลูกค้าโพสต์เพดที่ระดับ 2 ล้านราย ถึงแม้ภาพรวมจะมีลักษณะเหมือนยังคงเติบโต แต่การเติบโตนั้นยังมีอัตราที่ติดลบอยู่ ไม่สอดคล้องกับสัดส่วนประชากรและกลุ่มผู้ใช้งาน โดยผู้ใช้ยังคงเข้าใจว่าระบบพรีเพด นั้นมีความคุ้มค่า สะดวกต่อการใช้มากกว่าเมื่อเทียบกัน ดังนั้นในส่วนนี้ดีแทคจึงต้องหามุมที่แตกต่าง ด้วยการตั้งโจทก์ถึงการใช้งานแบบยั่งยืนทำอย่างไรผู้ใช้อยู่ยาวนานยั่งยืน ตลาดเติบโตทั้งในแง่การใช้งานควบคู่ไปกับบริการเสริมพิเศษรองรับ

“ครึ่งปีแรกมีลูกค้าใหม่ 3.5 แสนราย ซึ่งยอดการเติบโตก็เป็นที่น่าพอใจ และอยากให้โตอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยเราไม่ได้มุ่งที่จะเป็นผู้นำยอดคนใช้ แต่เราต้องการแค่ทำอย่างไรให้ผู้ใช้งานแบบยั่งยืน รักษายอดการใช้งาน ไม่ไหลออกจากระบบ ลูกค้าเห็นถึงประโยชน์และความคุ้มค่า เมื่อเทียบกับคู่แข่ง”

สำหรับปัจจัยที่มีผลต่อการเติบโตของตลาดโพสต์เพดมาจาก ผู้ให้บริการมีการนำรูปแบบราคามาเล่นมากเกินไป จนทำให้โครงสร้างการแข่งขันผิดเพี้ยนไป เมื่อนำไปเทียบกับตลาดต่างประเทศอย่างกรณี 1 บาทโทร.เป็นชั่วโมง ทำให้ผู้ใช้งานหลงประเด็นในแง่การใช้งานและคุณภาพบริการ โดยส่วนนี้จะส่งผลกระทบต่อด้านรายได้ในบริการส่วนอื่น อาทิ บริการเสริมด้านนอนวอยซ์ บริการจีพีอาร์เอส บริการโทร.ต่างประเทศ

นายสันติ ยังกล่าวว่า ขณะนี้ผู้ให้บริการหลายรายเริ่มตระหนักถึงปัญหาที่เกิดขึ้นจากการเล่นเรื่องราคา โดยหันไปหารายได้จากบริการด้านอื่นมาทดแทนรายได้หลักจากด้านวอยซ์ โดยจะเห็นภาพชัดเจนในปี 2550 ในส่วนของดีแทคก็มุ่งที่จะให้เห็นถึงความแตกต่างด้านบริการ โดยการจับมือกับ รอยัล ออร์คิดพลัส โปรแกรม DTAC Roaming 2 Mile เพื่อให้สิทธิประโยชน์นักเดินทางกลุ่มโพสต์เพด ให้สามารถเปลี่ยนยอดค่าใช้บริการข้ามแดนอัตโนมัติ (IR) เป็นยอดไมล์สะสม

ทั้งนี้กลุ่มนักเดินทางถือว่ามีศักยภาพด้านรายได้สูง และมีจำนวนนักเดินทางออกนอกประเทศเพิ่มขึ้นประมาณ 10% ทุกปี ซึ่งดีแทคมียอดผู้จดทะเบียนใช้งานไออาร์ อยู่ที่ 1.3 แสนคน หรือคิดเป็น 7.2% ของลูกค้าจดทะเบียนทั้งหมด และมียอดผู้ใช้งานต่อเนื่องมากกว่า 2 หมื่นราย มีรายได้เฉลี่ยต่อเลขหมายสำหรับโทร.ต่างประเทศ อยู่ที่ 3,500 บาท โดยสัดส่วนยอดการเติบโตเฉลี่ยการใช้งานเพิ่มขึ้น 20% จากปี 2548

