|

แกรมมี่รับ33ล.ปันผลหุ้น'POST-MATI'ผู้บริหารย้ำชัดไม่มีแผนขายทิ้ง-ซื้อเพิ่ม
ผู้จัดการรายวัน(22 สิงหาคม 2549)
กลับสู่หน้าหลัก
ผู้บริหารจีเอ็มเอ็มแกรมมี่พอใจการลงทุนใน"มติชน-โพสต์ พับลิชชิง" เผยได้เงินปันผล 33 ล้านบาท ยันไม่ซื้อเพิ่มและไม่ขายออกมา พร้อมระบุยังไม่มีแผนเข้าลงทุนในสื่อสิ่งพิมพ์เพิ่มขึ้น มั่นใจผลประกอบการในครึ่งปีหลังจะมีรายได้ดีขึ้นกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน หลังลดต้นทุนในการดำเนินการ
นายสุเมธ ดำรงชัยธรรม รองกรรมการผู้อำนวยการอาวุโส บริษัทจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด(มหาชน)หรือ GRAMMY เปิดเผยว่า การเข้าไปลงทุนในบริษัทโพสต์ พับลิชชิง จำกัด(มหาชน)หรือ POST และบริษัท มติชน จำกัด(มหาชน)หรือ MATI นั้นถือว่าเป็นการลงทุนที่น่าพอใจ ซึ่งได้รับเงินปันผลจากทั้ง 2 บริษัทเป็นจำนวน 33 ล้านบาททั้งนี้การเข้าไปถือหุ้นในบริษัทโพสต์ พับลิชชิงนั้น บริษัทได้ส่งตัวแทนเข้าร่วมเป็นกรรมการ และเชื่อว่าการทำธุรกิจสามารถเกื้อหนุนกันได้ ขณะที่การลงทุนในบริษัทมติชนนั้น ถือเป็นหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานที่ดี เหมาะสำหรับการลงทุน
"การลงทุนในสื่อทั้ง 2 ฉบับอาจจะไม่เป็นไปตามเป้า ในแง่ของสัดส่วนการถือหุ้นที่ไม่ได้ถือมากอย่างที่ตั้งเป้าไว้ในช่วงแรก แต่ก็ถือว่าพอใจกับการลงทุน และเราไม่ค่อยกังวลกับการเข้าไปร่วมถือหุ้นในบริษัทโพสต์ พับลิชชิง ซึ่งเรามองว่าเขามีการปรับตัวตลอดเวลา โดยสื่อในที่ทำอยู่ทั้งหนังสือพิมพ์ บางกอกโพสต์ และหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ ก็เป็นสื่อที่ได้รับยอมรับเป็นอย่างดี รวมถึงแมกกาซีนในเครือเขาก็ทำดี และบริษัทโพสต์ พับลิชชิงก็ยังมีการขยายงาน โดยมีแท่นพิมพ์ใหม่ ซึ่งถือว่าทันสมัยที่สุด ขณะที่บริษัทมติชน เรามองว่าเป็นหุ้นที่ดีเชื่อว่าเป็นหุ้นที่เหมาะสมสำหรับการลงทุน"นายสุเมธกล่าว
รองกรรมการผู้อำนวยการอาวุโส บริษัทจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด(มหาชน)กล่าวต่อว่า การถือหุ้นใน 2 บริษัทดังกล่าว จะยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง โดยจะไม่ถือหุ้นเพิ่มขึ้นรวมถึงยังไม่มีแผนที่จะขายหุ้นออกมาเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ขณะนี้ก็ยังไม่มีแผนที่จะลงทุนในสื่อสิ่งพิมพ์ที่เป็นหนังสือพิมพ์ฉบับอื่นเพิ่มขึ้นเช่นกัน
อนึ่งบริษัทจีเอ็มเอ็ม มีเดียซึ่งเป็นบริษัทในเครือของบริษัทจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ นั้นได้เข้ามาถือหุ้นในบริษัทโพสต์ พับลิชชิง เมื่อเดือนกันยายน 2548 โดยเข้ามาถือหุ้นจำนวน 23.60% โดยซื้อในราคาหุ้นละ 8.25 บาท ส่วนการลงทุนในบริษัทมติชนได้เข้าไปถือหุ้นในเดือนกันยายนเช่นกัน โดยช่วงแรกถือหุ้นในสัดส่วน 32.23% โดยซื้อในราคาหุ้นละ 11.10 บาทแต่ต่อมาถูกกระแสสังคมต่อต้านว่าเป็นการเข้าไปแทรกแซงสื่อ จึงทำให้ลดสัดส่วนลงมาเหลือ 20% ส่วนที่เหลืออีก 12.23% นั้นได้ขายคืนให้กับนายขรรค์ชัย บุนปาน ผู้ถือหุ้นใหญ่และประธานกรรมการ บริษัทมติชน
สำหรับผลการดำเนินงานในครึ่งปีหลัง คาดว่าจะดีขึ้นกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน เพราะต้นทุนในธุรกิจสื่อวิทยุได้ลดลง หลังจากที่ในครึ่งปีแรกได้มีการคืนคลื่นวิทยุที่ไม่สามารถสร้างกำไรได้ จากเดิมที่เคยมี 6 สถานี ปัจจุบันนี้เหลือเพียง 4 สถานี โดยสามารถลดต้นทุนได้เดือนละ 5 ล้านบาท และยังมีรายได้จากการลงทุนในบริษัทอินเด็กซ์ อีเว้นท์ เอเจนซี่ ซึ่งธุรกิจมีแนวโน้มจะเติบโตได้อีกมากในอนาคต
ปัจจุบันบริษัทจีเอ็มเอ็ม มีเดีย มีเงินสดจำนวน 500 ล้านบาทเพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนและเตรียมถ้ามีการลงทุนใหม่ๆ แต่ถ้ามีการลงทุนขนาดใหญ่ก็ไม่กังวล เพราะบริษัทสามารถกู้เงินได้อีกมาก หรือระดมทุนจากช่องทางอื่น รวมถึงยังสามารถได้รับการสนับสนุนจากบริษัทแม่ ซึ่งที่ผ่านมาก็มีผู้ประกอบการในธุรกิจเฮ้าส์โฮม มีเดียหลายรายติดต่อเข้ามาให้บริษัทเข้าไปร่วมทุน ซึ่งก็ถือเป็นธุรกิจที่น่าสนใจ แต่ก็มีความเสี่ยงเช่นกัน ดังนั้นบริษัทจึงไม่เร่งรีบที่จะเข้าไปลงทุนในธุรกิจดังกล่าว
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|