พีเออีฯลุยประมูลงานรัฐ-เอกชนตั้งเป้าปีนี้กำไรขั้นต้นไม่ต่ำกว่า10%


ผู้จัดการรายวัน(22 สิงหาคม 2549)



กลับสู่หน้าหลัก

พีเออีฯ เดินหน้าลุยประมูลงานทั้งภาครัฐ-เอกชน มั่นใจเป้าปีนี้สูงกว่าปีก่อนที่ 378 ล้านบาท และกำไรขั้นต้นอย่างน้อย 10% จากครึ่งปีแรกมีงานในมือที่ต้องดำเนินการอยู่แล้ว 5 โครงการ

นายชัยชนะ แสงจันทร์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พีเออี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ PAE รายงานความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาการฟื้นฟูกิจการหลังออกจากแผนฟื้นฟูกิจการจนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2549 ว่า บริษัทมีรายได้จากการขาย 313.13 ล้านบาท รายได้รวม 316.53 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 12.13 ล้านบาท ขณะที่มีสินทรัพย์รวม 670.50 ล้านบาท หนี้สินรวม 417.80 ล้านบาท และส่วนของผู้ถือหุ้นรวม 252.70 ล้านบาท

สำหรับโครงการที่ดำเนินการอยู่ปัจจุบันมีอยู่ 5 โครงการ คือ

1. โครงการ PEA FO cable Zone 3, Zone 6 (DSD-3/2004) งานจ้างเหมาออกแบบจัดหาพร้อมติดตั้งโครงข่ายเคเบิ้ลใยแก้วนำแสง โครงการพัฒนาระบบสื่อสารของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) มูลค่าโครงการ 245.48 ล้านบาท ประมาณการกำไรขั้นต้น 6.50% ความคืบหน้า 45% ก่อนจะสิ้นสุดโครงการเดือนพฤศจิกายน 2549

2. โครงการ PEA SDH Equipment (DSD-2/2004) งานจ้างเหมาออกแบบ จัดหา พร้อมติดตั้งอุปกรณ์สื่อสารสัญญาณความเร็วสูง (SDH) ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) มูลค่าโครงการ 48.07 ล้านบาท ประมาณการกำไรขั้นต้น 4.56% สิ้นสุดโครงการเดือนกันยายน 2549 คืบหน้า 68%

3. โครงการ ตะวันนาไนท์บาซาร์ งานก่อสร้างอาคารชั้นเดียว ของบริษัท ตะวันนาไนท์บาซาร์ จำกัด มูลค่าโครงการ 122.22 ล้านบาท ประมาณการกำไรขั้นต้น 8.00% สิ้นสุดโครงการเดือนสิงหาคม 2549 (ผู้ว่าจ้างยินยอมขยายระยะเวลาส่งมอบงานจากเดือนพฤษภาคม 2549 เป็นเดือน สิงหาคม 2549) คืบหน้า 80.17%

4. โครงการรับเหมาก่อสร้างอาคารสำนักงานขนาดต่างๆ พร้อมระบบสาธารณูปโภค ที่ภูเก็ต ของบริษัทชินวัตรโฮม จำกัด มูลค่าโครงการ 139.97 ล้านบาท ประมาณการกำไรขั้นต้น 8.00% สิ้นสุดโครงการเดือนพฤศจิกายน 2550 คืบหน้า 5%

และ 5. งานด้านการให้บริการอุตสาหกรรม (Industrial Service) ด้วยการจัดส่งบุคคลากรไปปฏิบัติงานซ่อมบำรุงฐานขุดเจาะน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ และงานประกอบหรือสร้างโครงเหล็กตามคำสั่งของลูกค้าและอื่นๆ มูลค่างานต่อปี 204 ล้านบาท ประมาณการกำไรขั้นต้น 13.59% ซึ่งเป็นโครงการต่อเนื่องขนาดใหญ่

สำหรับการดำเนินงานในอนาคตนั้น นายชัยชนะ กล่าวว่า ในปีนี้บริษัทประเมินว่าจะสามารถประมูลงานได้มากกว่าปี 2548 ที่ผ่านมา ที่สามารถประมูลงานได้คิดเป็นมูลค่า 378 ล้านบาท และต้องมีอัตรากำไรขั้นต่ำไม่น้อยกว่า 10% ของมูลค่างาน

"แม้ว่าอัตราส่วนกำไรขั้นต้นบริษัทจะมีอัตราส่วนลดลงตลอดช่วง 3 ปีที่ผ่านมา เกิดจากการเข้าร่วมประมูลงานจากภาครัฐและเอกชนมากขึ้น ทำให้มีการแข่งขันด้านราคา แต่ภายหลังจากการเรียกชำระค่าหุ้นเพิ่มทุน จะทำให้บริษัทมีสภาพคล่องและเงินทุนหมุนเวียนเพิ่ม จะทำให้บริษัทสามารถเข้าร่วมประมูลงานทั้งจากภาครัฐและเอกชนและได้รับงานเพิ่มมากขึ้น"

ขณะเดียวกัน ผู้บริหารรวมทั้งผู้ที่เกี่ยวข้องกับบริษัทยังได้เร่งหางานให้เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะโครงการก่อสร้างของภาคเอกชน โดยอาศัยทั้งการติดต่อเข้าร่วมประมูลงานแข่งขัน และใช้ความสัมพันธ์ส่วนตัวเพื่อให้ได้โครงการงานก่อสร้างงานเพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้บริษัทมีกำไรขั้นต้นเพิ่มจำนวนมากขึ้นทดแทนอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลง

นอกจากนี้ บริษัทมีกลยุทธ์ในการหางานประมูลเพิ่มโดยการร่วมมือกับบริษัทพันธมิตร ในการเข้าประมูลงานกับการไฟฟ้านครหลวง, การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค, การไฟฟ้าฝ่ายผลิต และหน่วยงานภาครัฐอื่นๆ นอกเหนือจากการประมูลงานกับภาคเอกชน ได้แก่ อาทิ โครงการ CDP 2 เป็นโครงการของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เพื่อทำการจัดหาพร้อมติดตั้ง อุปกรณ์ SDH และการพัฒนาระบบสื่อสารระยะที่ 2 ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 โซน เป็นมูลค่าโครงการทั้งสิ้น 500 ล้านบาท โดยบริษัทคาดว่าจะได้งานจากโครงการนี้เป็นมูลค่าประมาณ 100 ล้านบาท หรือโครงการ Power Plant เป็นโครงการก่อสร้างโรงงานพร้อมติดตั้งเครื่องจักรและอุปกรณ์ โดยประมูลร่วมมือกับพันธมิตร เป็นมูลค่าโครงการ 400 ล้านบาท คาดว่าบริษัทจะได้งานจากโครงการนี้เป็นมูลค่า ประมาณ 200 ล้านบาท ฯลฯ


กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.