นายวรรษิษฐ์ ไสยวรรณ ผู้อำนวยการกลุ่มธุรกิจต่างประเทศ ดีแทค กล่าวว่า สิทธิประโยชน์ที่ดีแทคมอบให้ร่วมกับรอยัล ออร์คิด พลัส จะมีอัตราแลกเปลี่ยน 10 บาทต่อหนึ่งไมล์ ซึ่งโปรแกรมนี้จะสามารถสมัครผ่านเว็บไซต์หรือผ่านคอลเซ็นเตอร์ 1678 โดยมีระยะเวลา 1 ปี เริ่มตั้งแต่ รอบบิลสิงหาคม 2549 - กรกฎาคม 2550

“เป็นขั้นแรกของการแข่งขันบริการในต่างประเทศ ที่ดีแทคพยายามสร้างจุดแตกต่างมากขึ้น นอกเหนือจากการขยายประเทศรองรับใช้งาน ที่ปัจจุบันให้บริการครอบคลุม 350 โอเปอเรเตอร์ ใน 128 ประเทศ โดยปีนี้ก็ยังคงเดินหน้าขยายบริการให้ครอบคลุมต่อไปอีก อย่างบริการส่วน พุชอีเมล จีพีอาร์เอส อีก 80 ประเทศ กับ 130 ผู้ให้บริการ”

นายสันติ กล่าวอีกว่า ขณะนี้ดีแทคยังได้ส่งหนังสือไปขอใบอนุญาตประเภทที่ 3 จากคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) เพื่อทำธุรกิจบริการโทรศัพท์ระหว่างประเทศในระบบ VOIP และบริการโทรศัพท์ระหว่างประเทศในระบบ International Direct Dialing(IDD) ด้วย โดยดีแทคจะให้ความสำคัญกับธุรกิจด้านนี้ให้มากขึ้น เพราะแนวโน้มธุรกิจระหว่างประเทศจะมีการขยายตัวสูงในอนาคต โดยดีแทคคาดว่า กทช.จะอนุมัติใบอนุญาตดังกล่าวให้ได้ภายในสิ้นปีนี้

“ลูกค้าที่เป็นชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาในประเทศ ก็ถือว่าอยู่ในระดับที่สูง หากคิดจากรายได้ในส่วนโทร.ต่างประเทศทั้งหมดจะเป็นการโรมมิ่งจากโอเปอเรเตอร์ต่างประเทศเกือบ 35% หากทำในส่วนนี้ก็จะเป็นผลดี ทั้งในแง่ขาเข้า ขาออก ซึ่งดีแทคมองว่าแนวโน้มธุรกิจโทร.ระหว่างประเทศจะมีการแข่งขันกันมากขึ้น รวมถึงแนวโน้มอัตราค่าใช้บริการก็จะลดลงด้วย ซึ่งผู้ประกอบการทุกรายก็ต้องเร่งแข่งขันกันให้มากขึ้นทั้งด้านบริการเสริมและคุณภาพ”

ดีแทคได้ตั้ง บริษัท ดีแทค เน็ตเวิร์ก เข้าไปยื่นขอไลเซ่นต์ เพราะอยากให้ลูกค้าทั้ง 11 ล้านคน ได้ใช้บริการที่มีคุณภาพ และราคาที่เหมาะสม ซึ่งดีแทคได้ยื่นขอไลเซนส์ประเภท 3 หรือมีโครงข่ายเป็นของตัวเอง ดีแทคจะลงทุนวางโครงข่ายทั้งหมดเอง เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพมากที่สุด

สำหรับรายได้จากธุรกิจต่างประเทศคิดเป็น 7% จากรายได้รวมของดีแทคทั้งหมด ซึ่งรายได้ในธุรกิจนี้มีแนวโน้มโตขึ้นปีละ 30% ซึ่งปีหน้าดีแทคคาดว่ารายได้จากธุรกิจนี้จะต้องเพิ่มขึ้นเป็น 10% เพราะจะมีรายได้จากธุรกิจโทร.ระหว่างประเทศมาเสริม อีกทั้งคาดว่าสัดส่วนรายได้จากบริการนอนวอยซ์ และธุรกิจระหว่างประเทศจะเพิ่มเป็นสัดส่วน 20% จากรายได้รวมทั้งหมด


กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.